เช็กที่นี่! ศูนย์พักคอย กทม. 1 เขต 1 ศูนย์ เร่งเพิ่มให้ครบ 50 สำนักงานเขต

bkk covid CI

การแพร่ระบาดที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยติดเชื้อหลายคนไม่สามารถกักตัวอยู่ที่บ้านได้ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักคอย (Community Isolation) เพื่อรับผู้ป่วยติดเชื้อให้มาพักรักษาตัวแยกออกมาจากบ้าน ระหว่างรอส่งต่อรักษาในโรงพยาบาล โดยจะจัดตั้งอย่างน้อย 1 เขต 1 ศูนย์พักคอย ให้ครบทั้ง 50 สำนักงานเขต

- Advertisement -

ตอนนี้ (ณ วันที่ 31 ก.ค.) กทม. เปิดศูนย์พักคอยแล้ว 40 แห่ง จะทยอยเปิดให้ได้ 60 แห่ง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมจัดตั้งศูนย์พักคอยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่ว กทม. รองรับผู้ป่วยโควิดได้ 7,499 ราย ทั้งจากการตรวจหาเชื้อในระบบเฝ้าระวัง และจากการตรวจหาเชื้อเชิงรุก Bangkok CCRT ที่ลงพื้นที่ค้นหาผู้ป่วยในชุมชนตรวจด้วยวิธี Antigen test kit (ATK) หากตรวจพบผู้ติดเชื้อที่ไม่สามารถแยกกักตัวรักษาที่บ้าน (Home Isolation :HI) ได้ จะนำผู้ป่วยเข้าศูนย์พักคอย (Community Isolation :CI) ในโซนที่แยกเฉพาะสำหรับผู้ที่มีผลจาก ATK จากนั้นจะมีหน่วยตรวจ RT-PCR มาตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้งที่ศูนย์พักคอย

ตอนนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการระดับเหลืองและแดงเพิ่มมากขึ้นทุกวันที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ถึงแม้ว่า กทม. จะขยายศักยภาพโรงพยาบาลอย่างเต็มกำลังแล้วก็ตาม ทั้งขยายศักยภาพเตียงผู้ป่วยเหลือง-แดงในโรงพยาบาลหลัก เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลสนามให้สามารถรองรับผู้ป่วยระดับเหลืองได้มากขึ้น และสร้างไอซียูสนาม (Modular ICU) รองรับผู้ป่วยสีแดงเพิ่ม แต่ก็ยังไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกวันได้อย่างรวดเร็ว กทม. จึงปรับศูนย์พักคอย 7 แห่งให้เป็นโรงพยาบาลสนาม ให้สามารถรองรับผู้ป่วยเหลืองได้เพิ่มขึ้นอีก 1,036 เตียงด้วย

กทม. เร่งควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานการณ์วิกฤตนี้ ด้วยการค้นหาผู้ติดเชื้อที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง การขยายศักยภาพโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม การจัดตั้งศูนย์พักคอยให้ครบทั้ง 50 เขต เพื่อเร่งนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบให้เร็วที่สุดและให้ได้มากที่สุด พร้อมกัน ยังได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปด้วย เพื่อให้การแพร่ระบาดของโรคลดลง

bkk covid CI 2

bkk covid CI 3

bkk covid CI 4

bkk covid CI 5

bkk covid CI 6

เร่งดูแลผู้ป่วยโควิดด้วย BKK HI/CI Care

กทม. ได้ปรับวิธีการตรวจเชิงรุกโดยมีทีม CCRT ตรวจหาเชื้อด้วย Antigen Test Kit ที่รู้ผลการตรวจเร็วขึ้น เพื่อแยกผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อโควิด-19 ให้ได้มากที่สุดก่อน โดยผู้ที่มีผลตรวจจาก ATK ถ้าผลตรวจเป็นลบสามารถกลับบ้านได้ แต่หากเป็นผู้เสี่ยงสูงแนะนำให้แยกตัวจากผู้อื่น

แต่หากมีผลติดเชื้อจะส่งตรวจ Rt-PCR ซ้ำอีกที่จุดตรวจเดียวกัน หรือส่งเข้าศูนย์พักคอย (Community Isolation :CI) แยกโซนเฉพาะผู้ที่มีผลจาก ATK ซึ่งผู้มีผลติดเชื้อจะต้องเซ็นยินยอมในใบ Informed consent จากนั้นจะมีหน่วยตรวจ Rt-PCR มาตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้งที่ศูนย์พักคอย เพื่อให้ได้ผลยืนยันการติดเชื้อก่อนเข้าสู่ระบบการรักษา

bkk covid ATK

ผู้ป่วยที่มีผลตรวจยืนยันเป็นผู้ติดเชื้อและต้องการแยกรักษาตัวอยู่ที่บ้าน (Home Isolation : HI) หน่วยเชิงรุกจะส่งข้อมูลเข้าระบบ BKK HI/CI Care หรือผู้ป่วยสามารถติดต่อเข้าระบบการรักษาได้ที่ สายด่วนโควิดเขต ทุกเขต เพื่อเติมเต็มโทรสายด่วน 1330 ที่จะได้รับการดูแลติดตามอาการจากแพทย์ และได้รับชุดอุปกรณ์ HI เครื่องวัดออกซิเจน ปรอทวัดไข้ หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ โดยจะมีจิตอาสาส่งยาและอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้ออาหาร ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในระบบการรักษา และถ้าผู้ป่วยที่รักษาแบบ HI มีอาการรุนแรงขึ้น ตามคำวินิจฉัยจากหมอที่ดูแล จะนำส่งเข้ารักษาใน รพ.สนาม Hospitel หรือ รพ. ต่อไป

สำหรับผู้ที่มีผลการตรวจเป็นบวกจาก ATK ด้วยตนเองหรือจากสถานที่เอกชน จะต้องตรวจ ATK ซ้ำจากสถานพยาบาล โดยแจ้งผ่านสายด่วนโควิดเขต หรือแจ้งที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อนัดคิวตรวจหาเชื้อก่อน จึงจะสามารถส่งตรวจซ้ำด้วย Rt-PCR ได้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะต้องถูกส่งต่อไปศูนย์พักคอยร่วมกับผู้สงสัยติดเชื้อรายอื่น