NEW MG HS ยนตรกรรมที่อัดแน่นเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก

รถ SUV ยุคนี้ต้องดีไซน์เรียบหรูดูดี สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ต้องเร็วแรงทนใช้งานได้ยาวๆ  เท่านั้นยังไม่พอ ต้องมีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นเทพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจตลอดเส้นทางบนถนน ฯลฯ  หากรวมคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ในคันเดียว คงต้องเป็นรถที่มีมูลค่าสูงอย่างแน่นอน

MG เข้าใจถึงความต้องการเหล่านี้ของผู้บริโภค จึงนำมาพัฒนาและใส่ไว้ใน NEW MG HS รถยนต์ที่มาภายใต้แนวคิด ELEGANCE ที่ผสานระหว่างความหรูหรากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว พร้อมจัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลกมากถึง 25 ระบบ และที่สำคัญทุกคนสามารถเข้าถึงยนตรกรรมที่ล้ำสมัยนี้ได้ในราคาคุ้มค่าที่สุด

หนึ่งในไฮไลท์ใหญ่ของ NEW MG HS  ที่ถูกพูดถึงมากสุดในวงการกูรู คือ เรื่องของเทคโนโลยีความปลอดภัย เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า การขับรถยนต์บนท้องถนนในบ้านเรา ต้องระมัดระวังสูง แม้ว่าจะตั้งใจขับด้วยระมัดระวังก็ตามที อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ถ้ารถยนต์มีเทคโนโลยีที่ฉลาดมากพอก็ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หรือ บรรเทาให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

- Advertisement -

NEW MG HS อัพเกรดความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย ADAS

ต้องบอกก่อนว่า ในอุตสาหกรรมรถยนต์ตอนนี้ก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Car) ข้อดีของการพัฒนาเทคโนโลยีสร้างระบบควบคุมการขับขี่อัตโนมัติต่างๆ ทั้งช่วยเตือน ช่วยควบคุมความเร็ว หรือแม้กระทั่งช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ฯลฯ ประกอบกับผู้ขับขี่ระมัดระวัง มีสมาธิไม่ละสายตาจากการขับขี่ และพร้อมที่จะควบคุมรถด้วยตนเองอยู่เสมอ เหล่านี้ทำให้ทุกการขับขี่มีความปลอดภัยสูงสุด ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ซึ่งรถยนต์ที่จะขับเคลื่อนอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีระบบปฏิบัติการขับเคลื่อน (ADSs : Automated Driving Systems) และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS : Advanced Driver Assistance Systems) ซึ่งภายใน NEW MG HS  มีระบบ ADAS มากถึง 11 ระบบ ที่พร้อมจะช่วยควบคุมการขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้แก่ผู้ขับทุกคน

ปัจจุบัน อุบัติเหตุส่วนใหญ่บนท้องถนนเกิดจาก 3 ต้นเหตุ หลักๆ คือ เรื่องแรกที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นมือเก่า หรือ มือใหม่หัดขับ คือ เรื่องของจุดอับสายตา ต้องยอมรับว่า กระจกมองข้าง หรือมองหลัง ล้วนมีจุดที่อับสายตาทำให้คนขับมองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง หรือรถยนต์คันอื่นๆ ผลที่ตามมาคือ  เกิดเฉี่ยวแบบไม่ได้เจตนา

เพื่อป้องกันเรื่องจุดอับสายตา NEW MG HS ได้ติดตั้งเทคโนโลยีระบบ RDA (Rear Drive Assist) กลุ่มระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา หากระบบตรวจเจอวัตถุ หรือสิ่งกีดขวาง ทั้งด้านข้างและด้านหลังรถ จะมีการส่งสัญญาณเตือน โดยระบบ RDA จะครอบคลุมการช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist), เตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection), เตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert), เตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

ส่วนปัญหาที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ คือ กรณีขับมาดีๆ เกิดเปลี่ยนใจเปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือ ขับรถนาน อ่อนเพลียมือไม้อ่อน จับพวงมาลัยหลุดมือ รถก็เกิดอาการเอียงวิ่งกินเลน จนเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ  เพื่อป้องกันเรื่องการออกนอกเลนแบบนี้ NEW MG HS  ก็นำเทคโนโลยีกลุ่มช่วยเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System) มาใส่ไว้ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าระบบนี้ดีมาก มีทั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) โดยจะช่วยควบคุมและปรับองศาพวงมาลัย พร้อมส่งสัญญาณเตือน เพื่อให้รถกลับมาอยู่ในเลน ถัดมาคือ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) เป็นระบบที่ช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ตรงกลางเลน เมื่อมีเทคโนโลยีแบบนี้ก็ช่วยให้ขับขี่มั่นใจขึ้นอีกเยอะ

สุดท้ายคือ เรื่องความเร็ว และทัศนวิสัยที่ไม่ชัดเจน ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ฉะนั้น NEW MG HS จึงมีการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยในกลุ่มระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist) ซึ่งจะครอบคลุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) โดยผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าความเร็วได้ตั้งแต่ 30 – 150 กม./ชม. สามารถตั้งระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 3 ระยะ รวมถึงมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) คือในกรณีที่จราจรติดขัด เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ  ระบบจะควบคุมความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถยนต์คันหน้าโดยอัตโนมัติ แบบนี้ไม่ต้องกลัวเผลอไปจนท้ายคันหน้า และยังมี ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) คือถ้ารถเรากับรถยนต์คันหน้าอยู่ใกล้กันแบบเสี่ยงต่อการชน ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือน คนขับก็สามารถเบรกได้ทัน สุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) ถ้าขับรถไปที่มืดๆ และระบบตรวจจับแล้วไม่มีรถคันหน้า ระบบไฟสูงก็จะเปิดขึ้นเพื่อให้เห็นเส้นทางสะดวกขึ้น และถ้ามีรถมาระบบก็จะปิดไฟสูงให้อัตโนมัติเพื่อไม่ให้แสงไปรบกวนเพื่อนร่วมทางนั่นเอง

ทั้งนี้เทคโนโลยีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS ทั้ง 11 ระบบนี้ จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้เงื่อนไขของระบบนั้นๆ เช่น บนท้องถนนที่ไม่มีการตีเส้นถนน แบ่งเส้นเลนที่ชัดเจน เทคโนโลยีกลุ่มช่วยเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS จะไม่ทราบถึงสภาพถนนที่แท้จริง ไม่สามารถเตือนเมื่อรถออกนอกนอกเลนได้อย่างที่ควรจะเป็น

เหล่านี้คือตัวอย่างของเทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ใน NEW MG HS  เรียกว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยระบบความปลอดภัยทุกมิติ ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจ ปลอดภัยทุกการเดินทาง ทุกเส้นทาง และพิสูจน์ให้เห็นว่าวันนี้ MG พร้อมแล้วกับการเป็นแบรนด์รถยนต์คุณภาพ ที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระดับที่ 2 (Partial Automation) ที่ได้มาตรฐานระดับโลก ในราคาที่ผู้บริโภคไทยทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com