ผ่ากลยุทธ์ New Blue ‘อนันดา’ สุดเผ็ชชชสะท้านวงการ Collab ดุสิตธานี-Wonderfruit

อัพเดทสถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดกับ “อนันดา” เจ้าตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ย้ำชัด Perfect Storm จบแล้ว อสังหาฯ ผ่านจุดต่ำสุดจากวิกฤติโควิด-19 ในไตรมาส 3  เห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน

- Advertisement -

ตลาดอสังหาฯ ในเมืองจะกลับมาเร็วกว่าที่คิด (Urban life is back) นี่คือจังหวะเปิดเกมรุกของ อนันดา กับกลยุทธ์ New Blue ทั้งแบรนด์ใหม่และโครงการใหม่สร้างเซอร์ไพรส์ให้วงการ บุกเซ็กเมนต์ Super Luxury แบบไม่กลัวที่จะโดดเด่น แต่กลัวที่จะธรรมดา ปี 2022 พร้อมเปิดโปรเจกต์สุดเผ็ดหลายทำเล

เกมรุกอสังหาฯ กับกลยุทธ์ ANANDA New Blue จากการแถลง Business Direction 2022 ของ คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) สรุปได้ดังนี้

อสังหาฯ สัญญาณฟื้นชัดเจน

ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย Core Business ของ อนันดา ในกลุ่ม Urban Developer สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้า ช่วงโควิด 2 ปี ถือว่าได้รับผลกระทบพอสมควร เป็นจุดที่ต้องเรียกว่า “อึดและทึก” เป็นการวิ่งมาราธอน เล่นเกมรับมาตลอด

หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายเปิดประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ชัดเจนว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว แนวโน้มจีดีพี ประเทศไทยในปีหน้า หลายสำนักเศรษฐกิจประเมินเติบโตได้ 3-4.5% นั่นหมายถึงสัญญาณ Rebound ผู้บริโภคพร้อมกลับมาจับจ่ายใช้สอยอีกครั้ง ตลาดอสังหาฯ จึงเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเช่นกัน

อีกสิ่งที่ยืนยันได้ มาจากยอดขายและยอดโอนของ อนันดา มีสัญญาณดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นทุกเดือน ในเดือนตุลาคม อยู่ที่ 1,222 ล้านบาท เติบโต 30% จากเดือนก่อนหน้า เดือนพฤศจิกายน ยังทำนิวไฮ ในรอบปี โดยเฉพาะตลาดคอนโดที่ฟื้นตัวทั้งกำลังซื้อในประเทศและต่างประเทศ (ต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย)

คาดว่าไตรมาส 4 ปีนี้ จะมียอดขาย 4,104 ล้านบาท และยอดโอนกว่า 2,557 ล้านบาท  มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 12,821 ล้านบาท เพื่อรองรับการโอนในระยะ 2 ปีข้างหน้า

อสังหาฯในเมืองยังไปต่อ ชูเทรนด์ Hybrid Life

โควิดที่เกิดขึ้นได้เปลี่ยนแปลงทั้งธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อธุรกิจอสังหาฯ กลับมาฟื้นตัวแล้ว  อนันดาก็ต้องกลับมาดูว่า Business Model ยังตอบโจทย์การสร้างสังคมเมืองอยู่หรือไม่ เมื่อโควิดทำให้เกิดพฤติกรรม Work From Anywhere ทำงานผ่านออนไลน์ได้จากทุกที่

หากย้อนไปดูทิศทางการขยายตัวของเมืองทั่วโลกตลอด ก็จะพบว่าผู้คนขยับเข้ามาอยู่ในเมืองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น สัดส่วนการเข้ามาอยู่ในเมือง 80% ส่วนค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 50% และไทยอยู่ในระดับนี้

ดูจากเทรนด์ก็ฟันธงได้ว่าคนยังมีแนวโน้มย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรืออยู่อาศัย  ฝั่งโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมก็ยังเดินหน้าขยายเส้นทางรถไฟฟ้าต่อเนื่อง ปี 2020 มีสถานีรถไฟฟ้า 128 สถานี ยังเดินหน้าก่อสร้างตามแผนถึง ปี 2030 เพื่อขยายเพิ่มให้ได้ 320 สถานี ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท  อัตราการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าเฉลี่ยเกือบ 2 สถานีต่อเดือน จนถึงปี 2030

เส้นทางรถไฟฟ้าครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปลดล็อกการเดินทาง คืนเวลาให้คนกลับไปใช้ชีวิตในที่อยู่อาศัยได้เร็วขึ้น จึงเห็นว่าการสร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าตอบโจทย์คนเมือง ที่เป็น Core Business ของ อนันดา ยังเป็นไปตามเทรนด์โลกและพฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้คนที่ไม่ได้ถูกโควิด Disrupt

อนันดา เป็นเจ้าตลาดบุกเบิกคอนโดติดรถไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2007 ถึงปัจจุบัน ปี 2021 พัฒนาโครงการไปแล้วมูลค่า 1.53 แสนล้านบาท  รวม 40,330 ยูนิต เห็นสัญญาณชัดว่า ตลาดอสังหาฯ ในเมืองจะกลับมาเร็วกว่าที่คิด (Urban life is back) จึงเดินหน้าลงทุนคอนโดติดรถไฟฟ้า Core Business ต่อไปใน ปี 2022  สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาดทั้ง ดีไซน์ โลเคชั่น โปรดักท์ และนวัตกรรม

ด้วยโมเดลเป็นการผสมผสานการใช้ชีวิตในเมืองแบบ Hybrid Life การทำงานได้ทุกที่ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตในสังคมรอบข้าง เพราะคงไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่แต่ในโลก Metaverse ได้อย่างเดียว

การกลับมาหลังโควิดจึงเป็นรูปแบบ Hybrid Model  เป็นการสร้าง Facilities ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ สร้างพื้นที่ส่วนตัว Virtual Life จัดส่วนกลางสำหรับกิจกรรม Live Broadcast พื้นที่ไลฟ์ขายของให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจ รวมทั้งพื้นที่ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย มุมจัดปาร์ตี้พบปะสังสรรค์ของคอมมูนิตี้ที่อยู่อาศัย

กลยุทธ์ New Blue จับมือพาร์ทเนอร์ปั้นแบรนด์ใหม่

เมื่อตลาดอสังหาฯ กลับมาแล้ว  โจทย์ธุรกิจปี 2022  อนันดา วางเป้าหมายไว้ชัดรักษาแชมป์คอนโดติดรถไฟฟ้า ด้วยกลยุทธ์ New Blue การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ โครงการใหม่ และโปรดักท์สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาด

ปี 2022 เตรียมเปิดโครงการใหม่ 7 โครงการ มูลค่า 28,221 ล้านบาท เป็นคอนโด 5 โครงการ และแนวราบ 2 โครงการ

โครงการคอนโด 5 โครงการ

1. COCO PARC (โคโค่ พาร์ค) เป็นแบรนด์ใหม่ของอนันดา ทำเลติดถนนพระราม 4 ใกล้ MRT คลองเตย มูลค่าโครงการ 4,622 ล้านบาท จำนวน 486 ยูนิต เห็นวิวทั้งสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2022

เป็นครั้งแรกในการจับมือสร้างสรรค์แบรนด์ใหม่ระหว่าง ANANDA X Dusit  ซึ่งเป็นพันธมิตรกันอยู่แล้ว ปัจจุบันอนันดาถือหุ้นอยู่ใน บมจ.ดุสิตธานี 5%

“คอนเซ็ปต์การพัฒนาโครงการใหม่ด้วยการ Collab กับทีมดุสิตธานี ใช้จุดแข็งของทั้งสองพันธมิตร อนันดาทำ Hardware และดุสิตธานีพัฒนา Software ที่จะเข้ามาดูแลเซอร์วิสทุกอย่างในโครงการ และจะมีความร่วมมือกับโครงการดุสิตเซ็นทรัลพาร์คที่อยู่ในทำเลเดียวกันด้วย”

โคโค่ พาร์ค เป็นโครงการเริ่มต้นนำเซอร์วิสจากโรงแรม 5 ดาวเข้ามาดูแลคอนโด ที่จะมีความร่วมมือในโครงการอื่นๆ ของอนันดา เข้ามาเพิ่มเติมอีก

2. คัลเจอร์ (CULTURE) คอนโดแนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยในสังคมร่วมสมัย เน้นเรื่อง Eco Living ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติ คอนเซ็ปต์ Sustainability เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ เป็นการปั้นแบรนด์ใหม่ร่วมกันระหว่าง ANANDA X Scratch First ผู้สร้างสรรค์เฟสติวัล Wonderfruit

CULTURE THONGLOR (คัลเจอร์ ทองหล่อ) ทำเลใจกลางแหล่งธุรกิจและไลฟ์สไตล์ ใกล้ BTS สถานีทองหล่อ โครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 59 มูลค่าโครงการ 3,383 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นประมาณ 150,000 บาทต่อตารางเมตร

3. CULTURE CHULA (คัลเจอร์ จุฬา) ใกล้ MRT สามย่าน และ BTS ศาลาแดง มูลค่าโครงการ 6,031 ล้านบาท ถือเป็นอีกโครงการตอกย้ำเจ้าตลาดคอนโดย่านจุฬา นับตั้งแต่โครงการแรกปี 2013 กับ ไอดีโอ คิว จุฬา-สามย่าน 1,598 ยูนิต, ปี 2015 แอชตัน จุฬา-สีลม จำนวน 1,180 ยูนิต และ ปี 2019  ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน จำนวน 773 ยูนิต  มูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท

4. IDEO PHAHOL – SAPHAN KHWAI (ไอดีโอ พหล– สะพานควาย) ติดสถานี BTS สะพานควาย มูลค่าโครงการ 7,521 ล้านบาท แหล่งไลฟ์สไตล์คนเมือง ราคาเริ่มต้น 130,000 บาทต่อตารางเมตร

5. IDEO RAMKHAMHAENG LAMSALI STATION (ไอดีโอ รามคำแหง – ลำสาลี สเตชั่น) ใกล้สถานีรถไฟฟ้าลำสาลี ซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้ถึง 3 สาย มูลค่าโครงการ 2,085 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 80,000-100,000 บาทต่อตารางเมตร

โครงการบ้าน 2 โครงการ

1. ARTALE RAMA 9 (อาร์เทล พระรามเก้า) โครงการตั้งอยู่ในซอย พระรามเก้า 13 ทำเลใจกลางพระรามเก้า มูลค่าโครงการ 3,538 ล้านบาท บ้านเดี่ยวระดับ Luxury จำนวน 99 หลัง ออกแบบภายใต้แนวคิด Urban Luxury Pool Villa  ราคา 30-40 ล้านบาท พูลวิลล่าทุกหลัง เป็นเซ็กเมนต์ตลาดบนที่กำลังซื้อไม่เคยแผ่วจากสถานการณ์ใดๆ  ยังเติบโตดีและไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด กลุ่มนี้พร้อมจ่าย “แต่ดีไซน์ต้องโดน ของต้องถึง” ถ้าไม่ “สุด” อย่าเข้ามาทำตลาดนี้

2. แบรนด์ใหม่ อยู่ในทำเล ติวานนท์ – แจ้งวัฒนะ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ราคาเริ่มต้นประมาณ 2-3 ล้านบาท มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ทั้งรูปแบบทาวน์โฮมและบ้านแฝด

โชว์คอนเซ็ปต์ Sky Villa ซูเปอร์ลักชัวรีวิวสวนลุม

นอกจากนี้อนันดาเตรียมเปิด แบรนด์ใหม่ ที่เป็น New Blue Concept ในปี 2022 บนทำเลทองถนนพระราม 4 ตรงข้ามสวนลุม ในเซ็กเมนต์ Super Luxury ทั้งโครงการมี 40 ยูนิต บนที่ดิน Freehold ด้วยคอนเซ็ปต์ Sky Villa แต่ละชั้นมีเพียง 2-3 ยูนิตเท่านั้น โดยจะมีพันธมิตรโรงแรมเข้ามาดูแลให้บริการผู้อยู่อาศัย  โชว์ภาพ Perspective ให้ดู 2 รูปแบบ

แบบแรก ยูนิต 2 ชั้นดีไซน์สุดล้ำชมวิวสวนลุมเต็มๆ  ผ่านกระจกทรงกลมยื่นออกมาจากตัวอาคาร ตัวกระจกนำเข้าจากเยอรมนี  แบ่งพื้นที่ชมวิวได้ทั้ง 2 ชั้น  ดีไซน์นี้มีเพียงชั้นละ 1 ยูนิตเท่านั้น ทั้งโครงการมี 20 ยูนิต

แบบสอง ดีไซน์ Sky Villa รูปแบบ Duplex คอนเซ็ปต์พูลวิลล่าในตึกตอบโจทย์คนเมือง ทุกยูนิตมีสระว่ายน้ำ เหมือนนำบ้านไปตั้งอยู่บนคอนโด มีการจัดสรรพื้นที่ Passion space ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละผู้อยู่อาศัย

ถือเป็นการบุกตลาดซูเปอร์ลักชัวรี ที่กำลังซื้อยังแข็งแกร่ง เป็นอีกกลยุทธ์ New Blue สร้างโอกาสการเติบโต New Paradigm of Living ให้อนันดาในปีหน้า

เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์สร้างรายได้ประจำ

อนันดา ได้มีการ Diversify ธุรกิจที่อยู่อาศัย ขยายการลงทุนเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่กลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้ หลังจากการเริ่มเปิดประเทศและรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

คาดว่าปี 2022 โครงการเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทั้ง 5 โครงการ คือ โครงการซัมเมอร์เซ็ต พระราม 9 โครงการแอสคอทท์ แอมบาสซี่ สาทร โครงการแอสคอทท์ ทองหล่อ บางกอก โครงการไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก และโครงการซัมเมอร์เซ็ต  พัทยา รวม 1,809 ยูนิต มูลค่า 12,000 ล้านบาท

เสริมเทคโนโลยีดูแลลูกบ้าน

นอกจากนี้ อนันดา ยังให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ล่าสุดจับมือ COCORO (โคโคโระ) เปิดตัว COCORO APP แอปพลิเคชั่นที่พัฒนาจาก Tech Start Up รายใหม่ล่าสุด เพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองและแก้ปัญหาการบริหารจัดการด้านการดูแลลูกบ้านในวงการอสังหาฯ

เป็นการพัฒนามาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการอยู่อาศัยที่สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น COCORO เป็นแอปฯ ผู้ช่วยคนใหม่สำหรับลูกบ้านอนันดา ด้วยฟีเจอร์สำคัญภายในแอปฯ เดียว ทั้งบริการต่างๆ แจ้งเตือนเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว  สะดวกในการจองใช้พื้นที่ส่วนกลาง  รับสิทธิพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ รวมทั้งระบบชำระเงินผ่านแอป

สิ่งสำคัญเพื่อการตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและรองรับดีมานด์ในตลาดที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง อนันดามีช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์ Ananda iStore  เพื่อให้ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของทั้งบ้านและคอนโดติดรถไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่ผ่านมา อนันดา ยังประสบความสำเร็จในเรื่องของ Ananda Sure  ระบบการทำงานที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้าและบริการของอนันดา ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า โดยนำมาใช้ในทุกกระบวนการตั้งแต่การเลือกซื้อคอนโดหรือบ้านตลอดไปจนถึงการเข้าอยู่อาศัย เพื่อให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุดกับการอยู่อาศัยในทุกโครงการ จนนำไปสู่การแนะนำและบอกต่อให้กับคนใกล้ชิด

จากการวัดและประเมินผลจากการนำ Ananda Sure  มาใช้ สามารถวัดค่าความพึงพอใจในการให้บริการ (CSAT) เพิ่มขึ้น 5% จากเดิม 88% เป็น 92.3%

ช่วง 2 ปีของสถานการณ์โควิด ชาวอนันดากว่า 1,000 คน สู้มาตลอด  Stay Strong และ Never Give Up  ธุรกิจอสังหาฯ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจังหวะและเวลา มาถึงวันนี้ทิศทางทุกอย่างดีขึ้น หลังประเทศไทย Reopen “อนันดา” พร้อม Rebound กับโปรเจกต์ Collab สุดเผ็ชชช สร้างสีสัน และเซอร์ไพรส์วงการอสังหาฯ ท้าทายทั้งโปรดักท์บ้านและคอนโดในตลาด New Blue รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://anan.ly/31K13h0