Lazada จับ LazLive มาไลฟ์คอนเสิร์ต หวังเพิ่มช่องทางให้ “นักดนตรี” ยุค New Normal 

(ซ้ายไปขวา) คุณภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย), คุณติ๊ก ชีโร่ และคุณเอด้า จิรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ เทใจดอทคอม

ในช่วงวิกฤติ Covid-19 ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากธุรกิจบันเทิงที่ถูกปิดตัวอย่างกระทันหันแล้ว ธุรกิจร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนก็ถูกปิดตัวไปพร้อมกัน การปิดตัวเหล่านั้นส่งผลให้นักดนตรีจำนวนไม่น้อย ไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

โดยผู้ที่คร่ำหวอดในวงการบันเทิงอย่างคุณมนัสวิน นันทเสน หรือติ๊ก ชีโร่ ออกมาเปิดเผยว่า หากเป็นดารานักแสดงที่มีชื่อเสียงอาจยังพอสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาได้ แต่สำหรับนักดนตรี มือเบส มือกีตาร์ หลายคนจะมีรายได้แบบรายวัน และไม่มากนัก เฉลี่ยอยู่ที่ 500 – 700 บาทต่อคืน การที่สถานบันเทิงถูกปิดทำให้คนเหล่านี้ไม่มีงาน ไม่มีรายได้ และกำลังได้รับผลกระทบอย่างมาก

- Advertisement -

โดยการช่วยเหลือในมุมของคุณติ๊ก ชีโร่ ได้มีการเปิดตัวรายการ “มาจอยกันไลฟ์มิวสิค” ที่เปิดโอกาสให้วงดนตรีได้มาแสดงและออกอากาศทาง ททบ.5 โดยวงที่มาแสดงจะได้รับเงินค่าตอบแทนวงละ 5,000 บาท ซึ่งปัจจุบันมีวงที่ได้รับการติดต่อแล้วทั้งสิ้น 50 วง

อย่างไรก็ดี การช่วยเหลือได้ขยายวงออกไป โดยมีการจับมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Lazada และเทใจดอทคอม เพื่อเข้ามาช่วยนักดนตรีเหล่านี้เพิ่มเติม โดย Lazada จะนำบริการ LazLive มาเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ศิลปินไลฟ์คอนเสิร์ต และเทใจดอทคอมจะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องเงินบริจาค และทำรายงานสรุปให้ทราบว่าเงินบริจาคเหล่านั้นถูกส่งต่อให้กับศิลปินวงใดบ้างเพื่อความโปร่งใส

เมื่อ Lazada จับ LazLive มาไลฟ์คอนเสิร์ต

โดยการสตรีมมิ่งเพลงของศิลปินต่าง ๆ บน LazLive จะเกิดขึ้นในช่วง 12.00 น. ของวันอังคารและพฤหัส และทุก ๆ ยอด View ที่เกิดขึ้นจากการไลฟ์ดังกล่าว ทาง Lazada จะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค 1 บาทให้ด้วย หรือถ้าหากผู้ชมอยากร่วมบริจาคก็สามารถทำได้ผ่านทางฟังก์ชัน See Now, Buy Now ของแพลตฟอร์มเช่นกัน

คุณภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในสภาวะที่ท้าทายเช่นนี้ Lazada ต้องการเป็นหนึ่งในพลังผลักดันให้ประเทศไทยสามารถก้าวต่อไปได้ เราจึงนำเอาศักยภาพทางเทคโนโลยีของแพลตฟอร์มอย่างฟังก์ชั่น LazLive มาสนับสนุน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของโครงการฯ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมบริจาคเงินได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมทุกคนได้ร่วมส่งมอบน้ำใจให้กับสังคมไทยของเราด้วย”

โดยปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้รับเงินบริจาคมาแล้วทั้งสิ้น 21,000 บาท แต่จากที่คุณภารดีเปิดเผยก็คือ ในช่วง Covid-19 มีผู้เข้ามารับชมคอนเทนต์จาก LazLive เพิ่มขึ้นถึง 90% จึงคาดว่าจะการไลฟ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ จะแปลงเป็นเงินบริจาคได้อีกมากเลยทีเดียว

ทั้งนี้ เป้าหมายของ Lazada คือการมีผู้ใช้งานทะลุ 300 ล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งฟีเจอร์อย่าง LazLive ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 ก็สามารถดึงดูดผู้ชมได้แล้วทั้งสิ้น 200 ล้านวิว (นับตั้งแต่เปิดตัว) และมียอดการไลฟ์บนแพลตฟอร์มประมาณ 2,000 รอบต่อสัปดาห์