แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เปิดผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 ทำรายได้รวมอยู่ที่ 23.73 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5.31 แสนล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.67 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.74 หมื่นล้านบาท) เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.3% โดยจุดเด่นของผลประกอบการไตรมาสนี้คือ รายได้รวมจากกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และธุรกิจโซลูชันสำหรับยานยนต์ของแอลจีทะยานสู่ 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.23 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรก
สำหรับการขับเคลื่อนที่สำคัญในกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร (B2B) ธุรกิจแพลตฟอร์ม และธุรกิจ D2X (Direct to Everything) ของบริษัทฯ ประจำไตรมาสแรก พบว่า กลุ่มธุรกิจ B2B สามารถสร้างรายได้แตะระดับ 6.5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.45 แสนล้านบาท) คิดเป็น 36% ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งมีอัตราการขยายตัว 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโต 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ในขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.4 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.43 หมื่นล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจในการสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน
ส่วนกลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS) พบว่า มีรายได้ 6.94 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท) ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส พร้อมกำไรจากการดำเนินงาน 5.7 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.27 หมื่นล้านบาท) สามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานไว้ได้ในระดับ 8.2%
สำหรับแนวโน้มในไตรมาสที่สอง แอลจีมีแผนเดินหน้าสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่องและยังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต อาทิ โซลูชันหุ่นยนต์สำหรับใช้งานภายในบ้าน รวมถึงชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ด้วย
กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS) มีรายได้ 5.17 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.15 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 3.72 แสนล้านวอน (ประมาณ 8.32 พันล้านบาท) โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์พรีเมียม และการขยายตัวของธุรกิจแพลตฟอร์ม webOS รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการลดต้นทุนคงที่
ในไตรมาสที่สอง แอลจีมุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการทำกำไร ควบคู่กับการตอบสนองเชิงรุกต่อความต้องการของตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากมหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับโลก ในขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตร พร้อมเพิ่มการลงทุนด้านคอนเทนต์ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจแพลตฟอร์ม webOS อย่างต่อเนื่อง
กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS) สร้างผลงานโดดเด่นด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาส โดยมีรายได้อยู่ที่ 3.64 ล้านล้านวอน (ประมาณ 8.14 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 2.12 แสนล้านวอน (ประมาณ 4.74 พันล้านบาท) การเติบโตของรายได้ได้รับแรงหนุนจากการยกระดับโซลูชันอินโฟเทนเมนต์ในรถยนต์สู่ระดับพรีเมียม ควบคู่กับการขยายการติดตั้งในรถยนต์หลากหลายรุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 6% เป็นครั้งแรกด้วย
กลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES) มีรายได้ 2.82 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.31 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 2.49 แสนล้านวอน (ประมาณ 5.57 พันล้านบาท) โดยรายได้และกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดท้องถิ่นที่ชะลอตัวลง อันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงกดดันจากต้นทุนด้านบุคลากรที่เพิ่มสูงขึ้น
แอลจียังมีแผนขยายสัดส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ อาทิ บริการติดตั้งและบำรุงรักษา ควบคู่กับการผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละภูมิภาค เช่น ระบบปรับอากาศแบบ Unitary ในอเมริกาเหนือ และโซลูชันเครื่องทำความร้อนในยุโรป ในขณะเดียวกัน บริษัทยังมุ่งสร้างการเติบโตในอนาคต ผ่านการรุกสู่ตลาดโซลูชันระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) โดยพัฒนาทั้งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวรุ่นใหม่




