HomeBrand Move !!Acer ชูไทยเป็นฐานการผลิต Predator Shot รุกตลาด Energy Drink เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Acer ชูไทยเป็นฐานการผลิต Predator Shot รุกตลาด Energy Drink เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แชร์ :

predator shot acer

คุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด

หลังจากมีการประกาศวิสัยทัศน์ – ปรับตัวเป็น Lifestyle Brand ของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีอย่าง Acer ไปตั้งแต่ต้นปี มาวันนี้ Acer ประเทศไทย ได้ฤกษ์ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ลงมาแข่งในตลาด Energy Drink แล้ว ในชื่อ “Predator Shot”

BMW Class Of The Future

Santos Or Jaune

เรียกว่าเป็นการเปิดเกมข้ามสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันมากนักในปัจจุบัน โดยการรุกตลาด Energy Drink ในชื่อ Predator Shot ของ Acer นั้น เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในไต้หวัน ก่อนจะเปิดตัวในสหภาพยุโรปตามมาด้วยขนาด 250 ml. และมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศโปแลนด์ ส่วนตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาทและมีแบรนด์น้อยใหญ่แข่งกันอย่างดุเดือดนั้น Predator Shot จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ล่าได้อย่างไร การเผยกลยุทธ์ของผู้บริหาร Acer ประเทศไทยอาจมีคำตอบ โดยคุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เผยว่า ประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตในภูมิภาค และจะมีการส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วย โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องข้อกฎหมาย – ส่วนผสมในเครื่องดื่มของประเทศต่าง ๆ อยู่

สำหรับประเทศไทย Acer ออกแบบให้ Predator Shot มาในขนาด 170 ml. และตั้งราคาที่ 20 บาท ซึ่งเป็นราคาของ Premium Segment หวังเจาะกลุ่มเกมเมอร์ที่มีความคุ้นเคยกับแบรนด์ Predator ของบริษัท และกลุ่มคนที่ต้องใช้สายตามาก ๆ ในยุค Work & Learn From Home

พีซีเจอความท้าทาย

ทั้งนี้ การเปิดตัว Energy Drink ของ Acer มีความเกี่ยวข้องกับภาพรวมของธุรกิจคอมพิวเตอร์ในปีที่ผ่านมาอยู่ไม่น้อย โดยคุณนิธิพัทธ์เผยว่า ภาพรวมธุรกิจพีซีที่ผ่านมา แม้จะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% แต่ก็ยังเผชิญปัญหาด้านซัพพลายเชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งปัญหาการขาดแคลนชิปเซ็ท และปัญหาด้านโลจิสติกส์ (เช่น การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับจัดส่งสินค้า) จึงมองว่า แม้ธุรกิจ PC ในไทยจะยังเติบโตได้ แต่ถึงเวลานี้ บริษัทก็ต้องกระจายความเสี่ยง และการหันมาทำธุรกิจ Energy Drink คืออีกหนึ่งเส้นทางของบริษัทเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

“ภาพรวมอาจมีความต้องการคอมพิวเตอร์สูง แต่สำหรับประเทศไทย เราได้รับสินค้าจำนวนจำกัดมาจากผู้ผลิต ถ้าสินค้ามีเยอะกว่านี้ และจัดส่งมาให้เราได้มากกว่านี้ เราก็อาจโตได้มากกว่า 10% ดังนั้น เราต้องวางแผนเพื่ออนาคต นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องขยับออกมาทำธุรกิจอื่น”

PredatorShot-Front

เป้าหมายคือคอเกม

ส่วนกลุ่มเป้าหมายของ Predator Shot นั้น คุณนิธิพัทธ์เผยว่าหลัก ๆ เน้นเจาะกลุ่มเกมเมอร์ และสตรีมเมอร์ ที่มีการใช้สายตาในการเล่นเกมสูง พร้อมระบุว่าตัวเครื่องดื่มมีการใส่วิตามิน A และ B เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วยบำรุงสายตาและสมอง

“การทำตลาด Energy Drink อาจดูไกลตัวสำหรับแบรนด์คอมพิวเตอร์ แต่ถ้าดู Target Audience แล้วถือว่าใกล้ตัวมาก เพราะกลุ่มเกมเมอร์คือ กลุ่มลูกค้าหลักของเราเช่นกัน”

สำหรับตลาดในประเทศไทย Acer เลือกใช้ช่องทางของ 7-Eleven เป็นหลัก โดยเน้นไปที่ Premium Segment เห็นได้จากการตั้งราคาที่ 20 บาท (ขณะที่ Entry Segment จะตั้งราคาไว้ที่ 10 – 15 บาท) และตั้งเป้ายอดขายในปีแรกเอาไว้ที่ 1.5 – 2 ล้านกระป๋อง

อย่างไรก็ดี ด้วยเทรนด์การทำงาน และการเรียนที่เปลี่ยนไปสู่ Work – Learn From Home ทางแบรนด์จึงมองว่า คนกลุ่มอื่น ๆ ที่มีการใช้สายตามากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของ Predator Shot ด้วยเช่นกัน

Energy Drink ช่วยส่งเสริมแบรนด์

ส่วนที่ว่า การลงมาเล่นในตลาด Energy Drink จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในธุรกิจไอทีหรือไม่นั้น คุณนิธิพัทธ์มองว่า จะเป็นการส่งเสริมกันมากกว่า 

“เมื่อ 5 – 6 ปีก่อน เรามองเห็นว่า แบรนด์ Acer มีข้อจำกัดที่ทำให้เราไปไม่ถึงจุดที่เราอยากจะไป และทำให้ Acer แตกอีกแบรนด์ขึ้นมาคือ Predator ซึ่งมันประสบความสำเร็จ ผมจึงอยากบอกว่า การเปิดตัว Predator Shot คราวนี้ก็เช่นกัน นับจากนี้ Acer ก็จะมี Path ของตัวเองในการทำตลาด ส่วน Predator ก็จะมีผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะกลุ่มของตัวเองที่เป็นเกมเมอร์เช่นกัน ซึ่งผมเชื่อว่าผู้บริโภคเข้าใจ และยอมรับ Persona ที่แตกต่างกันของแบรนด์ได้”

หมายเหตุ : ข้อมูลจาก ETDA ระบุว่า Covid-19 ทำให้ผู้คนต้องปรับพฤติกรรมมาใช้งานในฝั่งออนไลน์มากขึ้น โดยคนส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 11 ชั่วโมง 25 นาที และกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงานเป็นกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด ในขณะที่ข้อมูลจาก NPD Group รายงานว่าผู้คนใช้เวลาเล่นเกมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ละ 12.7 ชม. เป็น 14.8 ชั่วโมง


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม