Home CSR “The Educator Thailand” เมื่อเอไอเอสใช้พลัง EdTech สร้าง Growth Mindset ปลุก “การศึกษาไทย”

“The Educator Thailand” เมื่อเอไอเอสใช้พลัง EdTech สร้าง Growth Mindset ปลุก “การศึกษาไทย”

คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม

คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม

สำหรับสังคมไทยในยุคที่ Covid-19 ยังไม่จางหาย สิ่งหนึ่งที่สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงได้ดีอีกภาพหนึ่งอาจเป็นการปรับตัวขึ้นสู่การเรียนการสอนออนไลน์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ที่ผ่านมา โดยนอกจากพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเรียนรูปแบบใหม่ และจัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลให้ลูก ๆ ได้ใช้เรียนกันแล้ว บุคลากรอีกกลุ่มหนึ่งที่พบกับความเปลี่ยนแปลงไม่แพ้กันก็คือ “คุณครู”

จากการเปิดเผยของผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงการศึกษาไทยอย่าง อาจารย์กุลเชษฐ์ เล็กประยูร อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้ทัศนะว่า “ในช่วงแรกของการเรียนออนไลน์เมื่อเดือนมีนาคม 2020 นั้น ภาพที่เกิดขึ้นคืออาการฝุ่นตลบ มีคำถามเกิดขึ้นมากมายจากคุณครูที่ยังปรับตัวไม่ทันว่า การเรียนออนไลน์คืออะไร ต้องทำอย่างไร จะสอนได้จริงไหม เด็กจะรู้เรื่องหรือเปล่า”

อาจารย์กุลเชษฐ์ เล็กประยูร

อาจารย์กุลเชษฐ์ เล็กประยูร

แต่การจะตอบคำถามนั้นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด อาจารย์กุลเชษฐ์ได้เลือกยกบทความของหน่วยงานด้านการศึกษาจากซีกโลกตะวันตกอย่าง The European Education and Culture Executive Agency (EACEA) ที่กล่าวถึงทักษะที่ควรมีของครูยุคใหม่ 5 ทักษะ นั่นคือ

1. ต้องสามารถสร้าง Innovative Classroom หรือห้องเรียนแห่งนวัตกรรมได้
2. ต้องมีทักษะในการยืดหยุ่นปรับตัว (Flexibility)
3. ต้องมีทักษะในการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ (Online Present)
4. ต้องมีทักษะในการสร้างบทเรียนในลักษณะที่เป็นภาพและเสียง (Visual Lesson)
5. ต้องมีทักษะในการสื่อสารและการสร้างความร่วมมือ

ทั้งนี้ อาจารย์กุลเชษฐ์ได้ชี้ให้เห็นว่า ทั้ง 5 ทักษะที่ EACEA ระบุไว้นั้น ไม่เพียงตอบโจทย์การศึกษายุคใหม่ แต่ยังสามารถนำมาปรับใช้ได้กับการเรียนการสอนออนไลน์ที่คุณครูไทยมองว่าเป็นความท้าทายด้วย

จุดเริ่มต้น “The Educator Thailand”

แต่การทำให้ทั้ง 5 ทักษะที่กล่าวมาเข้าถึงครูไทยจำนวนมากได้ไม่ใช่เรื่องง่าย นั่นจึงอาจเป็นที่มาของการเปิดตัว “The Educator Thailand” โครงการพัฒนาหลักสูตรพันธุ์ใหม่ให้ครูไทยสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเรียนการสอนออนไลน์

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการจับมือกันของ AIS Academy ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ โดยเนื้อหาของโครงการเน้นไปที่ภูมิทัศน์ของการเรียนในอนาคต การสร้างสื่อการสอนออนไลน์ วิธีการเรียนออนไลน์ กลยุทธ์การสอนออนไลน์ การผลิตวิดีโอออนไลน์สำหรับการศึกษา การวัดประเมินผลออนไลน์ ฯลฯผ่านแพลตฟอร์ม LearnDi พร้อมกิจกรรมให้ครูเกิดการพัฒนาตนเองภายใต้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community หรือ PLC) ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถดึงดูดครูจากทั่วประเทศมาเข้าร่วมได้มากถึง 1,190 คน

 คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม

คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม

คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส และกลุ่มอินทัช กล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า “Pandemic คราวนี้ทำให้เรามองเห็นการเคลื่อนตัวของวงการการศึกษาอย่างชัดเจน และครูเป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นกำลังหลักในการพัฒนาศักยภาพประชากรไทย ซึ่งการจะขับเคลื่อนการศึกษานั้น เราคงต้องเลือกมอง ถ้าติดกรอบเกิน จะทำงานได้ยาก

การลุกขึ้นมาทำ The Educator Thailand คือการทำให้ครูสามารถก้าวข้ามความคุ้นเคยของระบบการศึกษาแบบเดิมโดยอาศัยเทคโนโลยี เพราะต้องยอมรับว่า องค์ความรู้ต่าง ๆ ทุกวันนี้ มาจากทุกทิศทาง สิ่งที่เราทำให้กับ The Educator Thailand ก็เช่นกัน เราไม่ได้ไปดีไซน์อะไรที่มันมหัศจรรย์ แต่เราทำในสิ่งที่เรามีประสบการณ์ตรง ว่าเราจะเทรนคนรุ่นใหม่อย่างไร ไม่ว่าจะมี Pandemic หรือไม่ แต่รูปแบบการศึกษาหาความรู้ของคนเปลี่ยนไปแล้ว เราต้องปรับตัวค่ะ”

ทำไมเอกชนต้อง “ช่วย”

แต่นอกจากการปรับ Mindset ของครูแล้วให้เข้ากับรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ ๆ แล้ว ต้องยอมรับว่า ระบบการศึกษาที่ผ่านมา มีช่องว่างบางอย่างอยู่ด้วยเช่นกันโดยเฉพาะในเรื่อง Digital Transformation ที่อาจยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก ในจุดนี้ ดร.สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ หัวหน้าส่วนงานการจัดการความรู้ด้านเทคนิค กลุ่มบริษัท AIS ให้ความเห็นว่า

“เราได้ยินคำว่า Digital Transformation กันมานาน แต่ส่วนใหญ่เกิดในภาคเอกชน ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เรามองว่า การศึกษาก็ต้องปรับตัวให้รองรับ Digital Transformation เช่นกัน ซึ่งข้อดีก็คือ ภาคเอกชนเรามีบทเรียนเรื่องนี้มากมายในช่วง 6 – 7 ปีที่ผ่านมา เราจึงนำมาจัดทำเป็นคอร์สเรียน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนรู้ หรือการ Transformation ด้าน Learning Culture ที่จะบอกว่า ต่อไปนี้การเรียนรู้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เด็กรุ่นนี้เรียนรู้แบบใหม่ ผู้ใหญ่ก็ด้วย”

ทั้งนี้ ในมุมของภาคเอกชน ซึ่งนำหน้าด้านการทำ Digital Transformation ไปก่อนหลายปี ดร.สุพจน์ให้ความเห็นว่า Gap ที่พบระหว่างภาคเอกชน – ภาคการศึกษานั้นค่อนข้างใหญ่ ถ้าภาคเอกชนไม่นำองค์ความรู้ที่มีมาแบ่งปัน แล้วทุกคนต้องไปเริ่มใหม่ ก็อาจต้องใช้เวลามากกว่านี้ ซึ่งอาจจะช้าเกินไปสำหรับการยกระดับการศึกษานั่นเอง

THE EDUCATORS THAILAND 03

จุดอ่อน – จุดแข็งของครูที่เอไอเอสพบ

“คุณครูที่สมัครเข้ามา มีจุดแข็งคือเป็นคนที่เปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ แต่จุดอ่อนก็มีเช่นกัน เพราะกิจกรรมเป็นออนไลน์ ซึ่งครูบางท่านไม่เคยใช้โซเชียล ไม่เคยมีตัวตนออนไลน์ การเรียนในหลักสูตรนี้จึงต้องค่อยเป็นค่อยไป และต้องมีโค้ชคอยให้คำแนะนำ” ดร.สุพจน์กล่าว

ในด้านของคุณครูที่เข้าร่วม อาจารย์กุลเชษฐ์เผยว่า “ครูต้องคิดบวก เปิดใจรับกับสิ่งที่มากระทบ จริง ๆ แล้ว ณ วันนี้โลกเปลี่ยนเร็วมาก สิ่งที่เราเรียนมา และนำไปสอนเด็ก อีกสี่ปีข้างหน้าเผลอ ๆ ความรู้เหล่านั้นใช้ได้ไม่ถึง 20% เพราะฉะนั้นครูต้องอัปเดตตลอดเวลา ความยากของครูคือต้องปรับตัว ยืดหยุ่น ลืมในสิ่งที่เคยเรียนไปบ้าง แล้วหาความรู้ใหม่ใส่เข้ามาเติม เชื่อว่า ถ้าอาจารย์ทุกท่านปรับตัว สร้างให้มี Growth Mindset จะทำให้วงการการศึกษาไทยก้าวได้เร็วขึ้น”

Growth Mindset ส่งผลอย่างไร

ในจุดนี้คุณกานติมายกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรของเอไอเอสในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมาให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า “จากไดเรคชั่นของคุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ (ซีอีโอเอไอเอส) ที่ให้เอไอเอสลุกขึ้นมาทำเรื่อง Digital Transformation เมื่อ 6 ปีก่อน การเกิด Pandemic พิสูจน์ให้เห็นว่า Digital Transformation ที่เราตัดสินใจทำนั้น เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ๆ เพราะเราไม่ได้ลงทุนในเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เราลงทุนในเรื่องคนที่จะมาใช้เทคโนโลยีด้วย”

“ในเวลาที่เกิด Pandemic เราตัดสินใจปิดออฟฟิศได้เลย ถามว่ามีเหตุขลุกขลักให้ต้องเรียนรู้ไหม มีตลอด ทั้งเรื่องบริการลูกค้าที่ยังต้องมีอยู่ เรื่องเน็ตเวิร์กที่ต้องมีทีมดูแลสถานการณ์ตลอดเวลา แต่เพราะ Mindset ของคนเอไอเอสที่เปลี่ยนไปแล้ว ทำให้เราสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้

ไม่เพียงแค่นั้น ด้วย Growth Mindset ที่สร้างไว้ วิถีการทำงานของชาวเอไอเอสในยุคถัดไปก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยคุณกานติมาเผยว่า “ตอนนี้เราเตรียมความพร้อมในเรื่องการปรับวิถีทำงานแบบใหม่ คนเอไอเอสจะไม่กลับมาทำงาน 100% เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว แต่จะเป็นการทำงานแบบผสมผสาน เราจะผลักดันเรื่อง Work From Anywhere ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งในที่นี้หมายถึง เราจะไม่จำกัดศักยภาพของคนด้วยการนั่งโต๊ะตัวเองอีกต่อไป เปิดออฟฟิศมาครั้งหน้า คนเอไอเอสจะไม่มีที่นั่งประจำอีกแล้ว แต่จะเป็น Mobile office ทั้งบริษัท”

การที่คุณกานติมาทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “Growth Mindset” คือคีย์หลักที่ทำให้เอไอเอสเปลี่ยนแปลงได้ ฉันใดก็ฉันนั้น โครงการ The Educator Thailand ที่เกิดขึ้น ก็อาจกำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า Growth Mindset ให้กับระบบการศึกษาไทยอยู่เช่นกัน และนั่นอาจนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในอนาคตก็เป็นได้

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ตกลง อ่านเพิ่มเติม