เมื่อ Customer Experience ต้องมาทั้ง Digital และ Physical เบื้องหลังสารพัดดีไซน์แปลกตาของ ‘ธนาคารกรุงไทย’ ยุคใหม่

หลายคนอาจจะยังติดภาพธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและขับเคลื่อนโดยภาครัฐ ซึ่งอาจจะขยับตัวแต่ละครั้งด้วยความเชื่องช้า หรือไม่ยอมปรับเปลี่ยนไปตามการพัฒนาของโลกภายนอก แต่หลังจากทางธนาคารประกาศยุทธศาสตร์เพื่อขานรับการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ก็มักจะได้เห็นหลายๆ Movement จากธนาคารกรุงไทย เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายในการเป็น Invisible Banking พร้อมมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการทำธุรกรรมต่างๆ ให้กับคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในมิติของการเป็น Invisible Banking มีแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT ที่เน้นการขยายและพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อรองรับ ภายใต้จุดแข็งในการเป็นผู้นำด้านเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ผ่านคอนเซ็ปต์ ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่ เพื่อผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมครบวงจรในแอปเดียว เสมือนกับว่ามีสาขาธนาคารในมือ สะดวก รวดเร็วและไม่เสียเวลาเดินทาง พร้อมทั้งได้ซุป’ตาร์อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มาช่วยในการสื่อสารแบรนด์เพื่อสร้างการรับรู้ไปในวงกว้าง 

แต่เมื่อแกนหลักที่ทางธนาคารกรุงไทยโฟกัสคือ การเติมเต็มในเรื่องประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า หรือ Customer Experience นอกจากการพัฒนาในมิติของดิจิทัลแล้ว ในมิติของ Physical หรือประสบการณ์ที่ดีจากการเข้าไปใช้บริการในสาขาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทางธนาคารให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน

ที่ผ่านมา จึงได้เห็นความพยายามของธนาคารกรุงไทย ในการให้ความสำคัญเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและแตกต่างให้กับลูกค้า โดยเฉพาะการดีไซน์สาขานำร่องในรูปแบบโฉมใหม่ ที่แปลกตาไปจากสาขาธนาคารแบบเดิมๆ เหมือนที่เคยเห็นมา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดีมากยิ่งขึ้น จนสามารถเรียกเสียงฮือฮามาได้สักพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่หลายๆ คนได้มีโอกาสเห็นสาขานำร่องที่มีการใช้ดีไซน์รูปแบบใหม่นี้กันไปบ้างแล้ว

ธนาคารกรุงไทยนำแนวคิด Customer Experience หรือการสร้างประสบการณ์ที่ดีมาปรับรูปแบบในการออกแบบสาขา เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าใน 5 Ecosystems ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มการชำระเงิน กลุ่มสุขภาพและการรักษาพยาบาล กลุ่มมหาวิทยาลัยและการศึกษา และกลุ่มระบบขนส่งมวลชน ผ่านกลยุทธ์ 5P ภายใต้ควา​มร่วมมือกับพันธมิตร (Partnership) พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่เหมาะสม (People) นำเทคโนโลยีมาช่วยปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น  (Process) รวมทั้งเร่งยกระดับการให้บริการไปสู่ดิจิทัลผ่านทุกช่องทาง (Performance) ซึ่งธนาคารได้ทำควบคู่กับการสร้าง Krungthai Innovation Lab เพื่อเป็นศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงนั่นเอง 

ดังนั้น ดีไซน์ของธนาคารกรุงไทย จึงสามารถตอบโจทย์ Experience ได้ครบถ้วนทั้งในมิติของ Physical ผ่านดีไซน์ในรูปแบบใหม่ ที่เน้นความทันสมัย สวยงาม แต่คงไว้ความเป็นสถาบันการเงินมืออาชีพ โดยที่ยังเติมมิติของ Digital ในทุกๆ สาขาเหล่านี้ ด้วยการนำเทคโนโลยีทางการเงินที่ล้ำสมัยมาให้บริการในสาขารูปแบบใหม่ เช่น ติดตั้งเครื่องตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมข้อมูลกับทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย ด้วยเทคโนโลยี eSignature ตรวจสอบความถูกต้องและการกดน้ำหนักของลายเซ็นได้แม่นยำ ใช้ในการทำรายการต่างๆ ที่เคาน์เตอร์สาขาและสามารถรับหลักฐานการทำธุรกรรมทางอีเมล

นำร่องดีไซน์ใหม่ เฟสแรก 5 สาขา 

สำหรับสาขารูปแบบใหม่ของธนาคารกรุงไทยนั้น ในปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 5 สาขา ได้แก่ ไอคอนสยาม สิงห์ คอมเพล็กซ์ ไทยเบฟเวอเรจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยบูรพา และเตรียมเปิดที่โรงพยาบาลศิริราช และการไฟฟ้านครหลวงสาขาเพลินจิต  

ซึ่งแต่ละสาขาออกแบบให้แตกต่างกัน ตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ เช่น สาขามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ดีไซน์ในแบบ Krungthai Cube – Campus, Connect, Community ส่วนสาขามหาวิทยาลัยบูรพา ด้วยดีไซน์ Loft – Young, Digital, Connect โดยจัดวางพื้นที่แบบอิสระปลอดโปร่งและเป็นสัดส่วนชัดเจน

สำหรับการให้บริการในสาขาโฉมใหม่นี้ แบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ได้แก่ 

Self Service Zone มีเครื่อง ATM Plus ที่สามารถทำธุรกรรมฝากและถอนเงินได้ภายในเครื่องเดียว Banking Transaction Zone บริการธุรกรรมทางการเงิน 

Advisory Zone ให้คำแนะนำและคำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน 

Segment Zone  ประกอบด้วย Precious Plus Lounge สำหรับรับรองลูกค้า Precious

Event Zone พื้นที่จัดกิจกรรมสัมมนาทางการเงิน และ Lifestyle workshop Digital Learning Corner พื้นที่สำหรับประยุกต์ใช้ Meet & Learn พร้อมบริการ WiFi ฟรี และ CoWorking Space พื้นที่อิสระสำหรับคนรุ่นใหม่ใช้ทำงาน