‘พฤกษา’ ชู 5 กลยุทธ์รักษาแชมป์อสังหาฯ ปี 63 [PR]

คุณสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์

พฤกษา ประกาศแผนธุรกิจปี 63 ชู 5 กลยุทธ์ระยะสั้นและระยะยาว รักษาแชมป์ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย ตั้งเป้ายอดขาย 38,000 ล้านบาท และรายได้ 40,000 ล้านบาท ปั้นธุรกิจใหม่ขายแผ่นพรีคาสท์เสริมรายได้

คุณสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าปี 2563 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังมีความท้าทาย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นผู้นำตลาดจะมีความได้เปรียบกว่ารายเล็ก

ปีนี้พฤกษาตั้งเป้ายอดขายที่ 38,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวมที่ 40,000  ล้านบาท ใกล้เคียงกับผลงานดำเนินงานปีที่แล้ว โดยมีการปรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจอสังหาฯ อย่างรัดกุมในทุกด้านท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวให้เติบโตได้ ภายใต้ 5 กลยุทธ์หลัก เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาฯ ได้แก่

1.Strengthen Core Business รักษาฐานกลุ่มธุรกิจหลักของพฤกษา ออกแบบสินค้า ฟังก์ชั่นและ IOT รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนต์ และพร้อมขยายเซ็กเมนต์ไปกลุ่มบนมากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อ

2.Innovation and Data Tech เพิ่มช่องทางการขายในรูปแบบใหม่ และพัฒนา Data Science ในการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้านำเสนอ Solution ที่ตอบโจทย์ รวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถของ Digital Marketing ให้มีประสิทธิภาพ

3.Asset Management เน้นขายโครงการที่เป็น inventory โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม และเลือกเปิดขายโครงการใหม่เฉพาะทำเลที่มีศักยภาพในช่วงเวลาเหมาะสมกับสภาพตลาด ควบคุมการก่อสร้างและวัสดุ รวมถึงกลยุทธ์ในการเลือกซื้อที่ดิน

4.Recurring Income สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องด้วยการผลิตแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปเพื่อขายให้กับหน่วยงานภายนอก พฤกษามีโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดและใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่อง โดยจะเริ่มดำเนินการในปีนี้ ขณะที่ธุรกิจโรงพยาบาลวิมุต การก่อสร้างยังเป็นไปตามแผน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2564

5.Bottom Line การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้กำไรสูงขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีการ Optimize ดีไซน์ของตัวบ้านให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละเซ็กต์เมนต์ รวมถึงเพิ่มการใช้ดิจิทัลมาร์เกตติ้ง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปี 2563 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 30 โครงการ มูลค่า 36,000 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 18 โครงการ บ้านเดี่ยว 6 โครงการ คอนโดมิเนียมกลุ่มแวลู 4 โครงการ และคอนโดมิเนียมกลุ่มพรีเมียม 2 โครงการ เน้นทำเลที่มีศักยภาพและมีความต้องการซื้อจริง โดยจะเปิดขายในช่วงจังหวะที่เหมาะสม ควบคู่กับสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง โดยหัวใจสำคัญคือพัฒนาคุณภาพบ้านพร้อมนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2562 ทำยอดขายได้ 35,601 ล้านบาท รายได้ 39,885 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,359 ล้านบาท เปิดตัวโครงการทั้งสิ้น 36 โครงการ มูลค่า  41,170 ล้านบาท แม้จะยังไม่ถึงตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากมีการเลื่อนบางโครงการมาเปิดในปีนี้  โดยรวมถือว่ายังเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากปีที่ผ่านมามีปัจจัยที่เหนือการควบคุมไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงมาตรการ LTV ที่ทำให้ตลาดหดตัวลง

อย่างไรก็ตาม บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่าสูงถึง 29,000  ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 10,900 ล้านบาท ที่เหลือจะทยอยรับรู้ใน 2-3 ปีข้างหน้า

พร้อมกันนี้มีมติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.55 บาท โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 จึงคงเหลือจ่ายเงินปันผลในรอบนี้ในอัตราหุ้นละ 0.95 บาท โดยจะนำเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในที่ 29 เมษายน 2563 และกำหนดจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2563