การปรับครั้งใหญ่นี้เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งเน้นความคุ้มค่า ความหลากหลาย และยืดหยุ่นขึ้นรองรับตั้งแต่การรับประทานคนเดียวไปจนถึงกลุ่มครอบครัว จากเดิมที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะร้านสลัดออร์แกนิกจานใหญ่สำหรับแบ่งกันกิน จึงเป็นโจทย์สำคัญไปสู่ “New Moves” ครั้งนี้ เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
คุณชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเติบโตมาพร้อมกับลูกค้า เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป แบรนด์ก็พร้อมเปลี่ยนตาม การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเมนูใหม่ แต่เป็นการสะท้อนว่าเสียงของลูกค้าสำคัญกับเราจริง ๆ ฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรา แล้วนำสิ่งนั้นมาปรับให้เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องเมนู ขนาด ราคา และประสบการณ์ ดังนั้น Big Revamp ครั้งนี้คือ การรักษาดีเอ็นเอของโอ้กะจู๋ไว้ พร้อมกับปรับวิธีนำเสนอคุณค่าของเราให้เหมาะกับผู้บริโภคในวันนี้มากที่สุด”

คุณชลากร เอกชัยพัฒนกุล
ท่ามกลางตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่ากว่า 5.72 แสนล้านบาทในปี 2568 และเติบโต 4.8% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น
โอ้กะจู๋ จึงเดินหน้า “New Moves” ควบคู่กับการรักษา “Roots” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Vertical Integration) ตามแนวคิด “Farm-to-Table” พร้อมระบบควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรักษามาตรฐานของวัตถุดิบแก่ผู้บริโภคในทุกมื้อ
‘Same Roots New Moves’ เปลี่ยน Voice of Customer สู่ 4 การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของโอ้กะจู๋
การปรับครั้งนี้ไม่ได้มองแค่การออกเมนูใหม่ แต่เกิดจากการรับฟังเสียงของลูกค้า (Voice of Customer) เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนให้ตรงกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยสรุปเป็น 4 การทรานส์ฟอร์มหลัก ดังนี้
- เพิ่มทางเลือกที่ใช่ในแบบที่ต้องการ (More Ways to Choose) เพิ่มความหลากหลายด้วยเมนูใหม่ เพิ่มตัวเลือกไซซ์เล็ก ราคา ปริมาณ และ Side Dish / Add-on ที่เลือกได้มากขึ้น เหมาะทั้งทานคนเดียว มากับเพื่อน หรือในโอกาสไหน ๆ
- ยกระดับบริการและให้ทุกครั้งที่กลับมามีความหมาย (New Reasons to Return) เพิ่มความใส่ใจใน Customer Journey พร้อมนำเสนอเมนูสเต๊กรูปแบบใหม่ และการเติมเต็มบรรยากาศในวันพิเศษเพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ ในทุกครั้งที่กลับมา
- ประสบการณ์ทานง่าย สบายใจ (A Smoother Experience) ปรับราคาเป็นแบบ All-Inclusive รวม VAT และไม่มีค่าบริการ (No Service Charge) เพื่อให้ราคาที่เห็นคือราคาที่จ่ายจริง พร้อมปรับขั้นตอนการสั่งและบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- สิ่งที่ยึดมั่นไม่เคยเปลี่ยน (The Roots We Keep) ถึงแม้จะปรับก้าวใหม่ครั้งใหญ่ แต่โอ้กะจู๋ยังคงรักษาคุณภาพวัตถุดิบ ความสดจากฟาร์ม และความตั้งใจในทุกจานไว้อย่างเต็มเปี่ยม
หมุดหมายของ Big Revamp ไม่ได้อยู่ที่การสร้างกระแสจากเมนูใหม่ แต่มุ่งสร้าง Repeat Rate และ Customer Lifetime Value ด้วยทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ราคาเข้าใจง่ายขึ้น และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เสียงของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้โอ้กะจู๋เป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่ลูกค้าเลือกกลับมาซ้ำในทุก ๆ สัปดาห์
ขณะเดียวกัน OKJ Group ยังเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน “OKJ TOGETHER — ONE MEMBERSHIP. ALL OUR BRANDS.” เพื่อรองรับการเติบโตและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ด้วยระบบสมาชิกที่เชื่อมทั้ง 5 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ โอ้กะจู๋, โอ้ จู๊ซ, โจ วิงส์, โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล และ กริลล์ แอนด์ กราวด์ ที่มีมากกว่า 85 สาขาทั่วประเทศ (ณ เดือนกันยายน 2569) ภายในสิ้นปีนี้คาดว่า รวมทุกแบรนด์จะมีมากกว่า 90 สาขา ซึ่ง OKJ TOGETHER นับเป็นการรวมสมาชิกไว้ในระบบเดียวเป็นครั้งแรก ผ่านแนวคิด “1 เบอร์ = 1 Member”
ปัจจุบัน OKJ มีสมาชิกรวมกว่า 452,000 ราย โดยได้ปรับเงื่อนไขการสะสมแต้มใหม่ให้คุ้มค่าและรวดเร็วขึ้น 6 เท่า โดยคำนวณจากทุกการใช้จ่ายเพียง 80 บาท รับทันที 1 คะแนน + 1 ดาว (จากเดิมที่ต้องใช้จ่าย 500 บาทต่อ 1 คะแนน) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นความถี่ในการกลับมาใช้บริการรวมถึงเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายข้ามแบรนด์
“การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าดีขึ้น โอ้กะจู๋เติบโตมาพร้อมกับลูกค้า และเราจะยังคงรับฟังและเติบโตเคียงข้างกับลูกค้าต่อไปในทุก ๆ วัน” คุณชลากรกล่าว







