จากเป็ด 1 แถม 1 สู่ “ผักสด” เมื่อสาขาถูกปิด จนขายสุกี้ไม่ทัน MK ก็ขายผักเลยแล้วกัน

นับว่าเป็นช่วงเวลาที่แบรนด์ใหญ่ต่างๆ ต้องหาวิธีดิ้นหนีตาย หลังจากสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศถูกสั่งให้ปิดตาม พรก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยในสุขภาพของคนไทยทุกคน กิจกรรมทุกอย่างที่จะก่อให้เกิดการรวมกลุ่มต้องยุติลง “ร้านอาหาร” ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างมาก เพราะถึงแม้จะเป็นปัจจัยสี่ ที่จำเป็นที่สุดสำหรับ “มนุษย์” แต่พื้นฐานธุรกิจก็มี “ของสด” เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ MK จึงต้องเร่ง “ปล่อยของ” ด้วยสารพัดวิธี

1 แถม 1 โปรโมชั่นสุดร้อนแรง

หลังจากมีข่าวลือพักใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลจะประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมไม่ให้คนเดินทาง รวมกลุ่มกัน จนกระทั่งประกาศออกมาจริงในวันที่ 24 มีนาคม โดยมีผลจริงวันที่ 26 มีนาคม ทาง MK ก็ได้ประกาศโปรโมชั่นแรง ซื้อ 1 แถม 1 สินค้าหลายเมนู เพื่อเร่งระบายสินค้าเนื่องจากบรรยากาศในการจับจ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัดมาตลอดอาทิตย์ แต่ที่ฮือฮาที่สุด ก็คงจะเป็นไอเท็มที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโปรโมชั่น นั่นก็คือ “เป็ดย่าง” โดย MK เริ่มปล่อยโปรโมชั่นออกมาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 – 29 มีนาคม 2563

หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อมีกระแสผู้บริโภคบอกต่อกันและเริ่มรับรู้แคมเปญนี้ ในที่สุดวันที่ 25 ทาง MK ก็ต้องประกาศของดรับออร์เดอร์เป็ดย่างชั่วคราวตั้งแต่เวลาประมาณ 13.50 น. และจะกลับมารับคำสั่งซื้อได้อีกครั้งเวลา 17.00 น. และหลังจากนั้นเป็นต้นมา “เป็ดย่าง” MK 1 แถม 1 ก็กลายเป็น Rare Item ที่หลายครอบครัวพยายามโทรสั่งหรือกดซื้อให้ได้

นับว่าเป็นความพยายามระบายสต็อคของ MK ที่ยอมกลั้นใจ ขายลดราคาลงถึง 50% จนในที่สุดเป็ด 100,000 จาน รวมทั้งแบบที่ขายเป็นตัว และขายเป็นเมนูข้าว –  บะหมี่ ก็ถูกขายจนทาง MK ไม่ต้องต้นทุนจมไปกับวัตถุดิบนี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นเมนูที่แพงและชิ้นใหญ่ที่สุดเมื่อเรานึกถึงตัวเลือกในร้านสุกี้ แต่สำหรับร้านอาหาร 1 ร้านที่วัตถุดิบมีหลาย SKUs โจทย์ต่อไปของ MK ก็มาถึง…

“ผักสด” ก็ต้องเร่งระบายออก 

ปี 2019 MK รายงานว่า มีสาขาเฉพาะร้านสุกี้ รวมแบรนด์ MK ทั้ง 3 รูปแบบ MK, MK Gold และ MK Live ทั้งหมด 452 สาขา ยังไม่นับร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi, Miyazaki และ Hakata อีก 218 สาขา นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารอื่นๆ ในเครือ เช่น ธุรกิจร้านอาหารไทย ร้านขนม อีก 14 สาขา และล่าสุดก็เพิ่งซื้อกิจการร้านอาหารซีฟู้ด “แหลมเจริญ” เข้ามาอยู่ในเครือ เมื่อทั้งหมดนี้ต้องถูกปิดลง “วัตถุดิบ” ที่สั่งเข้ามาแล้ว จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทางแบรนด์ต้องแก้

ถึงแม้ว่า MK จะมีระบบ Delivery มาหลายปี ที่ระบบการสั่งซื้อ เว็บไซต์ ระบบจัดส่ง หรือแม้แต่แพ็กเกจจิ้งสำหรับส่ง จะล้ำหน้ากว่าหลายๆ แบรนด์ด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่อาจทดแทนการรับประทานในร้าน ซึ่งยังเป็นรายได้หลักได้

ล่าสุด จึงออกขายสินค้า “ผักสด” ชนิดที่แบรนด์ MK ไม่เคยทำมาก่อน โดยประกาศผ่าน Facebook Page และช่องทางสื่อสารในโซเชี่ยลมีเดียของแบรนด์ว่า

MK FRESH MART …พร้อมส่งผักสดตรงถึงบ้าน!
ผักสดจากโครงการหลวง ผ่านการคัดสรรด้วยคุณภาพตามมาตรฐานของ MK
พร้อมส่งถึงคุณ เพื่อให้การทำอาหารที่บ้านเป็นเรื่องง่ายๆ
ผักสด คุณภาพสูงจาก MK ในราคาประหยัดสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 35.-
สั่งเลย https://www.mk1642.com/th/Product/FreshMart.aspx หรือ โทร.1642
.
– ฟักทองญี่ปุ่นโครงการหลวง 300 กรัม 35.-
– ขึ้นฉ่ายโครงการหลวง 150 กรัม 40.-
– ผักกวางตุ้งโครงการหลวง 500 กรัม 40.-
– ผัดกาดขาวโครงการหลวง 500 กรัม 45.-
– ฮ่องเต้น้อยโครงการหลวง 500 กรัม 55.-
– คะน้าฮ่องกงโครงการหลวง 500 กรัม 85.-
– ผักปวยเล้งโครงการหลวง 500 กรัม 85.-
** รายการผักสดโครงการหลวงอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน
.
๐ ระยะเวลาโปรโมชั่น 31 มีนาคม 2563 – 30 เมษายน 2563 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)
๐ เมื่อสั่งผ่านออนไลน์ www.mk1642.com, โทร. 1642, และ Hotline 02-248-5555 เท่านั้น
๐ ฟรีค่าส่ง เมื่อสั่งครบ 150 บาท

นับว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เป็นกรณีศึกษาของการปรับตัวสู้วิกฤติ Covid-19 ได้เป็นอย่างดี และการที่ผู้เล่นรายใหญ่พยายามจะขายของออกมาในรูปแบบต่างๆ ก็น่าจะเป็นผลดีกับเกษตรกรรายย่อย และผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะถ้าหากว่าคู่ค้ารายใหญ่หยุดสั่งสินค้า ความเดือดร้อนก็จะวนมากระทบวงจรเศรษฐกิจนั่นเอง

สถานการณ์ในตอนนี้ คงตรงกับคำพูดของ Charles Darwin ที่ว่า สปีชี่ส์ที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุด ฉลาดที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่ปรับตัวเก่งที่สุด (Species that survive, nor the most intelligent, but the one most responsive to change.