เมื่อเจ้าพ่อสื่อ “หาเสียง” Bloomberg ควักเงินหลักล้านสู้ศึกเลือกตั้ง ปธน. แถมเลี่ยงกฎ Facebook ได้

มีรายงานว่า Michael Bloomberg อดีตผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และ 1 ใน 8 ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน 2020 นี้ เตรียมใช้เงินหลายล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการหาเสียงผ่านสื่อออนไลน์ในรูปแบบที่ไม่มีใครทำมาก่อน

- Advertisement -

โดยนโยบายหาเสียงหลักของ Bloomberg คือ “Rebuild America” หรือ การสร้างอเมริกาขึ้นมาอีกครั้ง และเนื่องจาก Bloomberg เริ่มหาเสียงช้ากว่าผู้ท้าชิงคนอื่น ทำให้เขาตัดสินใจใช้เงินจำนวนมากผ่านการซื้อโฆษณาบน 3 แพลตฟอร์มหลัก ๆ ได้แก่ Facebook, Twitter และ Instagram เฉพาะการยิงโฆษณาบน Facebook แพลตฟอร์มเดียว มีรายงานว่า Bloomberg ใช้เงินราว 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งถือว่าสูงมาก ขณะที่โฆษณาบางส่วนซื้อผ่านระบบของ Google ร่วมด้วย

แต่จุดที่น่าสนใจในแคมเปญนี้ของ Bloomberg คือการจ้างกองทัพไซเบอร์กว่า 500 คนเพื่อที่จะโพสต์ข้อความสนับสนุนเขาผ่าน Social media ส่วนตัว และมีการใช้ความสัมพันธ์ของเพื่อน ญาติพี่น้อง ฯลฯ ของผู้ที่รับงานจากเขาให้เป็นประโยชน์ ภายใต้ความช่วยเหลือของแอปพลิเคชันชื่อ Outvote โดยผู้ที่รับงานจาก Bloomberg ต้องอัปโหลดข้อมูล Contacts ของตนเองขึ้นไปอยู่บนแอป จากนั้น ระบบจะสามารถแนะนำได้ว่า รายชื่อของเพื่อนเราคนใดที่ควรติดต่อไปหา และควรจะส่งข้อความแบบไหนไปหาเพื่อน ๆ เหล่านั้นด้วย

ส่วนสนนราคาค่าจ้างกองทัพไซเบอร์เหล่านี้พบว่า Bloomberg จ่ายเงินค่าจ้างให้มากถึง 2,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 80,000 บาทต่อเดือน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของเขาสูงกว่าของตัวเต็งผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 4 คนรวมกันไปแล้ว

ผิดกฎไหม กับการจ้างโพสต์

ที่ผ่านมา Facebook มีการระบุเอาไว้ในนโยบายของบริษัทว่า เพจต่าง ๆ ที่ต้องการซื้อโฆษณาจะต้องเปิดเผยให้ทราบว่าคอนเทนต์ชิ้นนั้นได้รับเงินสนับสนุนจากแบรนด์ใด ส่งผลให้การหนีไปจ้างกองทัพไซเบอร์เพื่อมาโพสต์ข้อความหาเสียงให้กับ Bloomberg นี้ รอดพ้นจากข้อกำหนดดังกล่าวไปอย่างเฉียดฉิว และไม่โดนติดป้ายว่าเป็นโพสต์จากสปอนเซอร์

Twitter สวนหมัด ระงับบัญชีผู้ใช้งาน

ส่วนแพลตฟอร์มอย่าง Twitter กลยุทธ์ดังกล่าวดูเหมือนว่าจะไปไม่รอด เพราะมีรายงานว่า Twitter ได้มีการระงับบัญชีผู้ใช้งานราว 70 รายที่ทวีตข้อความสนับสนุนนาย Michael Bloomberg แล้วโดยให้เหตุผลว่าผู้ใช้งานเหล่านั้นละเมิดกฎของ Twitter ด้วยการทวีตข้อความที่เป็นสแปม และมีพฤติกรรมในการโน้มน้าวใจผู้ใช้งานรายอื่นบนแพลตฟอร์ม

อย่างไรก็ดี เส้นทางของ Bloomberg ก่อนหน้าที่จะไปเจอกับ Donald Trump ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ยังไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเขาจำเป็นต้องเอาชนะผู้ท้าชิงจากพรรคเดียวกับอย่างนาย Bernie Sanders ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ของพรรคเดโมเครต ในงาน Democratic National Convention ที่จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ให้ได้เสียก่อน ซึ่งก็ต้องรอดูกันว่าแคมเปญที่อาศัยโซเชี่ยลมีเดีย ของเขานั้นจะประสบความสำเร็จ และทำให้เขาก้าวไปสู่จุดนั้นได้หรือไม่

Source

Source

Source