‘โควิด-19 เอฟเฟ็กต์’ เซ็นทารา แจง ให้สิทธิ์พนักงาน ‘ลาโดยไม่รับเงินเดือน’ ตามความสมัครใจ

หลังมีกระแสข่าวว่าธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มีมาตราการบรรเทาผลกระทบที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) จนทำให้จำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการลดน้อยลง ด้วยการเปิดโครงการภายในเพื่อให้สิทธิ์พนักงานประจำสามารถใช้วันลาเพิ่มเติมแบบไม่รับค่าจ้างได้ตลอดเดือนมีนาคม 2563 ทำให้บางส่วนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ทางบริษัทฯ กำหนดให้พนักงงานหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างเป็นเวลา 30 วัน 

ทั้งนี้ ทางเซ็นทาราชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการภายในเพื่อลดผลกระทบทางธุรกิจ โดยขึ้นอยู่กับความสมัครใจของพนักงาน หากไม่มีพนักงานเข้าร่วมโครงการเลยก็ไม่มีการบังคับ และไม่มีการกำหนดวันลาขั้นต่ำ แต่จะมีส่วนลดเพื่อจูงใจสำหรับคนที่ลาเป็นระยะเวลานาน 5 วันขึ้นไป (ไม่หักเต็มจำนวน ตามจำนวนเงินที่คำนวณออกมา) และเปิดโอกาสให้กับพนักงานทุกคน และทุกส่วนที่ไม่มีภาระงานค้างอยู่​​ ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Front หรือในส่วนของออฟฟิศก็ตาม ​

ขณะเดียวกันได้มีหนังสือชี้แจงผ่านเอกสารอย่างเป็นทางการ ที่ลงนาม​โดย คุณธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ระบุเนื้อหาดังต่อไปนี้

กราบเรียนสื่อมวลชนที่เคารพทุกท่าน

ตามที่ได้มีเอกสารประกาศนโยบายภายในที่อนุญาตให้พนักงานสามารถใช้สิทธิ์ในการลาแบบสมัครใจโดยไม่รับค่าจ้าง รั่วไหลออกไปยังสื่อมวลชนและสาธารณชน จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า บริษัทกำหนดให้พนักงานหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างเป็นระยะเวลา 30 วันนั้น ผมขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขออนุญาตเรียนชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

  1. ประกาศดังกล่าวเป็นเอกสารสำหรับแจ้งให้พนักงานภายในได้รับทราบเท่านั้น
  2. นโยบายดังกล่าวเปิดโอกาสให้พนักงานลางานได้โดยความสมัครใจ มิได้มีการบังคับ โดยระยะเวลาที่อนุญาตให้ลาได้คือ เดือนมีนาคม โดยไม่ได้กำหนดจำนวนวันลาแต่อย่างใด
  3. เรายังคงรักษาสิทธิ์ให้กับพนักงานที่สมัครใจใช้วันลาเหล่านี้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีผลต่อสวัสดิการและเซอร์วิสชาร์จ หรือโบนัสประจำปีแต่อย่างใด

สุดท้ายนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทุกแห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติทุกประการ โดยเราคำนึงถึงสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้า และพนักงานของเราอย่างสูงสุดเสมอมา ขอให้เชื่อมั่นว่า โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราจะดูแลพนักงานของเราอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปพร้อมกัน

 

อย่างไรก็ตาม ​ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทางเซ็นทารากังวลต่อการดำเนินธุรกิจในปี 2563 นี้ โดยระบุไว้ในเอกสารวิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจเพื่อชี้แจงนักลงทุนว่า

“เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ หากสถานการณ์สามารถควบคุมได้ภายในเดือนมิถุนายน จะส่งผลให้การเติบโตของ RevPar (รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย) ลดลงในครึ่งปีแรก และคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการจัดประชุมสัมมนาที่ปรับเลื่อนจากครึ่งปีแรกมาสู่ครึ่งปีหลัง ดังนั้น ภาพรวม RevPar ปี 2563 (ไม่รวมโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีซรีสอร์ท สมุย และโรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช) ลดลง 10-15% เทียบปีก่อน ทั้งจากการลดลงของอัตราเข้าพักเฉลี่ย (OCC) และรายได้ห้องพักเฉลี่ย (ARR)”  

ขณะที่ผลประกอบการของเซ็นทารา ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีรายได้ ​8,895.9 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 868.4 ล้านบาท หรือลดลง 8.9% ส่วนอัตราการเข้าพักลดลงจาก 81.9% เป็น 77.2% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ลดลง3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 4,477 บาท ทำให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยลดลง 8.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,456 บาท และมีกำไรขั้นต้น 5,340.8 ล้านบาท (ปี 2561 : 5,925.9 ล้านบาท) ลดลง 9.9% จากปีก่อน โดยมี EBITDA อยู่ที่ 4,298.5 ล้านบาท ลดลง 13% ส่วนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 1,744.2 ล้านบาท ลดลงราว 20%

อ่านรายละเอียดผลประกอบการ และแผนธุรกิจปี 2563 ของกลุ่มเซ็นทรัลเพิ่มเติม คลิก กลุ่มเซ็นทรัลปักธงต่างประเทศเพิ่ม เดินหน้าลงทุนขยายค้าปลีก 3 ประเทศ – โรงแรม​ 4 ประเทศ