SVOA ประกาศทีมผู้บริหารใหม่ ขับเคลื่อนบริษัทสู่ New normal และ Digital Age [PR]

ภาพรวมการแข่งขันทางการค้าในโลกของธุรกิจไอทีภายหลังสถานการณ์วิกฤติ COVID-19 ผ่านไป หลายองค์กรต้องประเมินความพร้อมด้านธุรกิจและด้านนโยบายต่าง ๆ ทั้งเงื่อนไขขีดความสามารถในการแข่งขัน การรองรับตลาดในยุคดิจิทัล กฎระเบียบด้านดิจิทัลของประเทศ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังจากนี้ เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ New Normal และ Digital Age เต็มตัว สำหรับ SVOA พร้อมประกาศโครงสร้างคณะผู้บริหารใหม่ ประกอบด้วย

- Advertisement -

1. นางสาวกุลภา อิงค์ธเนศ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)
2. นายอนันต์พล นนทพันธุ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจช่องทางการจำหน่าย บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)
3. นายกฤช กุลทรัพย์ไพศาล ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจโครงการไอที บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)
4. นายอดิศร แก้วบูชา ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและวางระบบคอมพิวเตอร์ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)
5. นางสาวพิรดา อิงค์ธเนศ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิเทค วัน จำกัด
6. ดร.วิวสัน เตียว ยอง เพ็ง ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)

คุณกุลภา อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์วิกฤต COVID-19 เริ่มผ่านพ้นช่วงเวลาที่หนักไปแล้ว แต่แน่นอนว่าภาครัฐและภาคเอกชนยังต้องเฝ้ารอจังหวะที่เหมาะสมในการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ รวมถึงการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก จะเห็นว่าช่วงแรกของวิกฤตหน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจมีการปรับตัวโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและอี-คอมเมิร์ซเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านการประชุมในรูปแบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ การเว้นระยะห่างทางสังคมโดยทำงานที่บ้าน (Work From Home) เพื่อให้ธุรกิจและวิถีชีวิตยังสามารถดำเนินต่อไปได้ สำหรับการปรับตัวดังกล่าวขององค์กรและพฤติกรรมของผู้บริโภคยังก่อให้เกิดตลาดใหม่ หรือ Next New Normal ซึ่งหลังสิ้นสุดวิกฤต COVID-19 ไปแล้ว เชื่อว่าตลาดใหม่ที่เกิดขึ้นจะเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเชิงการแข่งขันขององค์กรต่อไป

โดยบริษัทและทีมคณะผู้บริหารพร้อมนำเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนองค์กรธุรกิจต่าง ๆ และหน่วยงานภาครัฐที่มีศักยภาพในด้านสินค้าและบริการไอทีครบวงจร สินค้าเกมมิ่งที่ครอบคลุมทั้ง โน้ตบุ๊ก เดสก์ท็อป อุปกรณ์คอมโพเนนท์ ไปจนถึงเก้าอี้เกมมิ่ง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการเครื่องเล่นที่มีประสิทธิภาพสูง ธุรกิจโรโบติกส์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับการศึกษา อุตสาหกรรม และการบริการ ฯลฯ

สำหรับธุรกิจช่องทางจัดจำหน่าย (IT Distribution) บริษัทได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของอุปกรณ์ชิ้นส่วนประกอบ การจำหน่ายหุ่นยนต์สำหรับภาคการศึกษา หุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ ในทุกช่องทางการกระจายสินค้า และธุรกิจการขายส่งให้ทั่วทุกภูมิภาค พร้อมกับการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีแบรนด์ชั้นนำ และบริการหลังการขายที่ครบวงจร รวมถึงการวางกลยุทธ์แบบผสมผสานสร้างความสัมพันธ์ระหว่างร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเพื่อเป็นการสร้างการซื้อซ้ำและต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย

นอกจากนี้ ธุรกิจของบริษัทจะเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงธุรกิจต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการเข้าถึงการบริการรูปแบบใหม่ โดยไม่ต้องขอข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน แต่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลของตนผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ซึ่งบริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการลงทะเบียนพิสูจน์ยืนยันตัวตนออนไลน์ (e-KYC) โดยมีการใช้เทคโนโลยี Biometric ในการตรวจสอบใบหน้าเพื่อให้การทำธุรกรรมออนไลน์ปลอดภัยมากขึ้น หรือการใช้ดิจิทัลไอดีผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ เช่น บริษัท NDID โดยมีการบริการตั้งบล็อกเชนโหนดให้แก่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเชื่อมเข้าสู่เครือข่ายยืนยันตัวตนข้ามองค์กร (cross verification) ซึ่งจะทำให้การทำธุรกรรมสะดวกมากขึ้น เช่น การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ หรือการเปิดบัญชีการลงทุนทางออนไลน์ รวมถึงการยินยอมเปิดเผยข้อมูลเครดิตในการขอสินเชื่อออนไลน์

นอกจากนี้เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษและการนำส่งเอกสารสำคัญ องค์กรสามารถทำสัญญาหรือลงนามเอกสารสำคัญต่าง ๆ ผ่านระบบ Document Signing ซึ่งก็คือแอปพลิเคชั่นออนไลน์ โดยสามารถสร้างเทมเพลต PDF และระบุตำแหน่งลายเซ็น และ Workflow ของผู้ที่ต้องลงนามตามลำดับชั้น ส่งไปยังผู้ลงนามผ่านช่องทางออนไลน์และลงนามด้วย Digital Certificate โดยเทคโนโลยี Public Key Infrastructure นี้ได้รับมาตรฐานสากล ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าเอกสารนั้นได้มีการลงนามอย่างถูกต้องและมีผลตามกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย

รวมทั้งระบบการกู้ยืมดิจิทัลที่ช่วยให้ธนาคารและ Fintech เข้าถึงผู้ที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของธนาคารให้เข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์สอดคล้องกับแนวโน้มการลดสาขาของธนาคารในปัจจุบันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา

“โครงสร้างผู้บริหารใหม่ดังกล่าวเป็นการผสมผสานระหว่างผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานกับนักบริหารรุ่นใหม่โดยจะทำงานประสานรวมกันอย่างมืออาชีพ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของ SVOA เติมโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป” คุณกุลภากล่าวทิ้งท้าย