Tesla เทขายบิทคอยน์ ฟันเหนาะ ๆ กว่าร้อยล้านดอลล์ ดันกำไรไตรมาส 1 พุ่ง

tesla bitcoin sale1

เทสล่า (Tesla) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 กำไรพุ่ง 438 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นกำไรจากการขายบิทคอยน์ถึง 101 ล้านเหรียญสหรัฐ

- Advertisement -

ในขณะที่บรรดานักลงทุนรายย่อย หรือชื่อที่น่ารักกว่านั้นก็คือแมงเม่ากำลังให้ความสนใจกับการขึ้นลงของราคาบิทคอยน์ด้วยความลุ้นระทึก ผู้เล่นรายใหญ่อย่างเทสล่า (Tesla) ก็ออกมาประกาศว่า ในการดำเนินงานไตรมาส 1 นอกจากขายรถยนต์แล้ว บริษัทยังได้ขายบิทคอยน์ไปแล้ว 272 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำกำไรจากการขายบิทคอยน์ดังกล่าวได้ถึง 101 ล้านเหรียญสหรัฐ

การประกาศนี้มีขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อเทสล่าระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทมีรายได้สุทธิที่ 10,390 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 74% ส่วนกำไรของไตรมาสนี้อยู่ที่ 438 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในจำนวนนี้มาจากการขายบิทคอยน์ประมาณ 10% ที่บริษัทถือเอาไว้รวมอยู่ด้วย

คำอธิบายจาก Zach Kirkhorn ผู้บริหารฝ่ายการเงินของเทสล่า หรือที่มีตำแหน่งในบริษัทว่า Master of Coin ระบุว่า ในเวลานั้น เขาและอีลอน มัสก์ต่างมองหา “พื้นที่” สำหรับเก็บเงินของบริษัทที่ยังไม่มีแผนจะใช้แบบปัจจุบันทันด่วน โดยเงื่อนไขก็คือต้องเป็นพื้นที่ที่สามารถทำกำไรได้ในระดับหนึ่ง และต้องมีสภาพคล่องด้วย ซึ่งการลงทุนแบบดั้งเดิมไม่ใช่สิ่งที่พวกเขามองว่าตอบโจทย์

Kirkhorn ยังชี้ด้วยว่า การเลือกลงทุนในบิทคอยน์ ณ เวลานั้น แสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจของพวกเขานั้นถูกต้องกับการใช้บิทคอยน์เป็นแหล่งพักเงินที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งผลตอบแทนก็คุ้มค่าอย่างที่เราได้เห็นกันในผลประกอบการไตรมาส 1

อย่างไรก็ดี การขายบิทคอยน์ดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายเกิดคำถามตามมาด้วยว่า สีสันก่อนหน้าอย่างการประกาศว่า สามารถใช้บิทคอยน์ซื้อรถของเทสล่าได้คืออะไร รวมถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมของ Tesla ด้วย เนื่องจากการสนับสนุนในการใช้จ่ายด้วยบิทคอยน์อาจทำให้เกิดการลงทุนขุดเหมืองเพิ่มขึ้นนั่นเอง

แก้ไขปัญหา Chip Shortage สไตล์เทสล่า

สำหรับยอดขายรถยนต์ของเทสล่าในไตรมาสนี้ก็น่าสนใจ โดยบริษัทสามารถส่งมอบรถยนต์ Model 3 และ Model Y ได้ถึง 184,800 คัน ส่วนยอดขายรถโมเดล S Sedan และ Model X SUV จำนวน 2,020 คันนั้น เป็นการนำรถในสต็อกเก่าออกมาขาย ไม่ได้ผลิตเพิ่ม อีลอน มัสก์ยังได้กล่าวว่า รถ Model S Sedan เวอร์ชันใหม่จะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ส่วน Model X จะเริ่มส่งมอบได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้

ส่วนปัญหาการขาดแคลนชิปที่ทำให้บริษัทยานยนต์ส่วนใหญ่ปวดหัวอยู่ในขณะนี้ เทสล่าบอกว่า บริษัทมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเปลี่ยนไปใช้ชิปจากซัพพลายเออร์รายใหม่ รวมถึงมีการปรับปรุงเฟิร์มแวร์ให้เข้ากับชิปตัวใหม่นั้นแล้วด้วย

อย่างไรก็ดี ข้อครหาหนึ่งที่เทสล่าเผชิญก็คือ ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทมีศูนย์บริการเพิ่มขึ้นเพียง 28% ส่วนบริการตอบรับทางโทรศัพท์ก็เพิ่มขึ้นเพียง 22% ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั้นเพิ่มมากกว่า 100% ซึ่งจะเห็นได้ว่า การขยายส่วนงานบริการนั้นไม่ทันกับปริมาณการขายรถ ทำให้ลูกค้าของ Tesla บางรายจึงต้องรอซ่อมนานมากนั่นเอง

Source

Source

Source