ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมืองไทยระอุขึ้นอีกระลอก เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง ค่ายบุญรอดบริวเวอรี่ หรือ สิงห์ ส่งหมัดเด็ดน้องใหม่อย่าง “SINGHA HIGHBALL” (สิงห์ ไฮบอล) ลงสู่สนาม หวังเจาะเซกเมนต์วิสกี้โซดาและท้าชนคู่แข่งแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หลังจากซุ่มเงียบไปชิมลางมาแล้วที่เกาหลีใต้
หลังจากประสบความสำเร็จและสร้างความมั่นใจในตลาดเกาหลีแล้ว ล่าสุด สิงห์ไม่รอช้า ได้ฤกษ์ส่ง SINGHA HIGHBALL กลับมาบุกบ้านเกิด เพื่อชิงเค้กในตลาดน้ำเมามูลค่ากว่าแสนล้านบาทเมืองไทยทันที
จาก ‘เกาหลี’ สู่ ‘ไทย’ เมื่อเทรนด์ RTD และ Highball ยังเป็นกระแส
ย้อนไปปี 2024 ค่ายสิงห์เปิดตัว “SINGHA HIGHBALL” ครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีใต้ มีเป้าหมายเพื่อทดสอบกระแสตอบรับจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นั่น พร้อมทั้งมองหาตลาดใหม่ๆ จนได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดย Highball เวอร์ชันเกาหลีจะมาพร้อมดีไซน์สุดชิค ปริมาณแอลกอฮอล์ 4% ในราคากระป๋องละ 4,000 วอน (ประมาณ 100 กว่าบาท) มี 2 รสชาติเอาใจสายเกาหลี ได้แก่ รสชาติ Yuzu Lemon และ รสชาติ Peach
การกลับมาบุกตลาดไทยครั้งนี้ สิงห์มีการปรับทั้งรสชาติและดีไซน์ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมการดื่มของคนไทยมากขึ้น โดยเปิดตัวด้วยขนาด 340 มิลลิลิตร ปริมาณแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเป็น 6% มาใน 2 รสชาติหลัก ได้แก่ กระป๋องสีทอง (Original) และ กระป๋องสีดำ (Cola)
การขยับตัวของสิงห์ในรอบนี้ ถือเป็นการประกาศศึกโดยตรงกับคู่แข่งตลอดกาลในตลาดสุราสี โดยเฉพาะค่ายไทยเบฟฯ ที่มี “หงส์ทอง” เป็นเจ้าตลาด รวมถึงแบรนด์ระดับแมสอื่นๆ ที่ครองใจผู้บริโภคอยู่ก่อนหน้านี้ การส่งวิสกี้โซดาในรูปแบบกระป๋องพร้อมดื่ม (RTD) ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของคนรุ่นใหม่
นับเป็นการตอบโจทย์กระแสการดื่มไฮบอล (Highball) เติบโตอย่างมากในกลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z ทั่วเอเชีย เนื่องจากภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย ดื่มง่าย และมีความสากล น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า SINGHA HIGHBALL จะสามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากเจ้าถิ่นเดิมได้มากน้อยขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ สงครามนี้ระอุแน่นอน




