HomeDigitalคุยกับ Crypto Dog เรื่องโลก Crypto ในยุคสงคราม – อินไซท์นักลงทุนไทย ยิ้มได้แม้เหรียญดิ่ง

คุยกับ Crypto Dog เรื่องโลก Crypto ในยุคสงคราม – อินไซท์นักลงทุนไทย ยิ้มได้แม้เหรียญดิ่ง

shutterstock_bitcoin mining

ในปี 2021 ต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในกระแสที่ถูกจับตาบนโลกออนไลน์สูงเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือเรื่องของ “Cryptocurrency” หรือสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างความร้อนแรงให้กับทุกวงการ จากการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของ Google พบว่า คนไทยสนใจหาความรู้ทางการเงิน ในหัวข้อ “Cryptocurrency” เพิ่มขึ้นถึง 263% (อ้างอิงจากรายงาน Year in Search 2021) และไม่เฉพาะ Google แต่บนแพลตฟอร์มวิดีโออย่าง YouTube กระแสการรับชมคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการเงิน เมื่อเทียบกันระหว่างเดือน เมษายน 2021 กับเมษายน 2022 ก็เพิ่มขึ้นกว่า 100% เช่นกัน

BMW Class Of The Future

Santos Or Jaune

ท่ามกลางความสนใจของโลกออนไลน์ที่เพิ่มสูงนี้ เราได้เห็นช่อง YouTube ที่เติบโตอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือช่อง Crypto Dog ของ “คุณเข้ม – ณัฐวัฒน์ วัฒนะโชติ” ยูทูบเบอร์ที่หลายคนอาจเคยคุ้นหน้ากันมาก่อนในโลกอีคอมเมิร์ซ

“สำหรับคริปโต ต้องบอกว่าเรารู้จักมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ประมาณปี 2013 แต่ตอนนั้นเราไม่แน่ใจว่ามันจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะหากเราติดตามข่าวสารมาโดยตลอด จะพบว่า หลาย ๆ ครั้งที่เจอปรากฏการณ์ฟองสบู่ เวลาที่มันบูมมาก ๆ ส่วนใหญ่มันก็จะแตก และสลายหายไป แต่ประเด็นคือสำหรับบิทคอยน์ ตอน ปี 2016 – 2017 มันกลับมา แล้วปี 2020 มันก็กลับมาอีก ตอนนั้นทำให้เรารู้สึกว่า การที่มันกลับมาได้ แสดงว่าต้องมีอะไรสักอย่างแล้ว เราก็เลยเข้าไปศึกษาจริงจัง”

และนั่นก็คือจุดกำเนิดของช่อง Crypto Dog ในเวลาต่อมา ซึ่งคุณณัฐวัฒน์ อธิบายว่า การใส่คำว่า Dog ลงไปในชื่อช่อง มาจากที่เขาเป็นคนเลี้ยงสุนัข และรักหมา จึงอยากให้มีตัวตนของน้องหมาอยู่ในช่องที่สร้างขึ้นด้วยนั่นเอง

เปิดช่อง 2 เดือน ยอด Subscribe ทะลุแสน

สถิติหนึ่งที่น่าสนใจของช่อง Crypto Dog คือการมียอด Subscriber ทะลุหนึ่งแสนอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 เดือน หลังจากเปิดช่อง

“ปี 2021 ต้องยอมรับว่ากระแส Cryptocurrency บูมมาก ๆ ส่งผลให้ช่อง Crypto Dog มียอดวิว ฯลฯ เติบโตเร็วมาก ประกอบกับคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมาก ถือว่าโตเร็วที่สุดตั้งแต่ผมเคยทำช่องมาครับ”

คุณณัฐวัฒน์อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า มาจาก 3 ปัจจัย ประการแรกคือ การที่เขาเองเคยทำช่อง YouTube มาก่อนแล้ว (เป็นช่องเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ) และคุ้นเคยกับเครื่องมือหลังบ้านของแพลตฟอร์มพอสมควร ซึ่งทำให้เขามองเห็นเทรนด์ว่าคีย์เวิร์ดใดกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มอย่าง Google และ YouTube (ซึ่งรวมถึงเรื่อง Cryptocurrency ที่เขาสนใจด้วย) จึงทำให้ตัดสินใจทำช่องให้ความรู้เกี่ยวกับคริปโตได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจัยที่สองมาจากเรื่องหัวข้อคอนเทนต์ ที่คุณณัฐวัฒน์อธิบายว่า คอนเทนต์ในยุคเริ่มต้นของช่อง เน้นให้ความรู้ ไม่ได้เน้นที่ตัวบุคคลแต่อย่างใด

“คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของช่องตั้งแต่ช่วงปี 2021 ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ก็คือ เรื่อง Metamask (เป็นแอปพลิเคชันที่เปรียบได้กับ wallet ในโลก Cryptocurrency) ที่ผมนำมาสอนวิธีการใช้ Metamask ว่าต้องใช้อย่างไร มีประโยชน์อย่างไร การทำคอนเทนต์ในลักษณะนี้ทำให้ช่องเติบโตค่อนข้างเร็ว เพราะคนเข้ามาแล้วได้ประโยชน์ ได้ความรู้กลับไป”

Cryptocurrency กับความท้าทายแรกในสงครามยูเครน – รัสเซีย

อย่างไรก็ดี ความน่าสนใจของ Cryptocurrency ในปี 2022 อาจไม่ใช่แค่ความหวือหวาของราคาเหมือนสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2020 – 2021 อีกต่อไป แต่อาจเป็นการก้าวข้ามผ่านความความท้าทายใหม่จาก “สงครามยูเครน – รัสเซีย” เนื่องจากภายใต้สมรภูมิดังกล่าว เราได้เห็นข่าวคราวการใช้ Cryptocurrency เกิดขึ้นมากมาย เช่น การรับบริจาคบิทคอยน์ และอีเทอเรียมของรัฐบาลยูเครนเพื่อนำไปใช้ต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย

ในจุดนี้คุณณัฐวัฒน์ให้ความเห็นว่า “เวลาบิทคอยน์จะมาถึงจุดพีค มันจะมีอีเวนท์บางอย่าง เช่น ก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk ผู้บริหารเทสล่า) ซื้อบิทคอยน์เก็บ บิทคอยน์ก็พุ่ง แต่สำหรับปี 2022 ผมมองว่า สงครามอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บิทคอยน์มีความหมายที่เปลี่ยนไป โดยมันอาจเป็นการที่คนมองว่า จะทำอย่างไรให้เงินของตัวเองยังมีเสถียรภาพ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง เพราะในรัสเซีย ธุรกิจต่าง ๆ ก็ทยอยยกเลิก แอปเปิล – กูเกิลก็ยกเลิกหมด คนต่างประเทศส่งเงินมาให้คุณไม่ได้”

“สิ่งที่เราเห็นคือ เงินจะหาที่ไปของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ถ้าเราดู ตลาดหุ้นต่าง ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะพังแต่อย่างใด ไม่ได้ร่วงเหลือศูนย์ แต่บิทคอยน์ก็อาจเป็นทางเลือกให้กับคนได้เพิ่มขึ้น แม้จะไม่สามารถวางใจเอาทรัพย์สินทุกอย่างไปไว้ในบิทคอยน์ แต่มันก็อาจเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างหนึ่งได้เช่นกัน”

“สำหรับผมมองว่า นี่เป็นสงครามที่เราไม่เคยเห็น ไม่ใช่สงครามที่ลุยกันเละเทะ แต่ลุยเพื่อตกลงกัน และอย่างน้อยมันทำให้คนตระหนักว่า เรายังมี Crypto นะ”

Crypto ในไทย vs ความท้าทายของเทรนด์โลก

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แต่ละประเทศมีมุมมองด้าน Cryptocurrency ที่แตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และไทยก็อยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้น การปรับใช้ Cryptocurrency ในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ควรทำหรือไม่ หรือควรเป็นไปในทิศทางใด คุณณัฐวัฒน์ให้ความเห็นว่า

“ผมว่ายังไม่จำเป็นมาก เพราะไทยเรามีแอป Mobile Banking ของธนาคารต่าง ๆ เยอะมาก มันเข้าถึงการโอนเงินได้สะดวกกว่า ถ้าเทียบกับอีกหลาย ๆ ประเทศอย่างเช่น เอลซัลวาดอร์ ที่คนอาจเข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่มากเท่าเรา แต่ถ้าถามว่า อยากให้มีไหม ที่อนุญาตให้คริปโตชำระได้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนตัวคิดว่าก็น่าจะดี เพราะถ้าร้านค้าสามารถรับได้ ก็จะทำให้เงินจากฝั่งคริปโตเข้ามาซื้อสินค้าของเขาได้ เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ถามว่าจำเป็นไหม ตอนนี้ก็ยังไม่จำเป็นมากครับ”

อินไซต์คนไทยบนโลก Crypto สนุกได้แม้เหรียญดิ่ง

นอกจากความท้าทายของเหรียญต่าง ๆ ในภาวะสงครามแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ก่อตั้งช่อง Crypto Dog บอกว่ารู้สึกประทับใจในสังคมออนไลน์ของไทยก็คือ รอยยิ้ม แม้ในวันที่เหรียญเหล่านั้นจะดิ่งไปกว่า 50% ก็ตาม

shiba inu

“สิ่งที่ประทับใจคือ เราได้เห็นคนมาคอมเม้นท์กัน ได้เจอคนที่ชื่นชอบโลกคริปโตเหมือน ๆ กัน ได้เจอคนที่ต่อให้เหรียญลงไป 50% ก็ยังยิ้มได้ เราได้เจอแฟนเหรียญชิบะ แฟนเหรียญมีม ฯลฯ เวลามีข่าวชิบะเขาก็จะมาคอมเม้นท์กัน ทำให้เรามีเพื่อนเยอะขึ้น เหมือนบรรยากาศเวลาดูบอล มีแฟนคลับของเหรียญต่าง ๆ มาขิงกันไปมา ทั้ง ๆ ที่ตลาดมันลง ซึ่งถามว่า เจ็บปวดไหมที่มันลง ก็คงเจ็บ แต่เรายังเฮฮากันได้ เดี๋ยวก็ขึ้น ทูเดอะมูนกันไป” คุณณัฐวัฒน์เล่า

“ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นช่วงของวัย คนที่มาลงทุนเป็นคนรุ่นใหม่ อาจไม่ได้ลงเยอะมาก บางทีก็พอยิ้มได้ หรือบาดเจ็บอย่างไร วัยรุ่นก็มีในส่วนของกำลัง เขาก็กลับไปหาเงินมาลงทุนใหม่ได้ครับ”

มือใหม่ในโลก Crypto เริ่มอย่างไร

ก่อนที่บทสนทนาครั้งนี้จะจบลง คุณณัฐวัฒน์ได้ฝากทิ้งท้ายถึงเทคนิคง่าย ๆ สำหรับคนที่อยากเข้าสู่โลกของ Crypto ว่า อาจต้องเริ่มจากบิทคอยน์

“อยากให้ศึกษาบิทคอยน์ เพราะถือเป็นตัวตั้งตัวตี เป็นจุดกำเนิด ถ้าเข้าใจบิทคอยน์ จะเข้าใจทุกอย่าง และข้อมูลมีเยอะมาก ๆ ศึกษาตัวเดียว บิทคอย์คืออะไร แล้วตัวอื่นจะเข้าใจเอง แต่นอกจากเรื่องของบิทคอยน์แล้ว ตอนนี้ คิดว่ากระแส Crypto จะเป็นโอกาสทั้งของคนรุ่นใหม่ นักพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องการเขียน Smart Contract ที่รายได้สูงมาก และยังมีคนทำน้อย ถือเป็นตำแหน่งงานที่มีโอกาสเติบโตสูงมากทีเดียว”

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy