เบื้องหลัง Bridgestone เปลี่ยนแท็กไลน์ Solutions for your journey ที่ทำให้ทุกการเดินทางปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น

การดำเนินธุรกิจในยุคที่ตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต้องเจอกับการแข่งขันสูงจากผู้เล่นมากมาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดตอนนี้ก็คือ ธุรกิจยางรถยนต์ โดยเฉพาะยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และยางรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ที่หลายแบรนด์พยายามสร้างความต่างให้สินค้าฉีกจากคู่แข่ง เพื่อที่จะครองใจคนรักรถให้ได้ แต่มีอยู่หนึ่งแบรนด์ ที่ไม่ได้มองแค่เรื่องของการพัฒนานวัตกรรมยางรถยนต์ให้มีความแตกต่างจากคู่แข่ง แต่ยังไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิมๆ โดยมองหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอยู่เสมอ

- Advertisement -

แบรนด์ยางรถยนต์ที่พูดถึงก็คือ บริดจสโตน (Bridgestone) ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา นอกจากการคิดค้นนวัตกรรมยางรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางอย่างครบวงจรแล้ว วันนี้ยังได้ปรับ Tagline เป็น Solutions for your journey หลังจากใช้ Your Journey, Our Passion มายาวนานถึงกว่า 10 ปี ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลายคนอาจสงสัยว่า เพราะเหตุใดบริดจสโตนต้องปรับ Tagline ใหม่ และ สำหรับคำถามที่ว่า Tagline ใหม่ Solutions for your journey คืออะไร คุณเคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด และ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จะมาไขคำตอบให้ Brand Buffet พร้อมเบื้องหลังการปรับ Tagline ใหม่ในครั้งนี้อย่างน่าสนใจ

จาก Passion สู่ Solution

จากจุดเริ่มต้นของ Bridgestone 1.0 ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ยางรถยนต์ของบริดจสโตนประสบความสำเร็จอย่างดี นอกจากการตอบรับจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นแล้ว ยังได้ขยายธุรกิจยางรถยนต์มาสู่ภูมิภาคเอเชีย โดยเริ่มที่สิงคโปร์เป็นประเทศแรก ก่อนจะขยายตลาดไปทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

กระทั่งในปี 2531 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังเข้าซื้อกิจการยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกาอย่าง บริษัท ไฟร์สโตน ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ รวมถึงธุรกิจยางหล่อดอกของ “บันแดก” (Bandag) และ Webfleet Solutions เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของ Bridgestone 2.0 ซึ่งมองไปไกลกว่าตลาดเอเชีย โดยต้องการก้าวสู่การเป็น Global Company การซื้อกิจการครั้งนั้น จึงช่วยทำให้ธุรกิจยางรถยนต์ของบริดจสโตนขยายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับสามารถพัฒนานวัตกรรมยางรถยนต์ที่มีคุณภาพเหนือกว่า ตอบโจทย์ทุกการเดินทางได้ครบวงจรมากขึ้น โดยปัจจุบันบริดจสโตนขยายกิจการไปกว่า 150 ประเทศ และจากธุรกิจที่เกิดมาจาก Passion ก็กลายเป็นบริษัทยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

หลังจากรุกขยายกิจการไปทั่วโลก บริดจสโตนยังคงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมยางรถยนต์ให้ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง เพราะเชื่อว่าหากสินค้าเข้าถึงทุกความต้องการ จะทำให้บริดจสโตนแตกต่าง และเป็นแบรนด์ที่คนรักและชื่นชอบ ในปี 2563 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Bridgestone 3.0 เพื่อที่จะนำบริดจสโตนสู่การเป็น Solution Company พร้อมกับปรับ Tagline ใหม่มาเป็น Solutions for your journey”  โซลูชั่นของทุกจุดหมายที่แตกต่าง

เพราะโลกเปลี่ยน ธุรกิจจึงต้องปรับ

“ธุรกิจยางรถยนต์ไม่เปลี่ยน แต่สภาพสังคมเปลี่ยน เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งการเป็น Market Leader ไม่ใช่มองแค่เรื่องของการผลิต แต่ต้องมองไปไกลถึงอนาคต และคำนึงถึงสังคมด้วย วันนี้ธุรกิจยางยังอยู่ได้ แต่จะเติบโตมากขึ้น ถ้าสามารถสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์และสังคมเพิ่มขึ้น” คุณเคอิจิ ชูมะ ย้ำเหตุผลที่ทำให้บริดจสโตนต้องปรับเปลี่ยน และเป็นที่มาของ Tagline ใหม่ Solutions for your journey

สำหรับ Solutions for your journey จะเป็นมากกว่าการส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์ยาง โดยเป็นโซลูชั่นสำหรับการเดินทาง ที่นำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญในการผลิตยางรถยนต์เพื่อแก้ปัญหาทุกการเดินทางของผู้บริโภคสู่จุดหมายอย่างปลอดภัยมากขึ้น

“สำหรับเรา โซลูชั่นไม่ได้หมายถึงผลิตภัณฑ์และบริการ แต่หมายถึง การแก้ไขปัญหา ซึ่งมาจากการรับฟังปัญหาของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจ Customer Journey Need ของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างลึกซึ้ง และสามารถนำความต้องการเหล่านี้ มาผสมผสานเข้ากับความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยางรถยนต์ที่เรามี เพื่อพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การเดินทางของผู้บริโภคได้ตรงใจ”

ทุก Pain Point ของการเดินทางแก้ได้ด้วยโซลูชั่น

เมื่อ “โซลูชั่น” กลายเป็นคำตอบของการทำธุรกิจในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อให้เห็นภาพของ Solutions for your journey ชัดเจนขึ้น ในปีนี้ บริดจสโตนจึงพัฒนาโซลูชั่นมาตอบโจทย์การเดินทางของลูกค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Tire) และกลุ่มยางรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Tire)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Pain Point ของคนขับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปส่วนใหญ่มักจะขับรถเพลินจนลืมตรวจลมยาง หลายคนอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตรวจลมยางครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หลายครั้งจึงเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ โซลูชั่นนี้จึงออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็น B-iTech ที่เป็นโซลูชั่นในการตรวจสอบแรงดันลมยางรถได้ง่ายๆ และเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน B-iTech และสามารถเชื่อมต่อกับ LINE Official Account (@bridgestoneTH) เพื่อรับการแจ้งเตือนผ่าน LINE ในทันที ในกรณีที่แรงดันลมยางต่ำหรือสูงกว่าปกติ จะเป็นโซลูชั่นที่ทำให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงปัญหาและเวลาที่ต้องเปลี่ยนหรือเติมลมยางได้ง่ายขึ้น โดยโซลูชั่น B-iTech นี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนา คาดว่าจะพร้อมมอบโซลูชั่นนี้ให้แก่ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ภายในครึ่งปีหลังนี้

นอกจากนี้ ยังมี B-24hrs เป็นโซลูชั่นให้ลูกค้าในการติดต่อผ่าน Bridgestone Contact Center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาและบริการตอบคำถามข้อมูลเรื่องทั่วไป สินค้าและบริการ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับรถยนต์ในกรณีรถเสีย หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน โดยจะมีช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญตอบคำถามให้ตลอด 24 ชั่วโมง

รวมถึง B-Care ซึ่งเป็นโซลูชั่นการปกป้องยางในกรณีที่ยางเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ จากการใช้งานทุกกรณีที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) โดยพร้อมรับประกันเปลี่ยนยางเส้นใหม่ยกชุดถึง 4 เส้น

ขณะที่ Pain Point ของกลุ่มยางรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จะแตกต่างจากกลุ่มรถยนต์นั่งโดยสิ้นเชิง โดยปัญหาหลักของลูกค้ากลุ่มนี้พบว่า ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูง ทั้งต้องการความปลอดภัยในการเดินทาง จึงต้องการมองหาโซลูชั่นที่คุ้มค่า เพื่อช่วยลดต้นทุน สะดวกสบาย แต่ยังคงปลอดภัยด้วย จึงเป็นที่มาของบริการ B-Solution ที่มีทั้งผลิตภัณฑ์และบริการร่วมด้วย โดยผลิตภัณฑ์ของ Bridgestone เราขอนำเสนอ “ยางรุ่น Ecopia” ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 6% พร้อมยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น และ “ยางหล่อดอก” (Bandag) ที่เป็นการนำโครงยางเก่าไปหล่อดอกใหม่ด้วยมาตรฐานและการรับประกันจาก Bridgestone เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ช่วยให้ประหยัดต้นทุนและยังช่วยสิ่งแวดล้อม รวมถึงลูกค้ายังสามารถมั่นใจในคุณภาพของ Bridgestone ได้เช่นเดิม

นอกจากสินค้าข้างต้น ยังมีการพัฒนาโซลูชั่นสำหรับกลุ่มยางรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ด้วยเช่นกัน นั่นคือ B-Track โซลูชั่นในการดูแลรักษายางให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยโปรแกรมตรวจเช็กความลึกของร่องดอกยางและความดันลมยาง เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจวัดผ่านระบบบลูทูธที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทย เพื่อลูกค้าในประเทศไทย พร้อมเก็บข้อมูล ในระบบ cloud ที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาเพื่อวิเคราะห์การใช้งานของยาง และช่วยวางแผนในการเปลี่ยนยางในเวลาที่เหมาะสม

รวมถึง B-24hrs โซลูชั่นเพื่อเสริมความแกร่งให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเดินต่อไปได้โดยไม่สะดุด ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีที่ลูกค้าเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับยาง และยังมีบริการ Central Billing โดยผู้ประกอบการจะได้รับยางและบริการในราคาเดียวกัน ณ ศูนย์บริการของ Bridgestone ที่ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ และ B-Finance ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับบริษัทการเงินชั้นนำ ปล่อยสินเชื่อระยะสั้นและระยะยาวให้กับผู้ประกอบการเพื่อตอบโจทย์ให้ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการกับ Bridgestone ได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยางที่มีคุณภาพและปลอดภัย แต่มีปัญหาเรื่องเงินสดหมุนเวียน

คุณเคอิจิ ชูมะ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ปัจจุบันการแข่งขันของธุรกิจยางรถยนต์รุนแรงมากขึ้น มีทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์จีน และแบรนด์ไต้หวันเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้การมีแค่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพียงอย่างเดียว คงยากที่จะสู้รบในตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดได้ แต่จำเป็นต้องมีทั้งผลิตภัณฑ์ บริการโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ จึงจะทำให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นที่รักของลูกค้าอย่างยาวนาน

เชื่อมั่นได้ว่าวันนี้ Bridgestone พร้อมกว่าที่เคย ที่จะเป็นโซลูชั่นที่ช่วยให้ “คุณ” ได้ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในทุกๆ เส้นทาง ด้วยโซลูชั่นที่หลากหลายตอบทุกโจทย์ของทุกจุดหมายที่แตกต่าง “Solutions for your journey”