ยังกระทบจากโควิด 7-Eleven ยอดขายร่วง ไตรมาส 3 “ซีพีออลล์” กำไร 3,998 ล้าน ลดลง 29%

สถานการณ์โควิด-19 ยังส่งผลต่อหลายอุตสาหกรรม รวมทั้งเชนร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven มียอดขายลดลง ส่งผลไตรมาส 3 ปีนี้ CPALL ทำกำไรไปได้ 3,998 ล้านบาท ลดลง 29% มีรายได้ 135,500 ล้านบาท ลดลง 3.8% แต่ยังเดินหน้าขยายสาขาตามแผนปี 2564 เปิดครบ 13,000 สาขา

- Advertisement -

บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2563 กำไรสุทธิ 3,998 ล้านบาท ลดลง 28.8% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

ไตรมาส 3 ปี 2563 มีรายได้ 135,500 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน 3.8% จากผลกระทบต่อเนื่องจาก Covid-19 ผู้บริโภคระวังการใช้จ่าย เน้นซื้อสินค้าจำเป็น และยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ ทำให้รายได้การขายและบริการร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น “ลดลง” ขณะรายได้จากธุรกิจค้าส่งแม็คโคร ยังเติบโตเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงรายได้จากการขายของธุรกิจในต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น

ส่วนผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 2563 มีรายได้ 409,381 ล้านบาท ลดลง 3.2% เนื่องจากผลกระทบมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิ 12,530 ล้านบาท ลดลง 22.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

แบ่งสัดส่วนรายได้จาก 1.ร้านสะดวกซื้อและธุรกิจอื่นๆ 63% 2.ธุรกิจค้าส่ง 37%  สัดส่วนกำไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 72%  และธุรกิจค้าส่ง 28%

7-Eleven ยอดขาย-ลูกค้า “ลดลง”

ในไตรมาส 3  ปีนี้ ธุรกิจร้านเซเว่นฯ มีรายได้รวม 74,304 ล้านบาท  ลดลง 10.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  โดยยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันอยู่ที่ 69,068 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมลดลง 14.3%  มียอดซื้อต่อบิล 75 บาท  ขณะที่จำนวนลูกค้าต่อสาขาเฉลี่ย 917 คนต่อวัน ลูกค้ามีจำนวนลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากผลกระทบโควิด-19  ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ การบริโภคในประเทศยังหดตัว

อย่างไรก็ตาม ได้เร่งนำกลยุทธ์ O2O มาใช้เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้  เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่ปรับเปลี่ยนไปจากสถานการณ์โควิด ด้วยการนำเสนอสินค้าในหลากหลายช่องทาง อาทิ 7-Eleven Delivery , All Online และ 24 Shopping  เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคและบริโภคต่างๆ รวมถึงสินค้าในร้านเซเว่นฯ  ได้สะดวกและรวดเร็ว ทั้งบริการส่งถึงปลายทางหรือรับสินค้าที่ร้าน ทำให้มีรายได้จากการขายชดเชยผลกระทบจากโควิดได้บางส่วน

ไตรมาส 3  ปี 2563 ร้านเซเว่นฯ มีรายได้จากการขายปรับตัวลดลง ทั้งสินค้ากลุ่มอาหารและอุปโภค โดยสัดส่วนรายได้จากการขาย 71.5% มาจากสินค้ากลุ่มอาหาร  และจากสินค้าอุปโภค 28.5% ใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อน  แต่ยังมีรายได้อื่นๆ จำนวน 5,495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6%  จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย

อย่างไรก็ตาม ซีพีออลล์ ยังเดินหน้าตามเป้าหมายเดิมปี 2564 จะมีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ครบ 13,000 สาขา จึงมีการขยายสาขาต่อเนื่อง ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เปิดสาขาใหม่รวม 136 สาขาในทุกประเภท ทั้งสาขาของบริษัท แฟรนไชน์ และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต ทำให้สิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ มีสาขาทั่วประเทศ 12,225 สาขา แบ่งเป็น สาขาของบริษัท 5,527 สาขา สัดส่วน 45% เปิดใหม่ 71 สาขา ส่วนแฟรนไชส์และร้านค้าที่ได้สิทธิช่วงอาณาเขต 6,698 สาขา สัดส่วน 55% เปิดใหม่ 65 สาขา ทั้งปี 2563 จะเปิดสาขาใหม่ 700 สาขา ใช้งบลงทุนรวม 11,500 – 12,000 ล้านบาท