HomeBrand Move !!จากไม่ตอบแชทคนคุย Gen Z ดันพฤติกรรม “Ghosting” ลามถึงตลาดงาน

จากไม่ตอบแชทคนคุย Gen Z ดันพฤติกรรม “Ghosting” ลามถึงตลาดงาน

แชร์ :

คำว่า “Ghosting” หรือการหายเงียบไปโดยไม่บอกกล่าว เคยเป็นพฤติกรรมที่ถูกพูดถึงในโลกความสัมพันธ์และการออกเดต แต่วันนี้พฤติกรรมดังกล่าวกำลังขยายอิทธิพลมาสู่โลกการทำงาน เมื่อ Gen Z จำนวนไม่น้อยเลือกตัดการติดต่อกับนายจ้างหรือบริษัทแบบกะทันหัน แม้กระทั่งหลังจากตอบรับข้อเสนองานไปแล้วก็ตาม

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ข้อมูลจาก Resume.org ระบุว่า 54% ของผู้จัดการฝ่ายบุคคลเคยเผชิญสถานการณ์ที่ผู้สมัครงาน Gen Z หายเงียบไปเฉย ๆ หลังได้รับข้อเสนองานอย่างเป็นทางการแล้ว ในจำนวนนั้น 27% ตอบรับข้อเสนอแต่ไม่กรอกเอกสาร 26% กรอกเอกสารแต่ไม่มาทำงานในวันแรก และ 29% มาทำงานสองสามวันแล้วก็หายเงียบไป (การสำรวจของ Resume.org เกิดขึ้นในปี 2025 โดยเป็นการตอบแบบสอบถามของผู้จัดการฝ่ายบุคคลมากกว่า 1,100 คน)

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในยุคดิจิทัล ที่การสื่อสารผ่านหน้าจอทำให้การตัดความสัมพันธ์ทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่จำนวนมากมองการทำงานเป็นความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าความผูกพันระยะยาวกับองค์กร

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงานมองว่า สาเหตุหนึ่งมาจากประสบการณ์ที่ผู้สมัครงานจำนวนมากเคยถูกองค์กร Ghost มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานแล้วไม่ได้รับคำตอบ การสัมภาษณ์หลายรอบแต่ไม่มีการแจ้งผล หรือการประกาศรับสมัครงานที่ไม่มีตำแหน่งเปิดจริง ทำให้คนรุ่นใหม่บางส่วนมองว่าการหายไปเฉย ๆ เป็นพฤติกรรมที่สามารถตอบโต้กลับได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการ Ghosting ในตลาดแรงงานอาจส่งผลเสียกลับมาที่ตัวผู้สมัครเอง เพราะแม้โลกการทำงานจะเปลี่ยนไป แต่ในมุมของการจ้างงาน หรือในมุมของผู้บริหารและผู้จัดการฝ่ายบุคคลนั้น ยังคงเชื่อมโยงถึงกัน การหายตัวไปโดยไม่สื่อสารอาจกระทบต่อชื่อเสียงและโอกาสทางอาชีพในอนาคตได้

Source

Source


แชร์ :

You may also like