ในยุคที่ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะคนเมืองที่ต่างต้องเผชิญความเร่งรีบระหว่างวัน ทำให้การมองหามื้ออาหารที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก รวดเร็ว แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่ดีเพื่อช่วยเติมพลังระหว่างวัน เหล่านี้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่แบรนด์ร้านอาหารต้องนำมาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์คนยุคใหม่
ทั้งนี้เพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว The Coffee Club จึงพลิกโฉมธุรกิจครั้งสำคัญ เปิดตัวโมเดลใหม่ ‘The Coffee Club, Bite & Blend’ ประเดิมสาขาแรก ‘Dusit Central Park’ ชูคอนเซปต์ ‘Everyday Mood Booster’ หวังอุดช่องว่างตลาด Grab & Go ด้วยการจับคู่ Panini Sandwich และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หวังรีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใส มุ่งเจาะฐานกลุ่ม Gen Z พร้อมวางหมากเป็น Growth Platform ปั๊มยอดขายและสปีดการขยายสาขาในทำเลศักยภาพ
ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบ Grab & Go กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ทว่าท่ามกลางตัวเลือกที่มากมายในท้องตลาด กลับยังคงมี “ช่องว่าง” สำคัญ นั่นคือการขาดแบรนด์ที่สามารถหลอมรวมระหว่างอาหาร Grab & Go คุณภาพเยี่ยม และเครื่องดื่มที่สร้างความสดชื่นไว้ด้วยกัน ภายใต้ภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย
คุณนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด กล่าวว่า ในอดีต The Coffee Club อาจถูกภาพจำว่าเป็นร้าน Full Cafe ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการนั่งทานมื้อเช้าแบบจัดเต็ม แต่จาก Learning ในช่วงโควิด-19 และเทรนด์โลกปัจจุบัน พบว่าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าต้องการ “ความเร็ว” (Speed) และ “สุขภาพ” (Health) ในเวลาเดียวกัน คนเมืองเริ่มมองหาอาหารที่หยิบทานได้ง่าย (Handheld) แต่ต้องไม่ทำลายสุขภาพเหมือน Fast Food ทั่วไป

คุณนงชนก สถานานนท์
จากอินไซต์ดังกล่าว นำมาสู่ก้าวสำคัญของ เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) ในการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ ‘The Coffee Club, Bite & Blend’ เพื่อตอบโจทย์จังหวะชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ที่ไม่เพียงต้องการความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ
“แนวคิดของ The Coffee Club, Bite & Blend เริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคเมืองยุคใหม่ที่มีจังหวะชีวิตเร็วขึ้น แต่ยังต้องการตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ อร่อย สะดวก และตอบโจทย์การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังพบว่าตลาด Grab & Go มีตัวเลือกอยู่มาก แต่ยังมีช่องว่างสำหรับแบรนด์ที่สามารถรวม “อาหาร Grab&Go ที่อร่อย” และ “เครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่น” ไว้ในประสบการณ์เดียวกัน Bite & Blend จึงถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นโมเดลที่ตอบโจทย์หลายมู้ดของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นมื้อเร่งรีบ มื้อเบา ๆ ระหว่างวัน หรือช่วงเวลาที่ต้องการเครื่องดื่มเติมพลัง”
ชูจุดยืน ‘Everyday Mood Booster’ ที่มากกว่าคำว่า Grab & Go
ความน่าสนใจของโมเดล ‘Bite & Blend’ คือการวางจุดยืนในฐานะ ‘Everyday Mood Booster’ หรือผู้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกดี ๆ ในทุกช่วงเวลาของวัน ซึ่งฉีกกรอบการเป็นเพียงร้าน Grab & Go ทั่วไปที่ลูกค้าแวะซื้อแล้วจากไป แต่เป็นการสร้าง Top of Mind ที่ลูกค้านึกถึงในหลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าอันเร่งรีบ มื้อกลางวัน มื้อเบา ๆ ระหว่างวัน หรือการเติมพลังด้วยเครื่องดื่มยามบ่าย
โดยยังคงจุดแข็งเดิมอย่างส่วนของกาแฟ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Core Value สำคัญของ The Coffee Club ที่มีความโดดเด่นในฐานะแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อม Signature Coffee Blend ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ และยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของลูกค้าในทุกวัน
จุดเด่นของ Bite & Blend คือการนำเสนอทั้ง “Bite” และ “Blend” ในรูปแบบที่สมดุลกัน Panini Sandwich เป็นเมนูที่ทานง่าย สะดวก อิ่มอยู่ท้อง และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ on-the-go ขณะที่ Healthy Smoothies, Cold Pressed Drinks และ Coffee ช่วยเติมความสดชื่นและเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าปรับตามมู้ดของตัวเองได้
ตัวเมนูเน้นความสมดุลระหว่าง “Bite” ซึ่งมี Panini Sandwich (ขนมปังธัญพืช) เป็นตัวชูโรง ด้วยคุณสมบัติที่ทานง่าย อิ่มท้อง เหมาะกับไลฟ์สไตล์ On-the-go และ “Blend” ผ่านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง Healthy Smoothies, Cold Pressed Drinks ควบคู่ไปกับ Signature Coffee Blend ซึ่งการจับคู่เมนูนี้ จะเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอาหารพร้อมทานทั่วไป
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคชาวไทย (Local Relevance) แบรนด์ได้นำเมนูยอดนิยมจากสาขาหลักมาประยุกต์เป็นไส้ Panini เช่น The Breakfast Club และ All Day Steakhouse พร้อมทั้งสร้างสรรค์รสชาติที่คุ้นเคยเพื่อดึงดูดกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และนักศึกษา อาทิ ไส้หมูหยองพริกเผา และ กล้วยคาราเมลชีส
โมเดลนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม Gen Z และ Young Urban Consumers ผ่านการรีเฟรชอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Corporate Identity) ทั้งการปรับโลโก้ การใช้สีสัน และแพ็กเกจจิ้งให้มีความสนุกสนาน สดใส และร่วมสมัยมากขึ้น ตอบรับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาเพียงสินค้าราคาดี แต่ต้องการแบรนด์ที่มีคาแรคเตอร์ โดดเด่น และสามารถแชร์ต่อในโลกโซเชียลได้
ปักหมุดมิกซ์ยูสกลางเมือง ‘Dusit Central Park’ ปั้น “Growth Platform” ระยะยาว
‘Bite & Blend’ สาขาแรกนำร่องที่ ‘Dusit Central Park’ โครงการมิกซ์ยูสใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการทดสอบโมเดลกับกลุ่มเป้าหมายจริง ทั้งคนทำงานในเมืองและนักท่องเที่ยว โดยแผนงานในอนาคตเตรียมขยายโมเดล Bite & Blend ไปยังทำเลที่มีศักยภาพและมีทราฟฟิกหนาแน่น เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าใจกลางเมือง และพื้นที่ Mixed-use ต่าง ๆ
เป้าหมายระยะแรกของแบรนด์ มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ต่อคอนเซปต์ใหม่ การวัดความถี่ในการซื้อซ้ำ และสัดส่วนยอดขายจากการจับคู่เมนู อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญของการบริหารจัดการโมเดลนี้คือ “การรักษาสมดุลระหว่างความเร็ว ความสะดวก และคุณภาพของสินค้า” ให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับพรีเมียมของแบรนด์
“Bite & Blend ยังสามารถเป็นพื้นที่ทดลองสินค้าใหม่ เมนูใหม่ และรูปแบบการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างดี หากเมนูหรือแนวคิดใดได้รับการตอบรับสูง ก็มีโอกาสนำไปต่อยอดในสาขาหลักของ The Coffee Club ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเมนู Panini บางรายการ เครื่องดื่มบางกลุ่ม หรือแนวทางแพ็กเกจจิ้งและ branding ที่ช่วยให้แบรนด์ดูสดใหม่และเข้าถึงง่ายขึ้น”
ในระยะยาว ‘Bite & Blend’ จะทำหน้าที่เป็น Growth Platform ที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายสาขาและเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ จากเดิมที่ The Coffee Club แข็งแกร่งในฐานะ All-Day Dining Café โมเดลใหม่นี้จะเข้ามาช่วยอุดช่องว่างและขยายบทบาทเข้าสู่ตลาด Grab & Go ของคนเมืองโดยสาขารูปแบบนี้ยังจะเป็นเสมือน “ห้องแล็บ” ในการทดลองสินค้าและเมนูใหม่ ๆ ซึ่งหากเมนูใดได้รับการตอบรับที่ดี ก็พร้อมที่จะนำไปต่อยอดและปรับใช้กับสาขาหลักเต็มรูปแบบทั่วประเทศในอนาคตเช่นกัน









