Gig หัวกะทิ โดนทั่วหน้า Apple ประสานเสียง Facebook – Twitter ประกาศ “Work From Home”

จากที่ก่อนหน้านี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple เคยออกมาประกาศปิดร้านค้าในประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งสั่งให้พนักงานในรัฐแคลิฟอร์เนีย กับซีแอทเทิลทำงานได้จากที่บ้านมาแล้ว ล่าสุดซีอีโอ Apple อย่าง Tim Cook ได้ส่ง Memo ถึงพนักงานทั้งหมดให้สามารถทำงานโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ หรือ “Work From Home” ได้แล้ว

โดย Tim Cook ระบุในจดหมายว่า “please feel free to work remotely if your job allows” หรือก็คือ ถ้าเนื้องานไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศก็อนุญาตให้พนักงาน Apple ในเวลานี้สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้

แต่ที่แน่ ๆ คำสั่งดังกล่าวมีผลกับพนักงานของ Apple ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และซีแอทเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, อิตาลี, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ เนื่องจากเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงของการแพร่ระบาด เบื้องต้นให้มีผลเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 มีนาคม

แต่นอกจากการอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านกันแล้ว อีกหนึ่งความท้าทายที่เพิ่มเข้ามาก็คือ Apple มีธุรกิจค้าปลีกของตนเองให้ต้องดูแล ซึ่งในจุดนี้ Apple เผยว่า พนักงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงก็จะได้รับค่าจ้างตามปกติเช่นเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น Tim Cook ยังได้แนะนำให้พนักงานที่มีอาการป่วยไม่ต้องมาทำงานจนกว่าจะหายดี รวมถึงล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ และอย่านำมือไปจับใบหน้าด้วย ส่วนใครที่ไปประเทศกลุ่มเสี่ยงมาก็ควรรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการกักบริเวณตามระยะเวลาที่กำหนด

การที่ Tim Cook ต้องออกมาประกาศให้ทำงานจากบ้านกันนั้น เรื่องของผลประกอบการจะบอกว่าไม่กระทบก็คงเป็นไปไม่ได้ โดยล่าสุด Apple ได้มีการแจ้งนักลงทุนว่า ไตรมาสนี้อาจไม่สามารถทำรายได้ได้ตามเป้าที่วางไว้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ Apple ต้องปิดร้านค้าปลีกไปเป็นจำนวนมาก และถึงกลับมาเปิดแล้วก็ไม่ได้เปิดทำการตามเวลาปกติ และ Traffic ของลูกค้าก็ลดลงกว่าที่เคย อีกทั้งยังมีการคาดการณ์กันว่า การเปิดตัว iPhone และ iPad เวอร์ชันใหม่อาจต้องล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิมด้วย

นอกจาก Apple แล้ว Tech Company ระดับโลกอย่าง Facebook และ Twitter ก็มีนโยบายทำงานจากที่บ้านเช่นกัน สถานการณ์นี้ทำให้กระทบสังคมคนทำงานในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งนอกเหนือจากการที่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการทำงานแล้ว ผลจาก Covid-19 ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้แกว่ง อย่างมาก ขณะที่ Google, Twitter, Apple, Microsoft และ Facebook ปรับตัวลดลง แต่ Slack และ Zoom กลับขยับสูงขึ้น เนื่องจากเป็นเครื่องมือช่วยให้คนทำงานที่บ้าน ส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คงจะเป็นกลุ่ม Ride-sharing อย่าง Uber และ Lyft เนื่องจากผู้คนเดินทางน้อยลง

Source

Source

Source