สรุปมาตรการจ่ายเยียวยาลูกจ้าง-เจ้าของกิจการ ‘ร้านอาหาร-ก่อสร้าง’ 7,500 ล้านบาท

PM Covid

วันนี้ (28 มิถุนายน 2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปมาตรการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ 6 จังหวัด จากประกาศฉบับที่ 25 (ปิดแคมป์คนงาน ร้านอาหารงดนั่งในร้าน) ในกลุ่มก่อสร้าง สถานบริการ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มศิลปะ บันเทิงและสันทนาการ ซึ่งได้ลงทะเบียนกระทรวงการคลัง 6.97 แสนคน

- Advertisement -

โดยใช้งบประมาณ 7,500 ล้านบาท เป็นงบของประกันสังคม 3,500 ล้านบาท และงบของรัฐบาล 4,000 ล้านบาท ในช่วง 1 เดือน

สรุปมาตรการพิเศษดูแลลูกจ้างและเจ้าของกิจการ ที่ได้รับกระทบจากประกาศ ฉบับที่ 25 (ปิดแคมป์คนงาน ร้านอาหารงดนั่งในร้าน) ในช่วง 1 เดือน

1. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากสุด คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) รวม 6 จังหวัด กลุ่มแรงงานก่อสร้าง ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มสันทนาการ (ทั้งลูกจ้างและเจ้าของกิจการ) จะได้รับเงินชดเชย

2. กลุ่มแรงงานและลูกจ้าง
– ประกันสังคมและกระทรวงแรงงาน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในระบบประกันสังคม โดยจ่ายชดเชยปิดกิจการด้วยเหตุสุดวิสัยให้กับลูกจ้าง สัดส่วน 50% ของฐานเงินเดือน แต่ไม่เกิน 7,500 บาท
– กลุ่มลูกจ้างในระบบประกันสังคม สัญชาติไทย จะได้รับเงินเพิ่มเติมจากรัฐบาลอีกรายละ 2,000 บาท

3. สำหรับนายจ้าง หรือเจ้าของกิจการ ในระบบประกันสังคม จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อหัวลูกจ้างของกิจการ แต่สูงสุดไม่เกิน 200 คน จ่ายให้ผู้ประกอบการ (หมายถึง ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง 1 คน จะได้รับเงินชดเชย 3,000 บาท กรณีมี 10 คน ก็ได้รับ 30,000 บาท กรณีสูงสุด 200 คน ก็ได้รับ 600,000 บาท)

4. กลุ่มที่อยู่นอกระบบประกันสังคม จากฐานข้อมูลที่มาลงทะเบียนไว้ในระบบแอป “ถุงเงิน” จะดำเนินการ 2 เรื่อง
– ผู้ประกอบการที่ยังไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ต้องการได้รับความช่วยเหลือ ให้ขึ้นทะเบียนสู่ระบบประกันสังคม (จะทำให้ทั้งลูกจ้างและนายจ้างได้รับเงินชดเชย คือ ลูกจ้าง 2,000 บาท และนายจ้าง 3,000 บาทต่อหัวลูกจ้าง แต่ลูกจ้างไม่ได้รับเงินชดเชย 50% ของเงินเดือน เนื่องจากมีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมครบ 6 เดือนก่อน)
– ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมได้ เพราะไม่มีลูกจ้าง สามารถไปลงทะเบียนแอป “ถุงเงิน” ในหมวดร้านอาหารและเครื่องดื่ม ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท สำหรับนายจ้าง

5. ขอความร่วมมือสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างให้ประสานกับสมาคมภัตตาคารและร้านอาหาร เพื่อให้สมาคมก่อสร้างใช้บริการสั่งซื้ออาหารกล่องจากร้านอาหารรายย่อย ส่งให้กับแรงงานในภาคก่อสร้างราว 1 แสนคน

6. ยืนยันโครงการคนละครึ่ง และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ “ไม่เลื่อน” เปิดให้ใช้ตามระยะกำหนดเดิมในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564