ไม่เกี่ยงดีกรี “Elon Musk” ประกาศหาผู้ร่วมงานด้าน AI แบบไม่สนใบปริญญาบัตร

 

สร้างกระแสได้ดีทีเดียว เมื่อ Elon Musk บอสใหญ่ของ Tesla ประกาศในทวิตเตอร์รับสมัครทีมงานสาย AI (Artificial Intelligence) มาร่วมงานด้วย โดยคุณสมบัติของคนที่จะเข้ามาอยู่ในทีมนี้ได้ต้องคุณภาพคับแก้ว ชนิดที่ว่าต้องผ่านการโค้ดดิ้งสุดโหดให้ได้เท่านั้น ส่วนใบปริญญานั้น Elon บอกว่า อาจไม่จำเป็นในการพิจารณา

โดยหน้าที่ของทีม AI นี้คือการเข้ามาต่อยอดโปรเจ็ครถอัจฉริยะไร้คนขับของ Tesla เนื่องจากบริษัทมองว่ากว่ารถดังกล่าวจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (ก็คือขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองล้วน ๆ) จะต้องมีทีมที่ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ทีม AI นี้ยังไม่ต้องขึ้นกับใคร เพราะได้สิทธิรายงานตรงต่อเขา รวมถึงอาจจะได้ส่งข้อความ ประชุม หรืออีเมลหากันตลอดทุกวันด้วย

อย่างไรก็ดี การออกมาประกาศดังกล่าวทำให้เกิดคำถามในวงกว้างว่า ทำไมเขาถึงไม่สนใจวุฒิการศึกษาของผู้สมัครในฐานะด่านแรกของการพิจารณา แต่หากย้อนอดีตไปสักหน่อย จะพบว่าเขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องวุฒิการศึกษาเอาไว้พอสมควร และพบว่า Elon Musk ดูจะให้แต้มต่อกับคนที่มีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าวุฒิการศึกษาเสียมากกว่า

“หากคุณจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง นั่นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจจะบอกได้ว่าคุณสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่ใช่ว่าจะเป็นจริงเสมอไป ตัวอย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็น Bill Gates หรือ Larry Ellsion แม้กระทั่ง Steve Jobs เองก็ตาม คนพวกนี้ไม่ได้จบมหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณมีโอกาสที่จะรับพวกเขาเข้าทำงาน แน่นอนว่ามันจะเป็นสิ่งที่วิเศษมาก”

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังทวีตรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะมีการจัด AI Party และงาน hackathon ขึ้นที่บ้านพักของเขาในอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้าด้วย

ส่วนสถานที่ทำงานของทีม AI นั้น ยังไม่มีความแน่นอน โดยอาจเป็นได้ทั้งในย่าน Bay Area ในซานฟรานซิสโกหรือในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส หรือไม่ก็อาจจะไปทำงานกันที่ Tesla Gigafactory ซึ่งเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ของ Tesla เลยก็เป็นได้ โดยปัจจุบัน Gigafactory ของ Tesla มีทั้งสิ้น 3 แห่ง นั่นคือที่รัฐเนวาดา, นิวยอร์ก และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ไม่เพียงรับทีม AI มาพัฒนาซอฟต์แวร์ ในทวีตต่อมา เขายังประกาศรับสมัครทีมออกแบบชิปด้วยเช่นกัน (พร้อมระบุว่าขอเป็นยอดฝีมือระดับเวิลด์คลาสเท่านั้นด้วย) แต่ภายใต้ความฮือฮาของการรับสมัครงานแบบไม่สนใบปริญญาครั้งนี้ จริง ๆ แล้วมันอาจกำลังสะท้อนให้เห็นว่า รถอัจฉริยะไร้คนขับยังต้องได้รับการพัฒนาอีกมากทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ก็เป็นได้ เพื่อให้แน่ใจจริง ๆ ว่า ชีวิตคนที่อยู่ในรถ และคนที่ร่วมใช้ท้องถนนจะปลอดภัย เมื่อมีการตัดสินใจของรถเกิดขึ้น

Source