ฮามะ วิงส์​ สัญลักษณ์พลังงานสะอาดแห่งโยโกฮามา ต้นแบบการสร้างเมือง Eco Friendly ของญี่ปุ่น

ทราบกันดีว่า ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง จึงค่อนข้างตระหนักในการสร้างจิตสำนึกเพื่อให้คนในประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างพฤติกรรมที่ไม่เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้โลก รวมทั้งการพยายามพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ และลดการสร้างมลภาวะที่เป็นปัญหาให้โลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน

นครโยโกฮามา เมืองสำคัญในจังหวัดคานางาวะ อยู่ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียว และเป็นเมืองต้นแบบด้านการนำพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ (Eco Friendly) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อน  โดยเฉพาะการริเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (Wind Power Plant) ด้วยการสร้างฮามะ วิงส์ (Hama Wings) หรือกังหันลมขนาดยักษ์ เพื่อเป็นต้นกำเนิดของพลังงานลม ในการนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแห่งนี้

ฮามะวิงส์ เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่เมื่อ 13 ปีก่อน ด้วยงบประมาณในการก่อสร้าง 500 ล้านเยน หรือราว 142 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนค่าก่อสร้างจากรัฐบาลญี่ปุ่น 50% และส่วนที่เหลือใช้วิธีระดมทุนจากภาคประชาชนด้วยการออกพันธบัตรดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสามารถจำหน่ายได้หมดภายในเวลาเพียง 3 วัน หลังเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ซึ่งหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ ฮามะวิงส์นับเป็นกังหันลมในการใช้ผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสูงจากฐานถึงยอด 78 เมตร  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของใบพัดกังหัน 80 เมตร และกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองโยโกฮามา ก่อนที่ต่อมาจะถูกทำลายสถิติลงจากกังหันลมที่ก่อสร้างตามมาในภายหลัง ที่มีขนาดใหญ่กว่าฮามะวิงส์ถึง 4 เท่า

สำหรับปริมาณไฟฟ้าที่ฮามะวิงส์สามารถผลิตได้อยู่ที่ 2 แสนกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง หรือ 2 แสนยูนิต และสามารถ Supply หรือผลิตไฟฟ้าสำหรับป้อนการใช้งานให้กับภาคครัวเรือนได้ราว 600 ครัวเรือน จากจำนวนประชากรในโยโกฮาม่ากว่า 3.7 ล้านคน โดยปริมาณการผลิต 90% จะถูกนำไปขายใ​นเชิงพาณิชย์ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟในแต่ละปี 20 ล้านเยน หรือราว 5-6 ล้านบาทขณะที่อีก 10% จะเก็บไว้เพื่อใช้เอง

ต้นแบบเมืองแห่งพลังงานสะอาด

นอกเหนือจากประโยชน์โดยตรงจากการสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าแล้ว โรงไฟฟ้าแห่งนี้​ยังทำหน้าที่สำคัญในการเป็นพีอาร์เมือง Represent ภาพลักษณ์ให้โยโกฮามามีฐานะเมืองต้นแบบด้าน Eco Friendly เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้คนทั่วโยโกฮามาสามารถมองเห็นฮามะวิงส์ได้อย่างชัดเจน

รวมทั้งเมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการต่อยอดโปรเจ็กต์ด้วยการสร้างสถานีผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานลม​ขึ้นภายในฮามะ วิงส์ แห่งนี้

สำหรับโปรเจ็กต์ต่อยอดนี้ ต้องถือว่าเป็นการผลิตพลังงานสะอาดแห่งอนาคต และไม่มีการปล่อยมลพิษใดๆ ให้กับบรรยากาศของโลก ทั้งจากต้นทางของไฟฟ้าที่กำเนิดมาจากพลังงานลม ก่อนจะนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้ไปใช้ในกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ทำให้การปล่อยมลพิษจากกระบวนการผลิตเชื้อเพลงไฮโดรเจนนี้ถือว่าเป็น 0 เนื่องจาก สิ่งเดียวที่ได้จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเมื่อปล่อยออกมารวมกับอากาศก็คือน้ำ ซึ่งไม่มีอันตรายใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม นับว่าเป็นการผลิตพลังงานสะอาดแห่งอนาคตและปลอดมลพิษ 100% อย่างแท้จริง

แต่หนึ่งปัญหาของการใช้ต้นกำเนิดจากพลังงานลมตามธรรมชาติ ประกอบกับที่ตั้งของฮามะ วิงส์ อาจจะไม่ได้อยู่ในจุดที่มีกระแสลมแรงตลอดทั้งปี ทำให้เกิดความไม่เสถียรของพลังงานลมเพื่อใช้เป็นต้นกำเนิดในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งงานนี้ได้มีการนำแบตเตอรี่เก่าของรถยนต์ไฮบริด อย่างโตโยต้า พรีอุส จำนวน 180 คัน เพื่อมาใช้ในการเก็บประจุไฟฟ้าสำรองในช่วงเวลาที่ไม่มีลมแรงพอสำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง​ และนำพลังงานไฮโดรเจนที่ผลิตได้เก็บไว้ในแท็งก์ขนาดใหญ่ และจะมีรถที่ติดตั้งอุปกรณ์กักเก็บและหัวจ่ายไฮโดรเจนเพื่อนำไปเติมให้กับรถที่ต้องการนำไปใช้งานต่อไป

สำหรับการผลิตพลังงานไฮโดรเจนในฮามะวิงส์นี้ ถือเป็นโปรเจ็กต์ต้นแบบ โดยพลังงานที่ได้จะนำไปใช้ในการเติมรถโฟลคลิฟต์ ที่ใช้ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่อยู่ในเมืองโยโกฮาม่าจำนวน 12 คัน โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเติมไฮโดรเจนได้เต็มถัง พร้อมทั้งยังได้นำรถยนต์ต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน อย่าง
โตโยต้า มิไร มาให้​ศึกษาการทำงานของเครื่องยนต์กัน​ได้อย่างเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย

ฮามะวิงส์ จึงเป็นหนึ่งโปรเจ็กต์ตัวอย่างที่สำเร็จได้จากความร่วมมือของ 3 ฝ่าย ทั้งรัฐบาลญี่ปุ่น ภาคธุรกิจเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมผลักดันเมืองโยโกฮามาให้เป็นต้นแบบและศูนย์กลางในการเรียนรู้ด้านการผลิตพลังงานสะอาดแห่งอนาคต และในอีก 7 ปีข้างหน้า จะครบอายุการใช้งาน 20 ปีของฮามะ วิงส์ ทางนครโยโกฮามาและทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็กำลังหารือกันว่าจะทำการซ่อมแซมเพื่อให้ใช้งานต่อได้ หรือจะก่อสร้างขึ้นมาใหม่

Photo Credit : Glabal.toyota, Toyota Thailand