ทำความรู้จัก “TrueCoffee Go” ภาพสะท้อนการเติบโตของตลาดกาแฟและวิธีคิดของ “ทรู” มีร้านใหญ่แล้วทำไมต้องมีไซส์เล็ก

ถ้าพูดถึง“ธุรกิจร้านกาแฟ” ในไทยปฏิเสธไม่ได้ว่าสมรภูมินี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากขึ้น  จะเห็นได้จากผู้เล่นรายใหม่ที่กระโดดเข้ามาบุกตลาดเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเชนใหญ่และผู้ประกอบการรายย่อย แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดนี้ยังคงสดใสและมีอนาคต โดยในปีที่ผ่านมาตลาดรวมร้านกาแฟในไทยมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปีนี้มูลค่าตลาดยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงอยู่ที่ว่าแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาบุกตลาดจะใช้กลยุทธ์ใดมามัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด ส่วนแบรนด์เก่าในตลาดก็ต้องปรับตัวหาบริการใหม่ๆเพื่อเอาใจลูกค้าขาประจำไม่ให้หนีไปไหนให้ได้ พร้อมกับเติมลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอยู่เสมอ

เช่นเดียวกับ ทรูคอฟฟี่แบรนด์กาแฟระดับพรีเมี่ยมที่ทำตลาดมากว่า 15 ปีที่ต้องปรับกลยุทธ์รับมือด้วยการส่งโมเดล ทรูคอฟฟี่โก” (TrueCoffee Go) มาเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ตามออฟฟิศสำนักงาน และแหล่งที่มีคนพลุกพล่านให้มากขึ้น จากเดิมที่จะเน้นขยายสาขาตามห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก

ทำไมโมเดล TrueCoffee GO ถึงน่าสนใจ

สำหรับเหตุผลที่ “ทรู” หันมาเดินเกมขยายสาขาในโมเดล TrueCoffee Go นั้น ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคกับการบริโภคกาแฟมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมที่เคยดื่มกาแฟสำเร็จรูปที่บ้าน มาสู่การดื่มกาแฟสดนอกบ้านมากขึ้น ทั้งยังให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพวัตถุดิบมากขึ้น รวมถึงช่วงอายุของผู้บริโภคที่ดื่มกาแฟเริ่มลดลงมาจากเดิมที่อายุ 23 ปีขึ้นไป เป็นอายุ 16-18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทรูคอฟฟี่สามารถจะขยายฐานได้อีกมาก

และเมื่อมาดูพฤติกรรมคนรุ่นใหม่จะพบว่าคนกลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์แบบ on-the-go ทั้งเร่งรีบและเดินทางมากขึ้น

ทรูจึงใช้ TrueCoffee Go เป็นหัวหอกในการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ True’s Ecosystem ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ด้วย TrueMoney Wallet พร้อมให้ได้สะสม TruePoint ที่สามารถเอาไปใช้แลก เป็นเครื่องดื่มและบริการอื่นๆ ได้อย่างครบวงจร  TrueCoffee GO สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด 18 สาขา และจะเพิ่มจำนวนสาขา 100 สาขา ภายในปี 2020 นี้ นับเป็นการ Diversify ธุรกิจของกลุ่มทรูไปอีกขั้นหนึ่ง

TrueCoffee GO เล็กแต่โดน!

เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่รูปแบบร้านของ TrueCoffee Go มีขนาดเล็กแต่ครบครัน ตั้งแต่ P-Product เมนูกาแฟยอดฮิตของคนรุ่นใหม่มีให้เลือกเต็มที่ นอกจากนี้ยังมี “บุก” ที่ใช้แทนไข่มุกที่เป็นเมนูแสนฮิตชั่วโมงนี้ แต่อิงกับกระแสสุขภาพไปพร้อมๆกัน ส่วนอาหารเน้นแนวทาง Grab & Go เช่น ฮ็อตด็อกรูปแบบขนมปังแร็ปทั้งหลาย

ส่วน P-Place สาขาสามย่านมิตรทาวน์ เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง อยู่ใจกลางการใช้ชีวิตของผู้คน และการตกแต่งที่เข้ากับวิถีชีวิตของลูกค้า ที่มีโต๊ะเก้าอี้พร้อมปลั๊กไฟให้นั่งทำงาน หรือมีเก้าอี้ที่ติดอยู่กับตัวคีออสของร้านเพื่อนั่งชิลได้สักพัก ถึงแม้จะเน้นความรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทิ้งความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน อีกทั้งสาขาอื่นๆ ก็เป็น Concept Grab & Go ที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ

ชูจุดเด่นบริการรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชั่น

ร้านกาแฟรูปแบบ Express ที่มีสไตล์คือเน้นความรวดเร็ว ทำให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการผ่านแอปพลิเคชั่น TrueCoffee Go เพื่อให้การสั่งและรับเครื่องดื่มสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยลูกค้าสามารถสั่งเมนูโปรดโดยเลือกสาขาที่ต้องการ แล้วมารับที่สาขาโดยไม่ต้องเสียเวลารอ รวมถึงมีบริการส่งถึงที่ด้วย

นอกจากการนำเทคโนโลยีมาสร้างความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการกับลูกค้าแล้ว ยังตั้งราคาเครื่องดื่มเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายและดื่มได้ทุกวัน รวมถึงใช้แก้วไบโอคัพที่สามารถย่อยสลายได้ และมีฝาแก้วที่ดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้หลอดเพื่อลดการใช้พลาสติกให้น้อยลง

ขณะเดียวกันยังมีการผสานพลังของระบบ True’s Ecosystem ให้ลูกค้าสามารถรับคะแนนทรูพอยท์(True Points) ไว้สะสมไปเป็นส่วนลด หรือแลกรับกาแฟแก้วโปรดได้ด้วย โดย TrueCoffee Go มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายทั้งกาแฟชากว่า 50 เมนู ทั้งแบบร้อนเย็นและเมนูปั่น พร้อมกับใช้เมล็ดกาแฟที่ปลูกในไทยที่มีความเข้มเป็นพิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นับได้ว่าเป็นการปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปและการแข่งขันที่ดุเดือด เพื่อให้แบรนด์ยังคงมีที่ยืนอยู่ในใจลูกค้าให้ได้ ซึ่งเราเชื่อว่าจากนี้ไปคงได้เห็นการลุยโมเดลร้านกาแฟไซส์เล็กของทรูคอฟฟี่เพื่อชนกับร้านกาแฟแบรนด์ดังที่เดินหน้าปูพรมไปทั่วทุกทิศหนักหน่วงขึ้นแน่นอน