เอไอเอสปั้นบริษัทใหม่ LearnDi รับเทรนด์เรียนออนไลน์ในยุคหลัง Covid-19

LearnDi by AIS Academy Partner

จากโปรเจ็ค AIS Academy ที่เอไอเอสนำมาใช้พัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร 13,000 คนเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการจัดงานโปรเจ็คใหญ่อย่าง Academy for Thais ที่มีคนเข้าร่วมงานนับหมื่นคน ล่าสุดดูเหมือนว่าเอไอเอสจะพร้อมแล้วสำหรับการปั้นแพลตฟอร์มด้านการเรียนรู้ให้คนในวงกว้างได้เข้าถึง กับการเปิดตัวบริษัท LearnDi (เลิร์นดิ) พร้อมจับมือพาร์ทเนอร์ในแวดวง EdTech อีกหลายราย เพื่อให้เป็น Hub ด้านองค์ความรู้สำหรับคนทำงาน – องค์กรยุคใหม่

- Advertisement -

สำหรับความเปลี่ยนแปลงที่เอไอเอสเห็นจนนำมาสู่การเปิดตัวบริษัทใหม่ – แพลตฟอร์มใหม่ครั้งนี้ ได้รับการบอกเล่าจากคุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และกลุ่มอินทัช และกรรมการบริษัท เลิร์นดิ จำกัด ว่า มีปัจจัยหลักจาก 3 ส่วน นั่นคือ

LearnDi by AIS Academy

  • กระแส Digital Disruption ที่เกิดขึ้นในช่วง 4 – 5 ปีก่อนที่กระทบต่อคนทำงานให้ต้องพัฒนาตัวเองในทักษะต่าง ๆ เพิ่มเติมเพิ่มโอกาสในการทำงานใหม่ ๆ ในอนาคต (ซึ่งในช่วงนั้น เอไอเอสได้พัฒนา AIS Academy ขึ้นมาสำหรับเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้สำหรับฝึกอบรมพนักงานในองค์กร รวมถึงต่อยอดไปสู่การจัดงาน CSR อย่าง Academy for Thais ด้วย)
  • Covid-19 ที่เข้ามาท้าทายผู้คนทั่วโลกพร้อมกัน และส่งผลให้รูปแบบการเรียนรู้ – การฝึกอบรมขององค์กรต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล โดยการฝึกอบรมแบบเดิม ๆ ที่มีการจองห้องขนาดใหญ่ – นัดหมายเวลาอบรมพร้อมกัน ฯลฯ จะหายไป เปลี่ยนเป็นการจัดอบรมออนไลน์แทนเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
  • ตัวพนักงานเองที่เปลี่ยนแปลงไป ข้อนี้เป็นสิ่งที่เอไอเอสพบเองว่า พนักงานรุ่นใหม่จะสนใจสร้าง Career opportunity ด้วยตัวเอง แทนการรอให้หัวหน้า – องค์กรเป็นผู้ป้อนให้เหมือนในอดีต
LearnDi by AIS Academy Content
ดร.ปรง ธาระวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลิร์นดิ จำกัด

ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทำให้เอไอเอสจับมือกับพาร์ทเนอร์ในแวดวง EdTech อย่าง Humanica, Invent, SEAC, Conicle, NEO Academy by CMMU, Beyond Training และ Doctor A to Z และสร้างแพลตฟอร์มกลางชื่อ LearnDi ขึ้นมา เพื่อให้เป็นฮับด้านองค์ความรู้ และทักษะใหม่ ๆ ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill โดยในช่วงเริ่มต้น LearnDi จะมีเนื้อหาทั้งสิ้น 250 หลักสูตร แบ่งออกเป็น 9 หมวดใหญ่ ได้แก่

  1. Information Technology
  2. Entrepreneur
  3. Communication
  4. Language
  5. General
  6. Health Care and Wellness
  7. Financial
  8. Marketing
  9. Management
คุณสุนทร เด่นธรรม
คุณสุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Humanica

ด้านคุณสุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Humanica ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของเลิร์นดิกล่าวเสริมว่า “วัตถุประสงค์ในการเปิดบริษัทเลิร์นดิ คือเราอยากช่วยพนักงานของบริษัทลูกค้าให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น เติบโตต่อไปในองค์กรได้ และรู้ว่าจะต้อง UpSkill – ReSkill ตัวเองอย่างไรจึงจะตอบโจทย์องค์กรในอนาคต”

พร้อมกันนั้น คุณสุนทรยังได้กล่าวถึงจุดที่เลิร์นดิแตกต่างกับแพลตฟอร์มการเรียนรู้อื่น ๆ 4 ข้อ ได้แก่

  • มีแบบวัดศักยภาพส่วนบุคคล ภายใต้การร่วมมือกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในด้านต่าง ๆ เช่น Creativity, Agility, Digital Literacy, Leadership, Complex Problem Solving ฯลฯ เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงจุดเด่นของตนเอง
  • มีระบบช่วยวิเคราะห์สิ่งที่พนักงานควรเรียน เพื่อลดความเสี่ยงในการเรียนแบบสะเปะสะปะ (แต่พนักงานเองก็สามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ต้องการได้เองเช่นกัน)
  • องค์กรสามารถทำงานร่วมกับทีมเลิร์นดิเพื่อสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์กับพนักงานในองค์กรได้เอง โดยทางเอไอเอสจะมีการจัดทำสตูดิโอเพื่อผลิตเนื้อหาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงคอนเทนต์แบบ AR/VR ได้ด้วย ทั้งนี้ เนื้อหาดังกล่าวจะอยู่ในระบบ และเปิดให้พนักงานขององค์กรนั้น ๆ เข้าไปเรียนรู้ได้แบบไม่จำกัด
  • เมื่อเรียนจบ ผู้เรียนจะได้รับ Digital Badge สำหรับยืนยันว่าได้รับการอบรมในเนื้อหาดังกล่าวมาจริง โดย Digital Badge นี้จะติดตัวผู้เรียนไปตลอด ไม่ว่าจะยังอยู่ในองค์กรที่ส่งไปเรียนหรือย้ายไปทำงานที่ใหม่แล้วก็ตาม (เพื่อลดการเกิด Fraud)

สำหรับราคาเริ่มต้นในการใช้บริการมีหลายระดับ โดยคุณกานติมาบอกว่า เป็นราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ หรือธุรกิจ SME ก็ตาม และในระยะต่อไป จะมีการเพิ่มพาร์ทเนอร์ และคอนเทนต์จากภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาในแพลตฟอร์มให้มากขึ้นด้วย

“องค์ความรู้ที่ดี ต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างเหมาะสม และต้องเข้าถึงง่าย เพื่อให้คนที่ต้องการมีโอกาสเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน” คุณกานติมากล่าวปิดท้าย