อย่าคิดว่าไม่มีจุดอ่อน ลูกค้า “Apple Card” เจองานหิน บัตรเป็นรอยง่าย-สีตกใส่ได้ด้วย

เป็นปกติของ Apple เมื่อมีการเปิดตัวโปรดักซ์อะไรออกมาสักอย่าง ก็มักมีคนหัวใสผลิต Accessory ออกมาให้ซื้อไปใช้ร่วมกัน แต่สำหรับการเปิดตัว Apple Card บัตรเครดิตของบริษัทครั้งนี้ดูท่าจะเจอโจทย์ที่ท้าทายร่วมด้วย นั่นคือเรื่องความสวยงามของบัตรที่ดูแลรักษายากพอสมควร

โดย Apple Card เปิดตัวอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา จุดเด่นของบัตรเครดิตดังกล่าวคือความเรียบง่าย เพราะไม่มีข้อมูลใด ๆ ปรากฏอยู่บนบัตรเลยนอกจากชื่อเจ้าของ แถมยังไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และยังมาพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าธนาคารทั่วไปด้วย

ส่วนตัวบัตรก็ทำออกมาได้เตะตาไม่น้อย เพราะใช้ไทเทเนียมเป็นวัสดุหลัก ซึ่งในวันเปิดตัว คำกล่าวนี้สามารถเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี เพราะหลายคนมองว่ามันน่าจะเป็นวัสดุที่แข็งแกร่ง กระนั้น สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะหากเราอยากให้มันยังคงเป็น Apple Card ที่สวยใสไร้รอยขีดข่วนใด ๆ เราอาจต้องเก็บมันไว้ในที่พิเศษ โดยคำแนะนำจาก Apple บอกว่า วัสดุที่ควรหลีกหนีให้ไกลเป็นอันดับแรกก็คือ หนัง และเดนิม เพราะอาจทำให้สีตกใส่ Apple Card จนเสียโฉมได้นั่นเอง

มากไปกว่านั้นคือ Apple Card ไม่ชอบของแข็ง ๆ คำแนะนำของ Apple จึงเป็นการบอกว่า ไม่ควรเก็บ Apple Card เอาไว้ร่วมกับบัตรเครดิตใบอื่น ๆ เพราะรอยนูนบนบัตรเหล่านั้นอาจมาครูด Apple Card ได้นั่นเอง

สำคัญที่สุดคือ Apple ไม่แนะนำให้เก็บบัตรเอาไว้ใกล้กับแม่เหล็กด้วย ซึ่งบรรดากระเป๋าสตางค์ของสาว ๆ มักหนีความจริงข้อนี้ไม่พ้น แจ๊คพอตจึงตกมาอยู่ที่บรรดาผู้ผลิตเคสสำหรับใส่บัตรเครดิตต่าง ๆ เช่น KerfCase ในฐานะผู้ผลิตเคสไม้สำหรับใส่บัตร Apple Card โดยเฉพาะ ตัวเคสมีฝาไม้ปิด และสามารถสไลด์บัตรออกมาได้ง่าย สนนราคาอยู่ที่ 39 เหรียญสหรัฐ

ขอบคุณภาพจาก TechCrunch

Benjamin Saks ผู้ก่อตั้ง KerfCase กล่าวว่า โปรเจคนี้ไม่ได้จริงจังมากนัก แต่กลายเป็นว่าได้รับความนิยมขึ้นมา เนื่องจากบัตรไทเทเนียมดังกล่าวไม่สามารถใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์หนังทั่วไปได้เสียอย่างนั้น และเราก็เชื่อว่าในอนาคตจะมีกล่องใส่บัตร Apple Card ที่เหนือชั้นกว่านี้ออกสู่ท้องตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ

งานนี้เลยทำให้เรารู้ว่า บางทีวัสดุอย่างไทเทเนียม อาจไม่ได้แปลว่าแข็งแกร่งเป็นพิเศษ แต่อาจเป็นการต้องการการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าก็เป็นได้

Source 

Source

Source