‘วิลเลียม ไฮเน็ค’ ผู้ก่อตั้ง ไมเนอร์ ร่อนจดหมายหานายกฯ เร่งจัดหาวัคซีน-ธุรกิจท่องเที่ยวขอฉีดเฟสแรก

คุณวิลเลียม ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้เร่งจัดการวัคซีน Covid-19 และขอให้พนักงานในธุรกิจท่องเที่ยวได้ฉีดในเฟสแรก รวมทั้งขอให้เตรียมมาตรการรองรับ “Vaccine Passport” เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว

- Advertisement -

สำหรับเนื้อหาในจดมาย ในช่วงแรก คุณวิลเลี่ยม ได้ระบุสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี 2020 ที่ผ่านมา ภาคธุรกิจท่องเที่ยวต้องปิดตัวลง จนหลายแห่งต้องปิดตัวอย่างถาวร และบอกว่า “วัคซีน” เป็นความแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิดนี้ โดยเขาขอให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนอย่างเร่งด่วน เพื่อเริ่มต้นธุรกิจให้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง 

ในส่วนต่อไปหัวเรือใหญ่ของเครือไมเนอร์ฯ ได้เรียกร้องให้
– พนักงานในธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือ พนักงานโรงแรม ฯลฯ ได้มีโอกาสรับวัคซีนในเฟสแรก เช่นเดียวกับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในด่านหน้า โดยยกตัวอย่าง UAE ว่าวัคซีนในเฟสแรก 2 ล้านโดส ซึ่งครอบคลุม 20% ของประชากร วัคซันก็ถูกแบ่งให้กับพนักงานที่ทำงานในส่วนต้อนรับเช่นกัน

– จัดหาวัคซีนอย่างเร่งด่วน เราทราบดีว่ารัฐบาลได้ซื้อและพัฒนาวัคซีนจำนวนหนึ่งแล้ว และทุกคนก็สนับสนุนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม จากไทม์ไลน์ในตอนนี้ เชื่อว่า “ยังไม่รวดเร็วพอ” นอกเหนือจากวัคซีนจาก AstraZeneca และ Sinovac แล้ว อยากให้รัฐบาลพิจารณาวัคซีนจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ด้วย

การกระจายวัคซีนให้ได้มากที่สุดจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้โรงพยาบาลเอกชน และโรงแรมที่เป็น Alternative State Quarantine(ASQ) สามารถฉีดวัคซีนให้กับแขกที่มาพักในช่วงกักตัวด้วย

– ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่ต้องกักตัว คนไทยทที่ได้รับวัคซีนแล้ว ควรเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการกักตัว โดยเฉพาะการเดินทางสำหรับภาคธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่มีความจำเป็นควรสามารถเดินทางเพื่อทำธุรกิจและการลงทุนได้ถ้าหากว่าได้รับวัคซีนแล้ว เมื่อกลับมายังประเทศไทยการเดินทางเพื่อธุรกิจไม่ควรถูกกักตัว 14 วัน อย่างไรก็ตามยังคงให้ความสำคัญกับการใส่หน้ากาก และเว้นระยะห่างทางสังคมต่อไป

– เตรียมพร้อมสำหรับ “วัคซีน พาสปอร์ต” เรารู้ดีว่า “วัคซีน พาสปอร์ต” อาจจะเป็นเรื่องที่ใหม่เกินไป แต่ก็ได้เห็นแล้วว่ามีหลายประเทศเริ่มดำเนินการเรื่องนี้แล้ว ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ล่วงหน้า