“Xiaomi store 100 สาขา” กลยุทธ์รุกตลาดครึ่งปีหลังไทยของ Xiaomi ที่มาจากความต้องการของ Mi Fans

shutterstock_xiaomi logo office

ต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีที่แบรนด์อย่าง “เสียวหมี่” (Xiaomi) สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการจ้างดีไซเนอร์ดัง “เคนยะ ฮาระ” ดูแลการเปลี่ยนโลโก้จนเป็นที่ฮือฮา ไปจนถึงการ “ก้าวขึ้นแท่นอันดับสองของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนโลก” ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด โดยเป็นรองแค่ Samsung เท่านั้น

- Advertisement -

จากการเปิดเผยของบริษัทพบว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ติดอันดับ Top5 ใน 65 ประเทศทั่วโลก และบริษัทสามารถส่งมอบสมาร์ทโฟนที่มีราคาขายมากกว่า 3,000 หยวนได้แล้วกว่า 12 ล้านเครื่องในครึ่งปีแรก เหนือกว่าปี 2020 ที่ทำได้ 10 ล้านเครื่องไปขาดลอย

ส่วนในประเทศไทย ข้อมูลจาก Canalys เผยว่า Xiaomi ครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งตลาดสมาร์ทโฟนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21% พร้อมครองแชมป์แบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 200% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

ยอดขายที่เพิ่มขึ้น และส่วนแบ่งในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้หลายคนสงสัยว่า อะไรอยู่เบื้องหลังการเติบโตเหล่านี้ ซึ่งผู้จัดการ Xiaomi ประเทศไทยอย่างคุณโจนาธาน คัง ได้เผยความลับว่า อาจเป็นเพราะพวกเขามีสิ่งที่เรียกว่า “Mi Fans” อยู่ก็เป็นได้

Mi Fans เบื้องหลังการเติบโต?

นอกเหนือจากการมี Xiaomi Technology Park ไว้สำหรับทำการวิจัยและพัฒนาโปรดักท์แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญก็คือบรรดา Mi Fans โดย Xiaomi บอกว่าทางแบรนด์เปิดกว้างในการรับฟีดแบ็ก – ความเห็นจาก Mi Fans มาปรับปรุง – พัฒนาโปรดักท์อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในการสื่อสารเหล่านั้น Xiaomi พบว่า บรรดา Mi Fans อยากได้ Xiaomi Store เพิ่ม เพราะจะทำให้พวกเขามีโอกาสทดลองสินค้าได้มากขึ้น

shutterstock_xiaomi store

ตั้งเป้า Xiaomi Store 100 สาขาในไทยภายในสิ้นปี

แม้ว่าปัจจุบัน Xiaomi มี Xiaomi Store ทั่วโลกมากกว่า 1,000 สาขาแล้ว แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอ เพราะเสียงเรียกร้องของ Mi Fans ยังอยากให้มีร้านของทางแบรนด์เพิ่ม

ด้วยเหตุนี้ จึงนำไปสู่การขับเคลื่อนครั้งใหญ่ โดยในประเทศไทย คุณโจนาธาน คัง เผยว่า ตั้งเป้าจะเปิด Xiaomi Store ให้ได้ 100 สาขาภายในสิ้นปีนี้เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสาขา Xiaomi Store ในไทย 38 แห่ง ซึ่งเท่ากับว่า เปิดเพิ่มอีก 62 สาขาภายในระยะเวลาไม่ถึง 4 เดือน ส่วนวิธีพิจารณาเลือกพื้นที่ในการเปิด Xiaomi Store นั้น คุณโจนาธานบอกว่า พิจารณาจากหลายปัจจัย

ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นจังหวัด – พื้นที่ระดับ Tier-1 เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในกรุงเทพมหานคร ก็จะเน้นเปิด Xiaomi Store ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ระดับ 200 ตารางเมตรขึ้นไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์ทดลองสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

หรือหากเป็นพื้นที่อย่างห้างเซ็นทรัลบางนา ก็จะเพิ่มพื้นที่บริการหลังการขายลงไปด้วย เพื่อให้สามารถบริการลูกค้าได้นอกเหนือจากเป็นพื้นที่ขายสินค้าอย่างเดียว โดยคุณโจนาธาน คัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ต้องเปิดตัว Xiaomi Store อีก 62 แห่งในเวลาที่เหลืออีกประมาณ 4 เดือนนั้นถือเป็นความท้าทายอย่างมาก

มร. โจนาธาน คัง ผู้จัดการ เสียวหมี่ ประเทศไทย
คุณโจนาธาน คัง ผู้จัดการ เสียวหมี่ ประเทศไทย

ครึ่งปีหลัง เตรียมดันอุปกรณ์ AIoT เข้าไทยเพิ่ม

“เราตั้งเป้าเปิดสาขาให้ได้ 100 แห่ง โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40% และอีก 60% คือในต่างจังหวัด”

แต่นอกจากความต้องการของ Mi Fans แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งน่าจะเป็นการที่คุณโจนาธาน คัง บอกว่า จะมีการเปิดตัวอุปกรณ์ AIoT ในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีหลังอีกหลายรายการ นอกเหนือจากเครื่องฟอกอากาศ สกู๊ตเตอร์ Mi Band ตลอดจนสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฮมที่นำร่องไปแล้วก่อนหน้านี้ ตามกลยุทธ์ Smartphone x AIoT ที่บริษัทให้ความสำคัญ

ซึ่งปัจจุบัน Xiaomi มีสินค้าอย่างสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ AIoT รวมกันกว่า 1,000 รายการ การมี Xiaomi Store เพิ่มขึ้นก็เท่ากับเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้คนเข้าถึงสินค้าของบริษัทตามแผนกลยุทธ์ Smartphone x AIoT มากขึ้นด้วยนั่นเอง

New Mi Store Opening
บรรยากาศภายใน Xiaomi Store

นอกจากนั้น ยังแสดงให้เห็นว่า บริษัทเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อหาอุปกรณ์ AIoT ที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากมันต้องการพื้นที่ระดับหนึ่งเลยทีเดียวในการทดลองใช้งาน ซึ่งการเพิ่มยอดขายสินค้าในกลุ่มนี้ให้เติบโตขึ้น Xiaomi Store มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

เปิดอันดับสินค้าขายดี เครื่องฟอกอากาศมาเบอร์หนึ่ง

เมื่อหันมาพิจารณาจากยอดขายสินค้ากลุ่ม AIoT ของ Xiaomi ในประเทศไทย คุณโจนาธาน คัง เผยว่า สินค้าขายดีที่สุด 3 อันดับแรกก็คือ เครื่องฟอกอากาศ อุปกรณ์ Wearable อย่าง Mi Band และ Smart TV

อย่างไรก็ดี สินค้า AIoT มีสัดส่วนรายได้เพียง 10% ของรายได้ทั้งหมดในประเทศไทยเท่านั้น โดยรายได้หลักอีก 90% มาจากสมาร์ทโฟน (โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ 10% สตาร์ทโฟนระดับกลาง 25% และสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น 65%)

แผนการเปิด Xiaomi Store 100 สาขา จึงอาจเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่าจะทำให้ Xiaomi ประเทศไทย ก้าวไปสู่จุดใดในตลาดสมาร์ทโฟน – อุปกรณ์ AIoT ที่ทุกค่ายกำลังเร่งทำแต้มแย่งชิงตลาดดังกล่าวอย่างดุเดือด

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand