เทสโก้โลตัสใช้ Big Data เจาะอินไซต์ลูกค้า ทุ่มพันล้านจัดแคมเปญหั่นราคา 50% ยาว 3 เดือน

หลังภาครัฐผ่อนคลายล็อกดาวน์ ให้ธุรกิจต่างๆ กลับมาเปิดดำเนินการได้ปกติ แต่ภาวะเศรษฐกิจยังคงถดถอยจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่าย และวิตกกับความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต ค่ายค้าปลีกใหญ่ “เทสโก้ โลตัส” จับอินไซต์ความกังวลนี้มาพัฒนาแคมเปญ “ตรึงราคา” ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคช่วงเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

- Advertisement -

สถานการณ์โควิด-19  ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภค ระยะแรกจะเห็นได้ว่าเกิดการกักตุนสินค้าจำเป็น มาในช่วงล็อกดาวน์เดือนเมษายน ผู้คนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้าน เริ่มมีการสั่งซื้อออนไลน์ เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายสู่ระยะฟื้นตัวจากโควิด ธุรกิจกลับมาเปิดปกติ แต่ผู้บริโภคยุค New Normal ยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เพราะไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ

“เทสโก้ โลตัส” ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2563 พบว่ายังมีความกังวลระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ความมั่นคงของอาชีพการงานและวิตกเรื่องรายได้

โดยกังวลเรื่องเศรษฐกิจ 73% กังวลเรื่องความมั่นคงของอาชีพ 67% และกังวลเรื่องรายได้ 76%  (เพิ่มขึ้น 6% จากเดือนก่อนหน้า) นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชน 3 ใน 4  คน  หรือ 72% เชื่อว่าราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า

จากความกังวลนี้ เทสโก้ โลตัส จึงสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคผ่านออนไลน์โพล และวิเคราะห์ Big Data จากฐานข้อมูลบัตรคลับการ์ดกว่า 15 ล้านคน เพื่อดูว่าผู้บริโภคต้องการให้จัดแคมเปญประเภทไหนที่ตรงกับความต้องการในสถานการณ์ปัจจุบัน

หั่นราคา 50% ตรึงราคา 3 เดือน

คุณวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส กล่าวว่าหลังจากมาตรการเยียวยาและความช่วยเหลือภาครัฐต่าง ๆ ส่วนมากสิ้นสุดลงตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังเปิดเทอมประชาชนก็มีภาระใช้จ่ายมากขึ้น จึงมีความกังวลเรื่องรายได้ลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หลังจากใช้ Big Data วิเคราะห์ความต้องการผู้บริโภค เทสโก้ โลตัส จึงใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท จัดแคมเปญ “ราคามหาชน”

โดยตัดราคาสินค้าที่จำเป็นทุกหมวดหมู่ และตรึงราคายาว 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม ถึง 25 พฤศจิกายน 2563 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19  ด้วยการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสูงสุด 50% รวมถึงตัดราคาอาหารพร้อมรับประทานและเมนูในศูนย์อาหารเหลือ 25 บาท ตลอด 3 เดือน ที่เทสโก้ โลตัส กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ และทางเทสโก้ โลตัส ช้อปออนไลน์

ความแตกต่างของแคมเปญราคามหาชน  จากแคมเปญลดราคาที่เคยทำก่อนหน้านี้ คือ มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนก่อน เพื่อคัดเลือกสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในแต่ละหมวดหมู่ และใช้ Big Data ฐานสมาชิกบัตรคลับการ์ด 15 ล้านคนมาดูว่าลูกค้านิยมซื้อสินค้าประเภทใด จากนั้นคัดเลือกสินค้ามาร่วมแคมเปญ ซึ่งสินค้ากว่า 75% ลูกค้าซื้อเป็นประจำ

ตัวอย่างสินค้าร่วมแคมเปญ เช่น  แชมพูเคลียร์ ขนาด 435,450,480 มล. ทุกสูตร เดิมราคา 179 บาท ลดเหลือ 109 บาท,  ข้าวพนมรุ้ง หอมมะลิ 100% 5 กิโลกรัม เดิมราคา 175 บาท ลดเหลือ 147 บาท, ผงซักฟอกโอโม สูตรมาตรฐาน 2,700 กรัม เดิมราคา 139 บาท ลดเหลือ 105 บาท, อิชิตัน ชาเขียว ทุกรส 410,420 มล., เย็นเย็นโกลด์ 555 มล. เดิมราคา 20 บาท ลดเหลือ 14 บาท

“สถานการณ์โควิด กระทบกับกำลังซื้อผู้บริโภคอย่างมาก แม้ช่วงโควิด จะมีการกักตุนสินค้า ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่เมื่อกลับสู่ปกติ ยอดจับจ่ายมีแนวโน้มลดลง  ซึ่งจะกระทบกับรายได้และกำไรของเทสโก้โลตัสในปีนี้ด้วยเช่นกัน”

เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส บริเวณลานจอดรถสาขาเทสโก้ โลตัส อ่อนนุช

เดินหน้าขยายสาขาตามแผน-ทดลองฟอร์แมทใหม่    

ปีนี้แม้จะมีสถานการณ์โควิดเข้ามากระทบธุรกิจ แต่ เทสโก้ โลตัส ยังเดินหน้าขยายสาขาตามแผนเดิม โดยปีนี้ จะเปิดสโตร์ใหญ่ 3 สาขา และ เอ็กซ์เพรส 150 สาขา ครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 63 สาขา

จำนวนสาขาของเทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2563) มีสาขาขนาดกลางและขนาดใหญ่ 411 สาขา สาขาเอ็กซ์เพรส 1,635 สาขา  รวมสาขาทั้งหมด 2,046 สาขา

รวมทั้งได้ทดลองเปิดสาขาเอ็กซ์เพรส บริเวณหน้าเทสโก้ โลตัส สโตร์ใหญ่ เช่น สาขาอ่อนนุช และก่อนหน้านี้ได้เปิดรูปแบบ E-pop up Store ร้านขนาดเล็ก เพื่อดักลูกค้าที่เดินผ่านหน้าร้าน ในทำเลสาขาที่มีป้ายรถเมล์และผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก แต่ไม่มีเวลาเข้ามาซื้อสินค้าในสโตร์ใหญ่

นอกจากสาขาออฟไลน์ เทสโก้ โลตัส ยังมีบริการ omni-channel  ไม่ว่าจะเป็น Tesco Lotus Shop Online สั่งสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่นและเว็บ ให้บริการใน 23 จังหวัด ร้านค้าบน marketplace ชั้นนำ Lazada และ Shopee เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ  บริการ Chat & Shop สั่งสินค้าและจัดส่งโดยตรงจากสาขาใกล้บ้าน 36 สาขา  บริการ Chat & Collect สั่งสินค้าและรับสินค้าโดยตรงจากสาขาใกล้บ้าน ที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 194 สาขา และ บริการ Click & Collect สั่งสินค้าผ่านออนไลน์และรับด้วยตนเอง 45 สาขา ใน 23 จังหวัด

ในช่วงการล็อกดาวน์โควิด ช่องทางออนไลน์เติบโตถึง 3 เท่าตัว หลังโควิด ก็ยังขยายตัวต่อเนื่องจากพฤติกรรม New Normal ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์  เทสโก้ฯ มุ่งขยายบริการ omni-channel ให้เติบโตต่อไป