New Normal ของ Lazada มี.ค.เดือนเดียว ยอดสั่งซื้อโตเท่าตัว เหตุคนแห่ช้อปหนี Covid-19

ลาซาด้า (Lazada) เปิดสถิติเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน อานิสงส์ไวรัส Covid-19 ดันยอดนักช้อปบนแพลตฟอร์มโตขึ้น 60% ลูกค้าใช้งานเฉลี่ยนานขึ้น 11% และยอดคำสั่งซื้อเติบโต 100% พบสินค้าขายดีช่วง Covid-19 คือกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน, ของใช้จำเป็น และอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

- Advertisement -

เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ออกมาเผยตัวเลขการเติบโตท่ามกลางยุคไวรัส Covid-19 ครองเมือง โดยปรากฏการณ์ที่น่าสนใจบน Lazada นอกจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นแล้ว จำนวนผู้ขายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยทางแพลตฟอร์มระบุว่ามีผู้ขายรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 26,000 รายในเดือนมีนาคมเดือนเดียว ทำให้ปัจจุบัน Lazada มียอดรวมผู้ขายทั้งหมด (ทั้งที่เป็นร้านค้าและแบรนด์) กว่า 200,000 ราย ซึ่งการเติบโตนี้ผลักดันให้มูลค่าการซื้อ-ขายสินค้าสูงขึ้นถึง 130% เมื่อเทียบระหว่างต้นเดือนกุมภาพันธ์ และต้นเดือนเมษายนอีกด้วย

คุณภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) มองว่า การมาถึงของ Covid-19 ทำให้พฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน Lazada ของผู้บริโภคไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สังเกตได้จากแคมเปญเบิร์ธเดย์ของ Lazada ที่จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงที่หน่วยงานภาครัฐมีการขอความร่วมมือให้คนไทย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”

“เราเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่ยังมีอยู่ แต่เมื่อต้องหยุดงานอยู่บ้าน ความต้องการของคนเลย Shift มาที่ออนไลน์ เห็นได้จากยอดขายของแพลตฟอร์มในแคมเปญเบิร์ธเดย์ที่เพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว”

สินค้าขายดี “เปลี่ยน”

โดยสินค้าขายดีของแพลตฟอร์มก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน นั่นคือในยุคก่อน Covid-19 ระบาด สินค้าขายดีเป็นสินค้าในหมวดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าแฟชั่น ส่วนตอนที่ Covid-19 ระบาดนั้น ทางผู้บริหาร Lazada เผยว่า หมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังคงขายดีเช่นเดิม เพียงแต่เปลี่ยนกลุ่มจากโทรศัพท์มือถือ – แท็บเล็ต ไปเป็นเครื่องฟอกอากาศ พรินเตอร์ หม้อทอดไร้น้ำมัน ฯลฯ แทน

นอกจากนี้ Lazada ยังพบเทรนด์สินค้ามาแรงอีกหนึ่งกลุ่ม นั่นคือ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าการระบาดของไวรัสทำให้คนไทยต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นนั่นเอง

ปรับทัพ LazLive จากขายของสู่ช่องคอนเทนต์

ความน่าสนใจอีกข้อของการออกมาเปิดเผยตัวเลขการเติบโตครั้งนี้คือ Lazada เลือกใช้บริการ LazLive ซึ่งเป็นเครื่องมือในการ Live Streaming ของตนเองในการแถลงข่าว ซึ่งต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ที่ไม่มีเครื่องมือ และต้องใช้บริการจากแอปพลิเคชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ยี่ห้อต่าง ๆ เช่น Zoom, WebEx, Google Hangout Meets หรือ Microsoft Teams แทน

การมี LazLive กลายเป็นจุดแข็งของแพลตฟอร์มในช่วง Covid-19 ได้อีกทางหนึ่ง โดย Lazada เผยว่า ปัจจุบัน มีการไลฟ์ผ่าน LazLive จากผู้ขายราว 150 คนเป็นประจำทุกวัน และในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มียอดการรับชม Live กว่า 10 ล้านครั้ง และสามารถสร้างคำสั่งซื้อได้มากกว่า 20,000 รายการแล้ว

ทางแพลตฟอร์มได้ตั้งเป้าจำนวนผู้ขาย และผู้บริโภคที่จะมาทำคอนเทนต์บน LazLive มากขึ้นเฉลี่ย 40% ต่อเดือน โดยหวังว่าจะมีคอนเทนต์เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า หรือประมาณ 1,800 ชิ้นต่อสัปดาห์ เพื่อการนี้ ทางแพลตฟอร์มได้มีการดึงดูดใจผ่านคูปองส่วนลด 20% ให้ผู้ขายที่เริ่มไลฟ์สตรีมบน LazLive ด้วย ซึ่ง Lazada คาดการณ์ว่า ในอนาคต LazLive จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ SME ได้ถึง 20%

อย่างไรก็ดี ในอนาคต ทางแพลตฟอร์มเผยว่าจะพัฒนา LazLive ไปสู่ช่องคอนเทนต์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น แทนที่จะเป็นแค่บริการสำหรับการทำ Live Streaming เพื่อขายสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว

เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์

อีกหนึ่งความท้าทายในช่วง Covid-19 ที่ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซต้องเจอก็คือเรื่องการจัดส่งสินค้า เห็นได้จากบริษัท Amazon ยักษ์ใหญ่จากแดนลุงแซมต้องออกมาประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่ม 175,000 ตำแหน่งภายในเดือนเดียวเพื่อรับมือกับคำสั่งซื้อขนาดมหึมา

Lazada ก็เจอสถานการณ์นี้เช่นกัน โดยคุณภารดีเผยว่า ที่ผ่านมา บริษัทต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลที่ขอความร่วมมือห้ามออกจากบ้านในเวลาที่กำหนด จึงได้แก้ไขโดยจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยคนเพื่อให้การจัดส่งสินค้าเกิดขึ้นได้รวดเร็วที่สุด รวมถึงมีการรณรงค์ให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัย แจกเจลแอลกอฮอล์ในระหว่างปฏิบัติงาน ตรวจวัดอุณหภูมิ และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในโกดังสินค้าอย่างต่อเนื่องด้วย

New Normal ของนักช้อปออนไลน์

ทั้งนี้ จากปรากฏการณ์ดังกล่าว Lazada มองว่ามีหลายพฤติกรรมที่ทางแพลตฟอร์มคาดว่าจะเป็น New Normal หลังจาก Covid-19 ผ่านพ้นไป เช่น เรื่องของการใช้จ่ายแบบตัดบัตรเครดิต หรือการจ่ายเงินโดยใช้อีวอลเล็ตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้คนกังวลเรื่องการติดเชื้อ ไม่อยากใช้เงินสด ไม่ต่างจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่คุณภารดีมองว่า ผู้บริโภคเริ่มมองเห็นถึงความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังจัดส่งตรงถึงบ้าน จึงคาดว่าการซื้อสินค้าในยุคต่อไป จะถูก Shift มาสู่โลกออนไลน์มากขึ้นอย่างแน่นอน

คุณธนิดา ซุยวัฒนา และคุณภารดี สินธวณรงค์ สองผู้บริหาร Lazada

เปิดแผนหนุนผู้ขาย SME

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ในช่วง Covid-19 ทาง Lazada ได้มีการเปิดแคมเปญช่วยเหลือร้านค้าให้เข้ามาเปิดตัวบนแพลตฟอร์มโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังมีมาตรการพิเศษสำหรับธุรกิจ SME และแบรนด์ต่างๆ เพิ่มเติม ดังนี้

SME Stimulus Package: เป็นแพกเกจสำหรับ SME ไทยกว่า 50,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ขายเดิมหรือผู้ขายใหม่ ประกอบด้วย

  •  ฟรี 0% ค่าคอมมิชชั่น และค่าธรรมเนียมการชำระเงิน โดยลาซาด้าเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  •  เปิดร้านออนไลน์ได้รวดเร็วทันใจภายใน 3 นาที และสามารถเข้าถึงบริการสนับสนุนอื่นๆ เพิ่มเติมฟรี
  •  ใช้ประโยชน์จากทราฟฟิกและเครื่องมือทางการตลาดที่ลาซาด้ามอบให้โดยเฉพาะ อาทิ LazLive ฟังก์ชั่นไลฟ์สตรีมบนแอปพลิเคชันลาซาด้า

โดยแคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2563

O2O Promoter & Affiliate Program: เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ Lazada จับมือกับแบรนด์เพื่อช่วยเหลือพนักงานขายของแบรนด์ต่างๆ ในห้างสรรพสินค้าที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ได้เข้ามาขายของผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของตนเอง โดย Lazada จะทำการติด Tracking link ให้ และมีระบบตรวจสอบข้อมูลยอดขายจาก Link ของแต่ละคน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ใช้ฟังก์ชั่น LazLive ไลฟ์สตรีมบนแอปพลิเคชัน Lazada ฟรีอีกด้วย โดยพนักงานจะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากแบรนด์และ Lazada

ขณะนี้มีแบรนด์ชั้นนำบน LazMall ตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 20 แบรนด์ อาทิ Samsung, OPPO, Vivo, L’Oréal, Garnier, Maybelline, Huawei, Philips Avent, SHISEIDO, EVEANDBOY และมีพนักงานขายเข้าร่วมโครงการมากถึง 15,000 คน ซึ่งสามารถสร้างจำนวนคนเข้าร้านค้าได้มากขึ้นกว่า 100% มีจำนวนลูกค้าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่า 37% และยอดขายโดยรวมพุ่งขึ้นกว่า 42%

ส่วนอีกหนึ่งแคมเปญที่คาดว่าจะถูกใจผู้บริโภคยุคนี้ก็คือ “ส่งฟรีตลอดเดือนเมษายน” ที่ผู้บริหาร Lazada เผยว่าในช่วงนี้การช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซถือเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ จึงจัดแคมเปญนี้ขึ้น และยืนยันว่าบริษัทไม่ฉวยโอกาสในการขึ้นราคาสินค้าและค่าขนส่งแต่อย่างใด