ไวสุด “เอไอเอส” คว้า Metaverse Human “น้องไอรีน” เข้าทีม AIS Family

Pic04 AIS 31 ปี เส้นทางการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเพื่อคนไทย
คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS และน้องไอ-ไอรีน

เป็นการฉลองครบรอบ 31 ปีที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับเอไอเอสกับการประกาศเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำ 5G ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยในการฉลองครบรอบ 31 ปีครั้งนี้ยังได้มีการเปิดตัว Brand Ambassador คนใหม่อย่างน้องไอรีน Metaverse Human คนแรก ฝีมือการพัฒนาของคนไทยเข้าร่วมเสริมทีมด้วย

- Advertisement -

คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปีของ AIS เราได้มีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงและติดอาวุธดิจิทัลให้กับประเทศ ด้วยเม็ดเงินกว่า 500,000 ล้านบาทในการพัฒนา Digital Infrastructure และอีกกว่า 200,000 ล้านบาทสำหรับค่าใบอนุญาต รวมไปถึงการสร้างบุคลากรด้านดิจิทัล ทั้งในส่วนของพนักงานเอไอเอสเอง และผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ และท้ายที่สุดคือ ร่วมปลดล็อคการเข้าถึงดิจิทัลแพลตฟอร์มด้วยเทคโนโลยี 5G ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมประเทศชั้นนำของโลก โดยถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในฐานะตัวแทนประเทศ ที่ทำให้ไทยมีชื่อปักหมุดอยู่ในกลุ่มผู้นำเทคโนโลยีชั้นแนวหน้า ผ่านการจัดอันดับจากหน่วยงานชั้นนำ อาทิ  Ookla Speed Test ที่จัดอันดับให้ AIS 5G เร็วที่สุดในประเทศไทย”

“โครงข่าย 5G ที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล เท่ากับการสร้างโอกาสมหาศาลของภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม  โดยมีการประเมินว่าในปี 2025 มูลค่าของตลาด 5G ในประเทศไทยจะเติบโตได้สูงถึง 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยตลาดหลักทีมีศักยภาพและเจริญเติบโตได้ดีจะมี 3 กลุ่มดังนี้

  • กลุ่มการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านที่อยู่อาศัยผ่านอุปกรณ์ FWA (Fixed Wireless Access)
  • กลุ่มการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน Mobile และ
  • กลุ่ม B2B ภาคอุตสาหกรรมเป็นสัดส่วนก้อนใหญ่ โดยเน้นไปในกลุ่มธุรกิจการผลิต การค้าปลีก การขนส่งและการกระจายสินค้า

“แน่นอนว่าวันนี้ศักยภาพของ 5G ในเมืองไทยสามารถตอบโจทย์ได้ในทุกกลุ่ม และสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการขับเคลื่อนประเทศอย่างแน่นอน”

5G กระทบโลก New Normal ในด้านใดบ้าง

ais

ในมุมมองของคุณสมชัย ระบุว่า “5G ส่งผลกระทบโดยตรงกับภาพใหญ่ของโลกในยุค New Normal ใน 3  ประเด็นหลัก คือ

Anywhere Operations เพราะสถานการณ์จากโควิด ได้บีบบังคับให้เกิดพฤติกรรมการทำงานที่บ้าน (WFH) เรียนที่บ้าน (LFH) หรือทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา อย่างทันทีทันใด ความท้าทายจึงอยู่ที่ความเร็วในการปรับตัวและสร้างรูปแบบการบริหารจัดการองค์กร รวมไปถึงการพัฒนา “คน” ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความแข็งแกร่งของประเทศ

Internet of Behavior (IoB) หลังจากที่ IoT หรือ อุปกรณ์ทุกสิ่งถูกเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ต สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เสมือนเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจากการเชื่อมต่อเหล่านั้น เพื่อให้เข้าใจและสามารถ Personalize บริการต่าง ๆ ให้ได้ถึงระดับ Nano Segment

Space that blurred the physical and virtual เมื่อผู้คนต่างใช้ชีวิตทุกด้าน ทั้งเรียน ทำงาน ช็อปปิ้ง รับชมความบันเทิง ผ่านหน้าจอบนโลกออนไลน์ จึงทำให้เทคโนโลยี Virtual Reality หรือ Augmented Reality หรือ แม้แต่ Metaverse ที่เป็นเทรนด์ล่าสุดได้ก้าวเข้ามาสร้างโลกเสมือนจริง ที่มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ในการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ที่สามารถเชื่อมต่อ มีปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความจริงอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเชื่อว่าจะกลายเป็นวิถีปกติใหม่ในท้ายที่สุด

ผลกระทบทั้ง 3 ข้อ กระตุ้นให้ทุกคนต้องปรับตัว เปลี่ยนวิธีคิด ในทุกเรื่องอย่างเร่งด่วน ดังกรณีของการเปิดหน่วยงานใหม่ที่ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์พัฒนา Metaverse Human คนแรกของไทยที่จะมาเป็น Brand Ambassador หนึ่งใน  AIS Family คนใหม่ ในชื่อ น้อง ไอ-ไอรีน  พร้อมกับการออกแบบ Business Model ของการตลาดที่โลกยุค Metaverse ด้วย

ais 2

คุณสมชัย กล่าวย้ำต่อไปอีกว่า “ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่แปรปรวนจากการมาถึงของโควิด และก่อให้เกิดการ reset ในหลายด้าน และนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายไปพร้อมๆกัน ดังนั้นในฐานะที่ประเทศไทย มีจุดได้เปรียบอยู่ที่ศักยภาพของคน และโครงสร้างพื้นฐานอย่าง 5G ที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ การนำศักยภาพทั้งหมดมาเสริมความเข้มแข็งของประเทศได้อย่างดีที่สุด จึงต้องเกิด 3 ประสานที่สมบูรณ์แบบ เริ่มจากภาคประชาชน ที่วันนี้มีความพร้อมที่จะปรับตัว เปิดรับการใช้เทคโนโลยีเพื่ออยู่ในโลกปกติใหม่ได้อย่างดี  ต่อมาคือ ความแข็งแกร่งของภาครัฐที่มีทรัพยากรในมือมหาศาล  หากแต่มีความท้าทายอยู่ที่ความสามารถในการบูรณาการให้เกิดพลัง รวมถึงการกำหนดกรอบนโยบายที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง ซึ่งเมื่อผสมผสานเข้ากับภาคเอกชน ทั้งผู้ให้บริการเครือข่าย และผู้ประกอบการทุกกลุ่มใน Digital Ecosystem ที่ต่างเดินหน้าทำงาน และลงทุนต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Digital Infrastructure และให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ผมเชื่อมั่นว่า ประเทศไทย จะเป็นศูนย์รวมของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเติบโต พร้อมแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแน่นอน และ AIS พร้อมจะเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกำหนดอนาคตเพื่อให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม”