Homehttps://www.brandbuffet.in.th/kik-meet-new-people/สรุป 6 เทรนด์สื่อและโฆษณา ปี 2024 จับตากระแสแรง Marketing AI   

สรุป 6 เทรนด์สื่อและโฆษณา ปี 2024 จับตากระแสแรง Marketing AI   

แชร์ :

สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) สรุป 6 เทรนด์สำคัญของสื่อและโฆษณาในปี 2024 ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสื่อ เทคโนโลยีการตลาด (MarTech) และไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ที่แบรนด์และนักการตลาด สามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์การสื่อสาร เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพในยุคนี้

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

1. TV Convergence  : การผสานกันของ “ทีวี” กับแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTT-อินเทอร์เน็ตทีวี) 

–  ในยุคสื่อออนไลน์มาแรง ทำให้ “ทีวี” (Linear TV) การดูทีวีตามโปรแกรมปกติ มีจำนวนผู้ชมลดลง สะท้อนได้จากสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาทีวี ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทีวี ยังมีจุดเด่นเหนือสื่ออื่นๆ คือ การเข้าถึง (reach) ครัวเรือนไทยทั่วประเทศได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มแมส ผู้ผลิตคอนเทนต์เองได้พัฒนาคอนเทนต์ทั้ง ละคร ข่าว วาไรตี้ ที่น่าสนใจมากขึ้น

–  ปัจจุบันทีวี ได้ขยายเข้าสู่แพลตฟอร์ม OTT และ อินเทอร์เน็ตทีวี (Connected TV) ทำให้แบรนด์และผู้ผลิตคอนเทนต์  วางแผนใช้สื่อทีวีให้มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีมากขึ้น  พบว่า “วิดีโอ ออนดีมานด์” เติบโตสูง ทำให้ผู้ผลิตปรับตัวทำ “ออริจินัล คอนเทนต์” บนแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์มากขึ้น  นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ ในรูปแบบ Media Placement  มีฟีเจอร์ที่สื่อสารกับผู้ชมทีวี เพื่อสร้าง Engagement  นำไปสู่ยอดขาย และมีดาต้า ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น  รวมทั้งนำเสนอคอนเทนต์แบบเฉพาะเจาะจงได้

–  ปัจจุบันแบรนด์และเอเจนซี่ ได้นำเครื่องมือวิเคราะห์การใช้สื่อ การวางแผนสื่อแบบข้ามสกรีน มาใช้มากขึ้น  ทำให้ TV Convergence ตอบโจทย์ทั้งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแมส, การ ROI ได้ทุกแพลตฟอร์ม รวมทั้งสร้างยอดขายได้ดี

–  สรุปเทรนด์ TV Convergence : Beyond Traditional  ทีวีที่เป็นมากกว่าทีวีแบบดั้งเดิม คือ  1. มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และวางแผนสื่อ 2. การผสมผสานการใช้สื่อทีวีแบบข้ามแพลตฟอร์ม 3. สร้างสรรค์ไอเดียและนวัตกรรมการสื่อสารใหม่ๆ ในคอนเทนต์ทีวี 

2. Measurable KOLs : การวัดผลลัพธ์ KOLs  

–  KOLs บทบาทเปลี่ยนไป จากเดิมเป็นผู้มีอิทธิพล (influence) ทำหน้าที่แนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย การวัดผลจึงมองที่ตัวเลข Engagement เป็นหลัก แต่วันนี้ KOLs  มีบทบาทเป็น “นักป้ายยา” ทำได้ครบทุกขั้นตอนการตลาด (Full Funnel Marketing) ตั้งแต่สร้างการรับรู้ไปถึงปิดการขาย

–  การทำคอนเทนต์ของ KOLs จึงต้องครีเอทีฟเพื่อสร้างความบันเทิงและขายของด้วย เห็นได้ว่า KOLs ในยุคนี้ทำคอนเทนต์นำเสนอสินค้าหลากรูปแบบ ทั้งขายแบบเบาๆ ตัวอย่าง “พี่จอง-คัลแลน”  ทำ Branded Content ในรายการ อย่างช็อตหยิบมือถือมาถ่ายรูป หรือทาครีมกันแดด   รูปแบบแบบกลางๆ  ตัวอย่าง FAROSE รายการ “ช่างเชื่อม”  นำสินค้าที่สนับสนุนมาสร้างคอนเทนต์และใส่ครีเอทีฟความบันเทิงไปด้วย ทำให้น่าสนใจ  และรูปแบบขายของแบบตรงๆ  อย่าง KOL จีน  ทำ Live ขายของ แบบไม่ต้องพูดแนะนำ โชว์สินค้าอย่างรวดเร็วแต่สร้างกระแสไวรัลให้คนสนใจและขายสินค้าได้หลัก 100 ล้านบาทต่อครั้ง

–  สรุปเทรนด์ Measurable KOLs : Beyond Influence  คือ 1. การใช้เครื่องมือที่มาช่วยวางแผนสื่อ และวัดผล KOLs มากขึ้น   2. แพลตฟอร์มจะมีเครื่องมือสนับสนุนแบรนด์ในการใช้ KOLs เช่น TikTok Creator Marketplace  มี dashboard  ให้เข้ามาหาและเลือก KOLs ครีเอเตอร์ที่เหมาะกับสินค้าและวัดผลยอดขายได้ 

3. Sport Mania : ปีแห่งคอนเทนต์กีฬา

– ปี 2024 ถือเป็นปีแห่งกีฬา ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะจะมีมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติเกิดขึ้นหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น  โอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศส ปีนี้มีการแข่งขันกีฬาใหม่หลายประเภท ทำให้ฐานผู้ชมเพิ่มขึ้น การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2024 ที่เยอรมนี การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ ลีก (VNL) ปี 2024 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทำให้ปีนี้จะมีกระแสการดูกีฬาเพิ่มขึ้น

–  กระแสกีฬาปีนี้ นักการตลาดและแบรนด์ ต้องใช้เป็นโอกาสในการทำมาร์เก็ตติ้ง ไม่ว่าจะเป็น สปอนเซอร์ชิป แคมเปญโปรโมชัน เกาะกระแสโมเมนต์การเชียร์กีฬารายการต่างๆ

– ปัจจุบันมีนักกีฬาชื่อดัง มีบทบาทเป็น KOLs ที่สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายวงกว้างได้มากขึ้น ไม่เฉพาะแฟนกีฬาเท่านั้น  เช่น “วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์” นักกีฬาแบดมินตัน มีแบรนด์หลากหลายให้เป็น Endorser สร้างการรับรู้   ในยุคนี้มีแบรนด์หลากหลายมีโอกาสเข้าไปเป็นสปอนเซอร์นักกีฬามากขึ้น ไม่เฉพาะสินค้าสุขภาพเท่านั้น  เช่น ฟาสต์ฟู้ด

– นักกีฬาทีมชาติ ยังมีฐาน Fandom ในต่างประเทศ ที่จะช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ในต่างประเทศด้วย

– อีกกีฬาที่มาแรงต่อเนื่อง คือ อีสปอร์ต  หลังจากปี 2023 ได้เป็นกีฬาที่แข่งขันในเอเชียนเกมส์ ปัจจุบันได้รับการรับรองให้เป็นอาชีพ ทำให้มีผู้เล่นและผู้ชมมากขึ้น  แบรนด์ต่างๆ จึงเข้าถึงผู้ชมกีฬาอีสปอร์ตที่มี 8.8 ล้านคนในประเทศไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโอกาสเข้าถึงคนเล่นเกมส์ที่มีกว่า 40 ล้านคนในไทย โดยเริ่มจากการเป็นสปอนเซอร์แข่งขันอีสปอร์ต Game Caster

– สรุปเทรนด์ Sport Mania : Beyond The Race คือ 1. กีฬาเป็นมากกว่าการแข่งขัน  2. แบรนด์ต้องจับตากีฬารายการใหญ่และกีฬาที่อยู่ในความสนใจผู้ชม เพื่อทำ Realtime Content  เอนเกจกับผู้บริโภคที่ดูกีฬา 3. จับกระแสอีสปอร์ตที่ฐานแฟนกำลังเติบโตต่อเนื่อง 4. ใช้กลยุทธ์ Sport Fandom ผ่าน KOLs เพื่อเข้าถึงผู้ชมในไทยและต่างประเทศ 

  

4. LGBTQ+ : ความหลากหลายทางเพศ

–  เทรนด์มาแรง LGBTQ+ ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวสำคัญในประเทศไทย คือ สภาฯ ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เรียบร้อยแล้ว จึงเป็นประเด็นที่ได้รับการจับตาในวงกว้างทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ  ปัจจุบันประเทศไทยถูกมองว่าเป็นมิตรต่อ LGBTQ+ ด้วยสัดส่วน 54% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 50% ดังนั้นหากในอนาคต ร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ผ่านสภาฯ และมีผลใช้เป็นกฎหมาย ประเทศไทยก็จะได้รับความสนใจจากกลุ่ม LGBTQ+ และคนที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมมากขึ้น

– ในมุมของแบรนด์ นักการตลาด นักโฆษณา อาจมองว่ากลุ่ม  LGBTQ+ เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ซึ่งในไทยมีประมาณ 7 ล้านคน แต่มีกลุ่มที่บอกว่าเห็นด้วยกับความเท่าเทียมทางเพศและพร้อมสนับสนุน  LGBTQ+ อีก 20 ล้านคน  ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตเป็นกำลังซื้อสำคัญของแบรนด์ในอนาคต

–  การท่องเที่ยวไทยแห่งประเทศไทย ได้โปรโมทการท่องเที่ยวของกลุ่ม  LGBTQ+ เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติ ระบุว่าได้วางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือนมิถุนายนในงาน Pride Month เพราะไทยเปิดกว้างด้านความหลากหลายทางเพศ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีให้แบรนด์ต่างๆ จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุน เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มชาวต่างชาติ

–  จากข้อมูลอินไซต์ผู้บริโภคของ Wisesight ที่เก็บข้อมูลในช่วง Pride Month พบว่าผู้บริโภคต้องการให้แบรนด์ มีกิจกรรมสนับสนุน  LGBTQ+ ในทุกช่วงเวลาไม่ใช่เฉพาะช่วง Pride Month เท่านั้น  เพราะความเท่าเทียมเกิดขึ้นได้ทุกวัน ถือเป็นโอกาสของแบรนด์ในการแสดงออกเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศได้อย่างจริงจังและจริงใจในทุกช่วงเวลา

–  สรุปเทรนด์  LGBTQ+ : Beyond Boundary คือ 1. กลุ่ม  LGBTQ+ ไม่ใช่กลุ่มเฉพาะ เพราะมีคนจำนวนมากที่สนับสนุนเรื่องความเท่าเทียม 2. มองโอกาสเจาะลูกค้าต่างประเทศ เพื่อขยายฐานลูกค้าแบรนด์ 3. สนับสนุนแนวคิดความเท่าเทียม  LGBTQ+  ได้ในทุกช่วงเวลา 

5. Marketing AI : การตลาดเอไอ

–  เทคโนโลยีการตลาด (MarTech) Chat GPT และ AI  ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน  มีเครื่องมือ  Marketing AI จำนวนมากที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการตลาด

–  ในด้านสื่อสารการตลาด AI มีส่วนช่วย กระบวนการตลาดทุกขั้นตอน (Full Funnel Marketing) ตั้งแต่สร้างการรับรู้ ไปถึงการขาย ปีที่ผ่านมีหลายแบรนด์ เริ่มใช้ AI มาสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นการวางโครงเรื่องงานโฆษณา สร้างภาพโฆษณา สร้างคอนเทนต์ที่เอนเกจกับลูกค้าได้จำนวนมาก ปัจจุบันมีเครื่องมือ AI จำนวนมาที่ช่วยงานสื่อสารและโฆษณาให้ดีขึ้น

– นอกจากนี้ AI ยังช่วยในการทำ Targeting และ Personalized Marketing  รวมทั้ง Conversion เพื่อนำเสนอสินค้าให้ลูกค้าเฉพาะบุคคลได้อย่างตรงความสนใจ ไปถึงปิดการขายได้  แต่สถานการณ์นี้ก็ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น เพราะต้นทุนการใช้ AI ไม่สูง ทุกคนเข้าถึงได้

– สรุปเทรนด์  Marketing AI : Beyond Technology  คือ 1. มีเครื่องมือ AI จำนวนมากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จึงต้องรู้เท่าทันและใช้ประโยชน์จาก AI  ในการทำการตลาดแบบ Full Funnel Marketing  2. ใช้ AI เป็นตัวช่วยทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรม สร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่มีโอกาสจะเป็น First Mover ในตลาดได้  3. แม้ใช้ AI ในการทำงานมากขึ้นแต่ Human Touch ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกต่างๆ เพราะผู้สร้าง AI คือ มนุษย์ ดังนั้นคนทำงานก็ต้องพัฒนาทักษะ (Skills) ตัวเองอยู่ตลอดเวลาและทำงานร่วมกับ AI 

6. Emerging of OOH Commerce :  สื่อโฆษณานอกบ้านมาแรง สร้างทราฟฟิกปิดการขาย

– ปีที่ผ่านมาชัดเจนว่าสื่อนอกบ้าน (Out of Home Media :OOH) มาแรง โดยเฉพาะป้ายเทคโนโลยี 3D ที่หลายแบรนด์สนใจทำคอนเทนต์ 3D เติบโตต่อเนื่องจากยุค AR/VR  เป็นการสื่อสารที่ทำให้ผู้บริโภค Engage กับแบรนด์มากขึ้น

– เทคโนโลยี OOH ป้ายโฆษณาดิจิทัล ทำให้ใส่ไอเดียสร้างสรรค์งานโฆษณาได้มากขึ้น จึงเป็นสื่อที่สามารถดึงความสนใจของคนได้มากกว่า 60% เมื่อเทียบกับป้ายโฆษณาแบบเดิม (ป้ายนิ่ง)

– การใช้ Programmatic OOH ที่มีดาต้ามาช่วยในการวางแผนสื่อ เลือกทำเล เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าและแบรนด์ได้  สามารถปรับเปลี่ยนคอนเทนต์รวมทั้งแคมเปญได้แบบ Realtime  ตามฟีคแบ็คลูกค้า  จึงเป็นสื่อที่สร้างทราฟฟิกลูกค้าไปถึงปิดการขายได้ (กรณีตัวอย่างในต่างประเทศ ช่วยสร้างทราฟฟิกและปิดการขายได้ 30%) รวมทั้งวัดผล ROI ได้

– สรุปเทรนด์ Emerging of OOH Commerce : Beyond Visibility คือ 1. ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้นในสื่อ OOH  2. ใช้ดาต้ามาวางแผนสื่อ 3. ดึงทราฟฟิกลูกค้าจากออฟไลน์ไปออนไลน์ และสโตร์มากขึ้น

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like