“อสมท” ลดเสี่ยงสื่อดั้งเดิม ปั้นดิจิทัลแพลตฟอร์ม-ธุรกิจใหม่

คุณเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

สถานการณ์ของอุตสาหกรรมสื่อปัจจุบัน โดยเฉพาะสื่อดั้งเดิมชัดเจนว่า “รายได้” อยู่ในภาวะถดถอย อันเป็นผลมาจาก Disruptive technology และพฤติกรรมผู้บริโภค ที่หันมาเสพคอนเทนต์ผ่านอุปกรณ์และแพลตฟอร์มใหม่ๆ เม็ดเงินโฆษณาในสื่อดั้งเดิมจึงลดลงโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ เป็นสถานการณ์ที่หลายองค์กรต้องปรับตัวรวมทั้ง “อสมท”

คุณเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2563 อสมท ได้ปรับธุรกิจใหม่ โดยเพิ่มหน่วยธุรกิจอีก 2 ส่วน คือ 1.สำนักธุรกิจดิจิทัล นำคอนเทนต์ใน Platform เดิม มาพัฒนาสู่ Platform ใหม่ ประกอบด้วย คอนเทนต์ข่าวและข่าวบันเทิง, คอนเทนต์เสียงจากวิทยุ 53 สถานี เพื่อขยายไปสู่ Podcast และ Radio Online  2. สำนักดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกับ Digital Platform ที่มีโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากธุรกิจสื่อและทีวี  โดยเจรจากับพาร์ทเนอร์ในไทยและต่างประเทศ

- Advertisement -

นอกจากนี้ ได้จัดตั้ง Business Lab ชื่อ ฝ่ายพัฒนาโครงการใหม่ (Growth project) เป็นคณะทำงาน Fast track นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ที่วิเคราะห์ธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจเดิม เพื่อสร้างเป็นธุรกิจใหม่ในอนาคต

“แผนธุรกิจ อสมท ปี 2563  เป็นการต่อยอดทั้งจากการผลิตคอนเทนต์ข่าวและอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจ Data และ Information ก้าวต่อไปของ อสมท จะไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจโทรทัศน์หรือวิทยุ แต่จะสร้างรายได้จากธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่”

นอกจากธุรกิจดั้งเดิม ปัจจุบัน อสมท เริ่มมีรายได้จากสื่อดิจิทัลและธุรกิจใหม่  คือ สื่อออนไลน์เว็บไซต์,โซเชียล มีเดีย,รายได้จากการขายคอนเทนท์ และรับจ้างผลิตรายการ ทั้งในและต่างประเทศ, รายได้จากธุรกิจ Platform ใหม่ๆ เช่น WHAM แพลตฟอร์มเพลงออนไลน์ และ Podcast  รวมทั้ง MCOT Academy หลักสูตรสำหรับการพัฒนาการสื่อสารด้านวิชาชีพ, หลักสูตร Media training และ Brand สำหรับผู้บริหารระดับสูงเพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจดั้งเดิม เชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ รายได้เฉลี่ยของ อสมท ตั้งแต่ปี 2563 -2567 จะเพิ่มขึ้น

“ช่อง 9” จับมือพันธมิตรผลิตคอนเทนต์

ส่วนธุรกิจทีวีดิจิทัล ช่อง 9 MCOT HD ปี 2563 จะลดการผลิตรายการสดที่ผลิตเองส่วนหนึ่ง เพื่อควบคุมต้นทุนและเน้นให้ทีมข่าวหันไปเปิดตลาด ออนไลน์ มากขึ้น รวมทั้งร่วมผลิตรายการกับพันธมิตรรายการระดับนานาชาติ  รูปแบบ Co – Production  เช่น ความร่วมมือกับ  Japan International Broadcasting Inc. (JIB) ประเทศญี่ปุ่น กับรายการท่องเที่ยวแนวใหม่ของสองวัย, ความร่วมมือกับ China Media group และ CCTV ประเทศจีน รวมทั้งการลงทุนร่วมผลิตกับ Netflix ซึ่งเป็นการสร้างคอนเทนต์รายการที่น่าสนใจ

ผังรายการช่อง 9 ปีนี้ ยังเน้นรายการจากผู้ผลิตรายการสารคดีวาไรตี้ระดับโลกจาก Discovery อาทิ รายการกลุ่มวิทยาศาสตร์ การทดลองเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ดูสนุก เร้าใจ และเข้าใจง่าย กลุ่มนิเวศวิทยาและธรรมชาติ ในรูปแบบสารคดีสัตว์ที่คนไทยชื่นชอบจาก NHK ประเทศญี่ปุ่น ซีรีส์จาก BBC First ที่ได้รับความนิยมสูง ซีรีส์ดังจากประเทศจีนอย่าง The Lost Swordship (เซียนกระบี่เหนือยุทธภพ) และภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดระดับโลกจาก โซนี่ พิคเจอร์ส

รายการมวยไทย “แม็กซ์ มวยไทย” ปีนี้เพิ่มอีก 1 วันในวันเสาร์ จากเดิมมี 5 วัน  เพิ่มเป็น 6 วันต่อสัปดาห์  นอกจากนี้จะมีรายการถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลกเป็นช่วงๆ เช่น ต้นเดือน ก.พ. HONDA LPGA Thailand รายการแข่งขันกอล์ฟหญิงใหญ่ที่สุด รวมทั้งการปรับรายการข่าวเศรษฐกิจและต่างประเทศระดับอีก 1 – 2 รายการ

ด้านวิทยุ จะเน้นการนำคอนเทนต์ ที่มีอยู่ไปวางในแพตลฟอร์มใหม่ๆ ทั้งวิทยุ Online, Podcast , Website และ Application ต่างๆ โดยจะบูรณาการให้เป็นแพลตฟอร์มเดียว เพื่อสะดวกกับกลุ่มเป้าหมายในการค้นหาและเข้าถึงได้ง่าย มากขึ้น