HomeBrand Move !!จ่ายเพิ่ม 15 เหรียญต่อเดือน กรณีศึกษาเมื่อ Pantone ถอดชุดสีจาก Adobe Creative Suite

จ่ายเพิ่ม 15 เหรียญต่อเดือน กรณีศึกษาเมื่อ Pantone ถอดชุดสีจาก Adobe Creative Suite

แชร์ :

pantone

การยอมจ่ายเงินซื้อไลเซนต์ซอฟต์แวร์ราคาแพง ๆ ไม่ได้หมายความว่า เราจะสามารถเข้าถึงทุกสิ่งทุกอย่างเสมอไป อย่างน้อย ผู้ใช้งานบางส่วนของ Adobe Creative Suite ที่ภายในมีซอฟต์แวร์ฮอตฮิตอย่าง Photoshop, Illustrator และ InDesign ฯลฯ ก็กำลังรู้สึกเช่นนั้น เพราะในตอนนี้ พวกเขาต้องจ่ายเงินเพิ่ม 15 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 535 บาท) หรือถ้าพร้อมจ่ายเป็นรายปีจะมีราคาอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,200 บาท) หากต้องการใช้งานสีจาก Pantone ในโปรแกรมของ Creative Suite แล้ว

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

กรณีดังกล่าวมีคำอธิบายจาก Ashley Still รองประธานอาวุโสฝ่าย Digital media marketing ของ Adobe ว่า สีบางสีของ Pantone Color Books ที่พรีโหลดไว้ใน Adobe Photoshop, Illustrator และ InDesign เป็นสีที่ได้ถูกนำออกไปแล้วจากการอัปเดทซอฟต์แวร์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ หากลูกค้าต้องการใช้สีของ Pantone ฉบับเต็ม ก็จำเป็นต้องซื้อพรีเมียมไลเซนส์ผ่าน Pantone Connect รวมถึงติดตั้งปลั๊กอินของทาง Pantone ด้วย

ขณะที่คำตอบของ Scott Belsky ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Adobe ที่ทวีตตอบกลับผู้ใช้งานทวิตเตอร์รายหนึ่ง กลับบอกว่า Pantone ต้องการให้ทาง Adobe ยกเลิกการซัพพอร์ตนี้ เพื่อที่ทาง Pantone จะได้ชาร์จกับลูกค้าโดยตรง

อย่างไรก็ดี การเตรียมการของ Pantone ที่จะรับมือผู้ใช้งาน Creative Suite อาจไม่ดีมากพอ เพราะมีรายงานว่า ผู้ใช้งานที่ต้องการใช้สีจาก Pantone หาปลั๊กอินไม่พบ ส่วนผู้ใช้งานบางคนที่ดาวน์โหลดปลั๊กอินมาได้สำเร็จ ก็พบว่า ตัวปลั๊กอินไม่ได้อัปเดทเลยตั้งแต่กันยายน 2019 ความอึดอัดคับข้องใจนี้ทำให้มีผู้ใช้งานหลายรายเข้าไปตำหนิที่เพจของ Pantone โดยผู้ใช้บางรายถามว่า สีของ Pantone ในปีหน้าคือสีดำใช่หรือไม่ด้วย

เพราะ Pantone สำคัญและจำเป็น

แน่นอนว่า การต้องจ่ายเงินเพิ่มทำให้บรรดาดีไซเนอร์ไม่ค่อยพอใจ และรู้สึกว่านี่เป็นการมัดมือชก แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า โค้ดสีของ Pantone กลายเป็นความจำเป็นของการออกแบบในปัจจุบันไปแล้ว หรืออาจเปรียบได้ว่า Pantone ก็คือภาษากลางระหว่างคนทำงานในวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ คนสร้างพรินเตอร์ โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ให้เข้าใจได้ตรงกันว่าต้องการสีอะไร เพียงแค่บอกโค้ดของ Pantone ก็สามารถระบุสีที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง ซึ่งนั่นทำให้หลายคนไม่สามารถปฏิเสธ หรือไม่ใช้ค่าสีของทาง Pantone ได้นั่นเอง

อย่างไรก็ดี จากความสะดวกสบายมาสู่การจ่ายเงินเพิ่มครั้งนี้ อาจทำให้คนในอุตสาหกรรมบางส่วนอยากหาทางออกที่ประหยัดกว่าแล้วก็เป็นได้

Source

 

 


แชร์ :

You may also like