HomeSponsoredส่องธุรกิจ “aCommerce” ผู้อยู่เบื้องหลังการให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรของแบรนด์ชื่อดังระดับโลกและระดับประเทศ

ส่องธุรกิจ “aCommerce” ผู้อยู่เบื้องหลังการให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรของแบรนด์ชื่อดังระดับโลกและระดับประเทศ

แชร์ :

เคยสงสัยกันไหมว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ผงซักฟอกบรีส ยาสระผมซันซิล ครีมบำรุงผิวซิตร้า ภายใต้แบรนด์ยูนิลีเวอร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ 3M เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน รวมถึงอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ ที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการและทำการตลาดออนไลน์ให้กับแบรนด์ดังเหล่านี้ ไปทำความรู้จักกับบริษัทนั้นกัน

Santos Or Jaune

บริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ “ACOM” เป็นบริษัทที่ให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรของแบรนด์ชื่อดังระดับโลกและระดับประเทศ โดยบริษัทถือว่าเป็นตัวแทนหุ้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตัวแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้บริการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ การพัฒนาร้านค้าออนไลน์ การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ การจัดการสินค้าคงคลังและบริการคลังสินค้าครบวงจร การรับชำระเงินและการจัดส่งสินค้า รวมถึงบริการหลังการขาย และดูแลศูนย์บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ACOM เป็นผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก EuroMonitor

การให้บริการที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการของ ACOM ทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้บริการบริษัทที่มีบริการตามที่แบรนด์มองหาตั้งแต่กระบวนการซื้อขาย ไปจนถึงการขนส่งสินค้า โดย ACOM ได้ให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่างครบวงจร และมีบริการหลากหลายที่อำนวยความสะดวกแบรนด์ที่ใช้บริการของบริษัทฯ ให้มีความสะดวกสบาย มีความคุ้มค่า มีต้นทุนค่าใช้จ่ายและการขนส่งที่ลดลง 

แม้จะอยู่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซเหมือนกันแต่ผู้ให้บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซแตกต่างจากโมเดลธุรกิจของ Marketplace ซึ่งเป็นผู้เชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ขายผ่านแพลตฟอร์มการขายสินค้าออนไลน์ โดย ACOM ไม่ได้เป็นตัวกลางเหมือน Marketplace แต่เป็นผู้บริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแบรนด์เพื่อให้แบรนด์สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องจากการขายออน ไลน์ในหลากหลายช่องทางโดยไม่จำกัดเพียง Marketplace เท่านั้น

สำหรับผลิตภัณฑ์และการให้บริการของ ACOM มียอดขายเติบโตจากต้นทางไปยังปลายทางตั้งแต่ปี 2563 – 2565 ของแบรนด์ 10 อันดับแรกที่ ACOM ให้บริการถึงร้อยละ 71.7 ต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่ใช้บริการของ ACOM มาหลายปี อาทิ กลุ่มความงาม กลุ่มแฟชั่น และกลุ่มสุขภาพ มีบริการคำสั่งซื้อสินค้ากว่า 8.02 ล้านรายการ ในปี 2564 โดยคิดเป็นยอดขายสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทางกว่า 10,149.2 ล้านบาท 

ACOM ถือเป็นผู้นำธุรกิจ E-commerce Enabler ที่ให้บริการในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วัดจากยอดขายสินค้ารวม หรือ Gross Merchandise Value (GMV) ในปี 2563 โดยข้อมูลจาก EuroMonitor ระบุว่า ACOM มีส่วนแบ่งการตลาดราว 16.5% หรือคิดเป็น 1.8 เท่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใกล้เคียงที่สุด ซึ่ง ACOM นั้นมียอดขายสินค้ารวมมากกว่าคู่แข่งอันดับ 2 และอันดับ 3 ในอุตสาหกรรมรวมกัน

ACOM บริหารจัดการสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ครอบคลุมหลายด้าน โดยบริษัทฯ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการจัดการสินค้าคงคลัง โดยรายได้ที่แบ่งตามการจัดการสินค้าคงคลังจะมี 2 รูปแบบ ที่เรียกว่าการรับรู้รายได้ในฐานะตัวการ (Principal) และการรับรู้รายได้ในฐานะตัวแทน (Agent Model) 

โดยการรับรู้รายได้ในฐานะตัวการ ACOM จะเป็นผู้ขายสินค้า และคงราคาเสนอขายที่กำหนด เมื่อสินค้าขายได้บริษัทฯ ก็จะได้รับเงินค่าสินค้าตามร้อยละของอัตรากำไรที่ได้ตกลงกับแบรนด์ผู้ใช้บริการ โดยการซื้อสินค้าคงคลังภายใต้รูปแบบตัวการ มีข้อตกลงอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือ ACOM จะสั่งซื้อสินค้ามาขายให้กับผู้บริโภคโดยไม่ต้องรอจำนวนออเดอร์คำสั่งซื้อ แต่เป็นการซื้อสต๊อกไว้แล้วก็ขายตามคำสั่งซื้อที่แจ้งเข้ามา โดยแบรนด์ผู้ใช้บริการจะเรียกเก็บค่าสินค้าจาก ACOM ตามข้อตกลงร่วมกัน ส่วนข้อตกลงแบบที่สองก็คือ ACOM จะสั่งซื้อสินค้ากับแบรนด์ผู้ใช้บริการตามยอดคำสั่งซื้อจากผู้บริโภคที่แจ้งเข้ามาเท่านั้น และสามารถขอคืนสินค้าก่อนที่ ACOM จะดำเนินการจัดการคำสั่งซื้อ

ส่วนรูปแบบการรับรู้รายได้ในฐานะตัวแทน (Agent Model) แบรนด์ผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซจะสามารถสั่งโอนสต๊อกสินค้า กำหนดราคาเสนอขายและจัดส่งสินค้าไปยังคลังสินค้าที่ ACOM ดำเนินการอยู่ ซึ่งอาจเป็นคลังสินค้าของแบรนด์ หรือของ ACOM โดย ACOM จะจัดการในเรื่องการรับสินค้าเข้าคลัง และบรรจุห่อสินค้า รวมถึงการจัดส่งสินค้า โดยรายได้จากการขายสินค้าจะเป็นของแบรนด์ผู้ใช้บริการ ซึ่ง ACOM จะมีสิทธิ์ได้รับค่าบริการจากการคำนวณอัตรากำไรจากยอดขายสินค้าและค่าบริการตามที่ตกลงกับผู้ใช้บริการ

ปัจจุบัน ACOM ให้บริการกับแบรนด์ดังที่คุ้นหูคนไทย อาทิ 3เอ็ม (3M)  ควิกซิลเวอร์ (Quiksilver) เรกคิทท์ (Reckitt) รวมถึง ยูนิลีเวอร์ (Unilever) นอกจากนั้นยังมีกลุ่มผู้ใช้บริการเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ครบวงจรถึง 13 แบรนด์ ที่อยู่ใน 100 อันดับแรกของแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าสูงสุดในปี 2564 

ACOM ดำเนินงานครอบคลุมใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ผ่าน 3 บริการหลัก ได้แก่   

 1. EcommercelQ แพลตฟอร์มที่ให้บริการประมวลผลข้อมูลภายใต้คลาวด์ที่ครบวงจรเพียงแพลตฟอร์มเดียว          

2. EcommercelQ SaaS ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง 

3. Value Added Services ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์หรือบริการเสริมอื่น ๆ ตามความต้องการของลูกค้า ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการตามต้องการ

นอกจากบริษัทฯ จะมีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ACOM ยังสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่ง โดย ACOM มีพันธมิตรสำคัญอย่าง DKSH (ชื่อเดิมคือดีทแฮล์ม) เป็นผู้กระจายสินค้าให้แบรนด์รายใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก มีแบรนด์ใน portfolio มากกว่าพันแบรนด์ โดยหากแบรนด์เหล่านี้ต้องการขายออนไลน์ ACOM จะได้ exclusive right ในประเทศที่ ACOM ดำเนินงานอยู่ 

สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการมีพันธมิตรคือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาสินค้าของแบรนด์ผู้ใช้บริการ โดยมีช่องทางการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Application Programing Interfaces หรือ APIs มากกว่า 300 รายการ ซึ่งประกอบด้วยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E-commerce Platform) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ให้บริการรับชำระเงิน แพลตฟอร์มสินค้าคงคลังและลูกค้าสัมพันธ์ และเครื่องมือระบบนิเวศที่ให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ แก่ผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรของบริษัทฯ 

พร้อมทั้งให้บริการเชื่อมต่อกับช่องทางการขายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง marketplace, social commerce รวมถึง Brand.com ซึ่งคือเว็บไซต์ของแต่ละแบรนด์ที่ ACOM ได้ใช้ข้อมูลและปรับกลยุทธ์การขายสินค้าออนไลน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกโดยใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอย่าง Client Analysis & Market Insight ที่ ACOM คิดค้นขึ้นมาเอง

ตั้งแต่ปี 2556 บริษัทฯ ได้ลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีไปกว่า 850 ล้านบาท ทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ สามารถขยายการให้บริการที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมที่ซับซ้อน การจัดการกับแพลตฟอร์มการขายสินค้าทางอีคอมเมิร์ซ บริการรับชำระเงิน รวมไปถึงการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลและการให้ข้อมูลเชิงลึก ที่มีส่วนช่วยทำให้ลูกค้าประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

การที่บริษัทฯ อยู่เบื้องหลังการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ และมีการให้บริการแบบครบวงจรที่ช่วยให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่า ACOM พร้อมให้การสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ระดับขั้นต้นถึงขั้นปลาย และสามารถนำพาให้ธุรกิจของแบรนด์เติบโตและดึงดูดแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นได้อีก…
——

Reference:

-แบบแสดงรายการข้อมูลแบบ Filing ของสำนักงาน ก.ล.ต.

-ACOM Factsheet


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม