HomeBrand Move !!เปิดกลยุทธ์ LINE MAN ดัน Delivery โตเหนือตลาด เดินหน้าสู่แพลตฟอร์มสุขภาพ

เปิดกลยุทธ์ LINE MAN ดัน Delivery โตเหนือตลาด เดินหน้าสู่แพลตฟอร์มสุขภาพ

แชร์ :

จากก่อนหน้านี้ที่ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ได้ออกมาเผยภาพรวมความสำเร็จของโครงการคนละครึ่ง พลัส ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส เลือกขายบน LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านค้าทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน LINE MAN คิดเป็นสัดส่วนกว่า 63% ของยอดใช้จ่ายรวมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี และมียอดสั่งซื้อสะสมรวมกว่า 12 ล้านออเดอร์นั้น

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ล่าสุด คุณยอดยังได้ออกมาเผยการเติบโตของการเข้าร่วมแคมเปญล่าสุดของรัฐบาลอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงอินไซต์ที่น่าสนใจด้านการใช้จ่าย โดยระบุว่า LINE MAN Wongnai ปีนี้ มีการเติบโตมากกว่า 20% เหนือกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่อยู่ราว 10 – 19% ซึ่งความสำเร็จของแพลตฟอร์มพบว่ามาจากจุดแข็งด้านจำนวนร้านอาหารที่มีมาก และครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานระดับ Mass ซึ่งในด้านหนึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการคนละครึ่งและไทยช่วยไทยพลัสนั่นเอง

“กลุ่มลูกค้าเราก็เป็นกลุ่ม Mass เป็นหลัก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และเราเป็นแพลตฟอร์มแรกที่เชื่อมต่อกับคนละครึ่งด้วย ทำให้เกิดภาพว่าคนละครึ่งต้องใช้ LINE MAN นะ นั่นทำให้แม้ว่าคู่แข่งเราจะทุ่มเงินมากกว่าเราด้วยซ้ำ แต่เราก็ยังมีคนใช้งานเยอะกว่า”

คุณยอดยังได้เผยอินไซต์น่าสนใจเกี่ยวกับการแข่งขันในธุรกิจ Food Delivery อีกข้อ นั่นคือ LINE MAN และคู่แข่งมีการแข่งขันที่ค่อนข้างดุเดือดในพื้นที่ที่มีส่วนแบ่งตลาด “สูสี” กัน (คุณยอดเปรียบเทียบว่าไม่ต่างจาก Swing State ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ) เช่น หากเป็นกรุงเทพฯ ก็คือ ย่านพระราม 9 หรือจตุจักร 

หรือหากแบ่งตามกลุ่มผู้ใช้ ค่ายคู่แข่งอาจทำได้ดีในกลุ่มผู้ใช้งานย่านใจกลางเมือง และลูกค้าต่างชาติ ขณะที่ LINE MAN มีจุดแข็งในย่านที่พักอาศัยและต่างจังหวัด เป็นต้น ซึ่งการมีพื้นที่ในลักษณะนี้ ทำให้วงการ Food Delivery มีโอกาสได้เห็นโปรโมชัน – ไอเดียที่แปลกใหม่ที่แต่ละค่ายพัฒนามาเพื่อเจาะตลาดเหล่านั้นมากขึ้น

มอบส่วนลดแบบ Personalization

สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่ LINE MAN Wongnai นำมาปรับใช้กับแพลตฟอร์มพบว่ามีการใช้ AI ช่วยคาดการณ์พฤติกรรมผู้ใช้ ทั้งเพื่อมอบคูปองส่วนลดที่แตกต่างกัน (โดยผู้ใช้ใหม่อาจได้รับส่วนลดมากเป็นพิเศษ ขณะที่ผู้ใช้ประจำอาจได้รับข้อเสนอแพ็กเกจ VIP แทน) ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพ และการขยายฐานผู้ใช้งานไปยังกลุ่มใหม่ ๆ

คุณยอดระบุด้วยว่า นอกจากฐานผู้ใช้งานหลักของแพลตฟอร์มอย่างวัยทำงานแล้ว การขยายไปยังกลุ่มวัยรุ่น หรือผู้สูงวัยก็เป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกตัวอย่างข้อจำกัดของแต่ละช่วงวัย เช่น กลุ่มวัยรุ่นอาจจะมีปัจจัยด้านราคา (Affordability) เป็นตัวแปรสำคัญ ส่วนผู้สูงวัยมักกลัวการใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่เมื่อได้ลองใช้ครั้งแรกก็จะใช้งานต่อได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ คุณยอดได้ยกตัวอย่างกลยุทธ์เพื่อเจาะตลาดวัยรุ่นที่อาจมีข้อจำกัดด้าน Affordability ว่า ได้มีการร่วมมือกับร้านค้าสร้างเมนูราคาประหยัด เช่น ราคาข้าวกล่องเริ่มต้น 39 บาท เพื่อกระตุ้นการสั่งซื้อ โดยเน้นไปที่กลุ่มนักศึกษาต่างจังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ใช้คนละครึ่งนั่นเอง

ดึง AI ลุย Customer Service

อีกหนึ่งด้าน LINE MAN ก็คือบริษัทเทคโนโลยี และมีการนำ AI ไปใช้ในงานอีกหลายส่วน เช่น ฝ่าย Customer Service ที่พบว่า AI กลายเป็นกำลังสำคัญในการช่วยโน้มน้าวใจลูกค้าไม่ให้ยกเลิกออเดอร์ได้ไม่ต่างจากพนักงานมนุษย์ อีกทั้ง AI ยังสามารถขออภัยต่อความผิดพลาดได้โดยไม่ต้องแบกรับข้อจำกัดด้านอารมณ์ด้วย

หรือในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์ ปัจจุบัน คุณยอดระบุว่า ซอร์สโค้ดกว่า 80% ถูกเขียนโดย AI แล้ว ทำให้สามารถแบ่งทีมพัฒนาโปรแกรมให้เล็กลง และสร้างผลงานได้มากขึ้น

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai

ต่อยอดแพลตฟอร์มสู่บริการ Telepharmacy

สำหรับกลยุทธ์ในการต่อยอดแพลตฟอร์มช่วงครึ่งปีหลัง คุณยอดเผยว่า จะให้ความสำคัญกับบริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) หลังบริษัทได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการรายการโปรแกรมประยุกต์สำหรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) พ.ศ.2569 จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569

ทั้งนี้ บริการด้านสุขภาพดังกล่าวจะอยู่ในหมวด LINE MAN MART ซึ่งจะมีการจับมือกับเครือข่ายร้านยาทั่วประเทศ และเป็นการยกระดับการเข้าถึงเภสัชกรและร้านขายยาได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การกำกับดูแล และเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้บริโภคสามารถปรึกษาเภสัชกรแบบเรียลไทม์ผ่านระบบแชท รับคำแนะนำด้านการใช้ยาและการดูแลสุขภาพ เลือกซื้อสินค้า และรับยาจัดส่งถึงบ้านผ่านแอป LINE MAN ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงร้านขายยา โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน-วันหยุดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถอำนวยความสะดวกให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทางในการเข้าถึงบริการด้านเภสัชกรรมได้อีกทางหนึ่ง

ขอบคุณภาพจาก LINE MAN

นอกจากนี้ บริการดังกล่าวยังเป็นการให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรที่ได้รับใบอนุญาต และขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับสภาเภสัชกรรม ช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยด้วยอีกทางหนึ่ง (ปัจจุบัน LINE MAN มีการร่วมมือให้เครือข่ายร้านยาชั้นนำ อาทิ Fascino, Boots, Tops Care, GPO Pharma Shop, Health Up, BDS, ยาหนึ่ง, P&F และมีแผนทยอยขยายความร่วมมือกับร้านขายยาและพันธมิตรเพิ่มเติม)

ส่วนแผนในการ IPO คุณยอดระบุว่ายังคงเดินหน้าตามกำหนดการที่ระบุไว้ นั่นคือจะเข้า IPO ในช่วงปี 2570

จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่า LINE MAN Wongnai ไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี และแข่งกันที่ความเร็วในการส่งอาหาร หรือส่วนลดอีกต่อไป แต่กำลังใช้ทั้งเทคโนโลยี, AI, ข้อมูลผู้บริโภค และความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ขยายบทบาทสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ตั้งแต่การช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการภาครัฐ การนำเสนอโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ไปจนถึงการต่อยอดสู่บริการด้านสุขภาพอย่าง Telepharmacy หรือก็คือการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้บริโภค ร้านค้า และบริการสำคัญต่าง ๆ เข้าด้วยกันนั่นเอง


แชร์ :

You may also like