Homehttps://www.brandbuffet.in.th/relationship-dates/‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ใช้เวลา 6 ปี สร้าง ‘โคตรคูล’ มูลค่าบริษัท 441 ล้าน ขึ้นแท่นท็อป 20 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากสุด

‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ใช้เวลา 6 ปี สร้าง ‘โคตรคูล’ มูลค่าบริษัท 441 ล้าน ขึ้นแท่นท็อป 20 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากสุด

แชร์ :

“โคตรคูล” คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ สายบันเทิง ที่ประกอบธุรกิจผลิตและออกอากาศรายการในช่องทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ก่อตั้งโดย “โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน” ในปี 2560 สร้างความสนใจในแวดวงธุรกิจ เมื่อปลายปี 2566

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

หลังจาก บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ประกาศเข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน “โคตรคูล” ด้วยวงเงินไม่เกิน 216 ล้านบาท เพื่อถือหุ้น 49% และผู้ถือหุ้นเดิมยังคงถืออยู่ 51% นั่นทำให้ “โคตรคูล” ที่ก่อตั้งมา 6 ปี มีมูลค่าองค์กรอยู่ที่ 441 ล้านบาท

ไม่เพียงแค่นั้น “โคตรคูล” ยังได้รับความสนใจจาก “คนรุ่นใหม่” จากการประกาศรางวัล Top 50 Companies in Thailand บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2567 ที่มาจากสำรวจความคิดเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มงานช่วงแรก อายุระหว่าง 22-35 ปี จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 11,452 คน สำรวจโดย WorkVenture ที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทย สำรวจต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

ปี 2567 “โคตรคูล” อยู่ในอันดับ 20 ของบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด เป็นการเข้ามาติดอันดับเป็นปีที่ 2 ด้วยอันดับที่ขยับขึ้นจากปี 2566 มีรายชื่อติดอันดับครั้งแรกใน อันดับที่ 39

ที่สำคัญเป็นการเข้ามาติดอันดับ ท็อป 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ท่ามกลางรายชื่อของบริษัทยักษ์ใหญ่ในไทยและบริษัทข้ามชาติระดับโลก ที่มีรายได้สูงสุดระดับ “ล้านล้านบาท”ต่อปี จำนวนพนักงานหลัก 10,000 – 100,000 คน โดย 10 อันดับแรก คือ 1. Google 2. ปตท. 3. เอสซีจี 4. Agoda 5. Unilever 6. LINE 7. Toyota 8. ไทยเบฟ 9. มิตรผล 10. บางจาก

วิถีเจ้านายสไตล์ “โอ๊ต ปราโมทย์”

“โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน” ซีอีโอ บริษัท โคตรคูล จำกัด ขึ้นรับรางวัล Top 50 Companies in Thailand 2567 พร้อมพูดถึงจุดเริ่มต้นของ “โคตรคูล” เมื่อ 6 ปีก่อน ที่เริ่มจากพนักงาน 1 คน เพิ่มเป็น 2, 3, 4 คน จากนั้นจึงเริ่มมีออฟฟิศเป็นของตัวเอง จนมาถึงวันนี้มีพนักงานกว่า 40 คน และรู้สึกเซอร์ไพรส์มากกับรางวัล 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากมาทำงานด้วยมากที่สุด ตั้งแต่ได้รับครั้งแรกในปี 2566

แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่คิดว่าเส้นทางของคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ที่ทำอยู่ “มาถูกทาง” เมื่อมีเด็กรุ่นใหม่ต้องการเข้ามาทำงานด้วย ความแตกต่างของ “โคตรคูล” ที่เป็นเหมือน DNA ถูกฝังอยู่ในทุกรายการที่ผลิต คือ “ความสนุก” พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างสนุกและแสดงความเห็นกับเจ้านายได้ทุกเรื่อง

วิถีการทำงานของโคตรคูลไม่เคยเชื่อคำพูดที่ว่า “บริษัทเราอยู่กันเป็นครอบครัว” แต่การทำงานของเราอยู่กันด้วยระบบนิเวศ ที่มีทุกอย่าง ทุกคนเกื้อหนุน ช่วยเหลือกัน เป็นระบบนิเวศที่แข็งแรง เด็กที่ไม่เก่งด้านไหน จะพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้เก่งขึ้นจากการช่วยเหลือกันในองค์กร “เราเป็นระบบนิเวศที่แข็งแรงมากและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ”

“ผมเคยเป็นลูกน้องมาก่อน วิธีการเป็นเจ้านายที่ดีของผมง่ายมาก คือ ผมจะไม่มีวันเป็นเจ้านายแบบที่ผมเกลียด ฉะนั้นวิธีของผมและโคตรคูล จะพยายามเป็นเจ้านายที่ลูกน้องรักเสมอ”

นี่คือวิถีของโคตรคูล คือ “เรารักและดูแลกัน ผมรักลูกน้องทั้งการพูดและปฏิบัติ”

แต่ต้องยอมรับว่าลูกน้องอาจจะมีแอบบ่นบ้าง ในองค์กรก็มีกรุ๊ปไลน์ “NO โอ๊ต” สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ อย่าไปสนใจ เพราะการทำงานทุกเรื่องเจ้านายไม่ได้ตัดสินใจถูกต้องเสมอไป เราผิดพลาดได้เสมอ แต่ให้ความผิดพลาดนั้นเป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน

การที่โคตรคูล องค์กรที่มีพนักงานกว่า 40 คน มายืนในจุดที่ติดอันดับ Top 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดได้นั้น ก็แสดงให้เห็นว่าบริษัทเล็กๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานเป็น 100 คน 1,000 คน หรือ 10,000 คน ก็เป็นตัวเลือกของคนรุ่นใหม่ได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญของการเป็นเจ้านายสไตล์ “โอ๊ต ปราโมทย์” คือ ต้องเป็นคนที่มี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจกัน (ในทุกเรื่องที่ช่วยได้ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว) พนักงานทุกคนคือ “คนที่ยอดเยี่ยม” และในฐานะ ซีอีโอ นักร้อง ตลก นักแสดง จะทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้

พร้อมทิ้งท้ายว่า “ผมเชื่อเสมอว่า Work Life Balance ไม่มีจริง”

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like