ถอดบทเรียนผู้นำรูปแบบต่างๆ จาก Game of Thrones

หลังจากฟาดฟันโรมรันกันมากว่า 8 seasons นอกจากความสนุกสนานหักมุม ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศแล้ว การซ้อมรบ, การเมือง และการทหารใน Game of Thrones ยังให้บทเรียนและข้อคิดต่างๆ มากมาย หนึ่งในนั้นคือการจุดประกายเรื่องของสไตล์ผู้นำที่ในเรื่องนี้มีหลากหลายรูปแบบนับได้ไม่ถ้วน และยังมีการเปรียบเทียบให้เห็นการล่มสลายของผู้นำระดับหัวหน้าองค์กร

แต่คราวนี้เราจะมาเน้นกันที่ตอนที่สี่ของซีซั่นที่แปดซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายเป็นต้นไป กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้มีผู้นำและหัวหน้าหลายประเภทที่น่าจดจำและหลายคนที่ตายไปพร้อมๆ กับทฤษฎี “Bran is the Night King” ไม่ว่าจะเป็น Ned Stark ตายจากการถูกประหาร Rob Stark ตายจากการถูกแทงแล้วตัดหัว Tywin Lannister ตายโดยการถูกหน้าไม้ยิงบนโถส้วม King Joffrey ตายโดยพายไส้ยาพิษ Lady Olenna ตายจากยาพิษ Little Finger ถูกปาดคอ มาจนถึง Night King ที่ตายด้วยการโดนกริชปักพุง

ผู้ที่เหลืออยู่กับความเคลื่อนไหวในของพวกเขาสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และไม่ต้องสงสัยเลยว่า GOT จะยังคงเล่นกับความคิดและความคาดหวังของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อเรายิ่งเข้าใกล้ตอนสุดท้ายขึ้นมาทุกสัปดาห์

วันนี้เราจึงชวนมาดูการอัปเดตของหัวหน้าใหญ่คนท้ายๆ ที่ยังเหลืออยู่ และรูปแบบความเป็นผู้นำที่พวกเขาได้ทำกันมาจนถึงทุกวันนี้

SANSA STARK

อดีตวัยรุ่นสาวหัวสูง เย่อหยิ่ง และเป็นตัวหมากในเกมที่น่าสงสาร แต่ตอนนี้เธอกลายมาเป็นผู้นำหญิงในการรวบรวมชาวบ้านและกำลังคนอย่างไม่คาดคิด Sansa ไม่เพียงช่วยรักษาความสมดุลของความห่างเหินระหว่าง Bran และความเปลี่ยนแปลงของ Arya แต่ Sansa ยังดูแลการเปลี่ยนแปลงของ Winterfell จากเถ้าถ่านที่ถูกเผาไหม้ มาสู่ปราสาทที่พร้อมสรรพด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพป้องกันความปลอดภัย เป็นที่คุ้มกันของทหารที่รวมตัวกันเพื่อสู้ศึกครั้งใหญ่ใน EP3 เช่นเดียวกับการดูแลพลเมืองทั่วไปของชาวเหนือ

Sansa เป็นเหมือนผู้สืบทอดตำแหน่ง CEO ของบริษัทขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จ ต่อต้านการควบรวมกิจการจากคู่แข่งรายใหญ่ เธอเห็นการลุกไหม้ของคู่แข่งส่วนใหญ่ของเธอ และความไม่ลงตัวต่างๆ แถมเธอได้รับโบนัสเพิ่มจากการมีน้องสาวเป็นนักฆ่าไร้นามที่มีฝีมือการใช้กริชได้อย่างรวดเร็ว

JON SNOW

เขาเหมือนคนที่ไม่ได้ต้องการงานในตำแหน่งนี้เลย ตั้งแต่การได้รับแต่งตั้งให้เป็น Lord Commander แห่งหน่วย Night’s Watch จนถึงการกลายมาเป็น King in the North จอนเป็นผู้นำที่ลังเลเสมอ สไตล์การปกครองของเขานั้นเน้นที่การทำตัวตัวอย่างให้เห็น ออกไปอยู่แนวหน้า และลงไปลุยงานพร้อมกับคนงาน เหมือนผู้นำที่ถกแขนเสื้อ (ในที่นี้อาจจะเป็นแขนเสื้อที่พ่วงเฟอร์มาด้วย) แล้วพร้อมลุยงานตลอดเวลา หรือในกรณีของ Battle of the Bastards เขาก็แค่ยืนอยู่ตรงกลางสนามรบรอให้กำลังทหารนับพันพุ่งเข้าหาเขา

ก่อนที่จะเริ่มซีซั่นนี้เรามักจะเห็นจอนสวมบทผู้ปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ แต่พอซีซั่นนี้เมื่อแซมเพื่อนรักของเขาเปิดเผยว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นทายาทโดยชอบธรรมของบัลลังก์เหล็ก (และโอ้ว คุณอาผู้ควบตำแหน่งแฟนสาวของเจ้าได้เผาพ่อและพี่ชายของข้าทั้งเป็นด้วยนะ) นั่นเองที่ทำให้เราได้เห็นแววตาแห่งความทะเยอทะยานในดวงตาของคนที่ไม่ใช่ลูกนอกสมรสอีกต่อไป

ตอนที่ The Great War และ The Last War จบลงแล้ว  เขามีตัวเลือกไม่กี่อย่างซึ่งทุกทางล้วนมีความกระอักกระอ่วน เขาสามารถเลือกเคียงข้าง Daenerys ในฐานะคนรักและหลานชายของเธอ และพ่วงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจกับแซมเพื่อนซี้และซานซ่าน้องสาวของเขาเท่าไหร่นัก หรือเขาสามารถรับรู้ถึงการเป็นรากเหง้า Targaryen ของตัวเองและหวังว่า Daenerys จะเคารพการสายสืบสันตติวงศ์แบบดั้งเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือเขาจะเลือกให้ซานซ่าปกครองทุกอย่าง ออกจากชีวิตสาธารณะและใช้ชีวิตของเขาไปวันๆ ด้วยการเดินไปรอบ ๆ Winterfell กับ Ghost … มาถึงตอนนี้ผู้ชมหลายคนคงรู้แล้วว่า ท้ายที่สุด Jon เลือกแนวทางอย่างไร แต่ไม่ว่าตัวเลือกใดก็ดูจะไม่ Happy Ending ซักอย่าง Jon กลายเป็นตัวละครที่เหมือนจะเป็นพระเอก แต่กลับกลายเป็นว่าทางเลือกของผู้นำแบบนี้ ถูกผลักให้คนอื่นเลือกหรือชี้นำเขาซะมากกว่า 

DAENERYS TARGARYEN

สำหรับเรื่องราวในซีรี่ส์ส่วนใหญ่ Dany ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างชื่อเสียงในฐานะที่เป็นหัวหน้าที่ค่อนข้างใจดีมีน้ำใจกับ “ลูกน้อง” เธอพูดกับที่ปรึกษาของเธอ และทำให้พวกเขารู้ว่าเธอให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขา แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจเธอจะตัดสินใจด้วยตัวเอง เช่นอย่างซีซั่นที่แล้วเมื่อเธอกระโดดขึ้นไปบน Drogon และออกเดินทางไปทางเหนือเพื่อช่วยจอนและผองเพื่อนทั้งๆ ที่ทุกคนน่าจะเห็นตรงกันว่าเป็นแผนที่น่ากังวลว่าอาจทำให้เธอเสียกองทัพของตัวเองให้กับพวกคนตาย

เห็นได้ชัดว่าเธอชอบการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่และไม่ก็น่าแปลกใจ ลองย้อนกลับไปดูตอนที่เธอทำให้ทั้ง Jorah และ Ser Barriston เซอร์ไพรส์หลังจากการตกลงมอบ Drogon ขนาดกลางของเธอให้กับ Kraznys Slaver นักค้าทาสแห่ง Astapor เพื่อแลกกับกองทัพ Unsullied หลังจากส่งมอบสายจูงพร้อมกับมังกรที่ลอยอยู่เหนือศีรษะ เธอก็เปล่งเสียงที่ดังที่สุด “Dracarys” แล้วตามมาด้วยเปลวไฟที่ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่าน

ในตอนที่สี่ของซีซั่นที่หกเธอตัดสินใจหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะหลบหนีจากการถูกจองจำโดย Dothraki Khals โดยไม่ได้วิ่งออกไปในตอนกลางคืนกับ Jorah และ Daario Naharis แต่ทำการขังผู้นำ Dothraki ทั้งหมดในกระท่อมและเผาทั้งหมดให้มอดไปในกองไฟแล้วเธอก็โผล่ออกมาอย่างไม่โดยไฟเผาแม้แตาน้อย เหมือนสตีฟ จ็อบส์กำลังเดินอยู่บนเวทีในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของแอปเปิ้ล ผมสีบลอนด์ทองเป็นสัญลักษณ์แทนที่เสื้อคอเต่าสีดำ และเหล่า Dothraki คุกเข่าให้เธอเหมือนฝูงชนคูเปอร์ติโนของ iNerds

สิ่งนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับส่วนที่เหลือของซีซั่นที่แปดบ้าง? ตอนที่ Night King ถูกจิ้มพุงสลายละลายไปเป็นกองน้ำแข็ง Dany จะเริ่มประเมินภัยคุกคามและอุปสรรคในการไปสู่บัลลังก์เหล็ก อัตตาขนาดใหญ่และความหลงของเธอทำให้เกิดเป็นประเด็นที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้และเป็นชนวนแห่งความดราม่าที่ว่าตอนนี้ไม่เพียงแค่ Cersei Lannister เท่านั้นที่เป็นศัตรูที่เธอต้องจัดการ แต่อาจหมายรวมถึงยังเป็นพันธมิตรครั้งเดียวของเธอด้วยไม่ว่าจะเป็น Sansa, Tyrion หรือแม้กระทั่งหลานชายบอยเฟรนด์ผู้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน ดูเหมือนว่าหนทางของเธอถูกปูมาให้เป็นผู้นำที่โดดเดี่ยว และสำหรับคนที่ไม่ใช่ฝ่ายเดียวกับเธอ เธอก็พร้อมลุยทำลายพวกเขาให้สิ้นซาก ทีนี้มันก็อยู่ที่การตีความแล้วละว่าเธอมองว่าใครเป็นพันธมิตรหรือศัตรู? 

CERSEI LANNISTER

รูปแบบความเป็นผู้นำของ Cersei นั้นเหมือนกับ Gordon Gekko และ Miranda Priestly ที่ตัดสินใจที่จะเริ่มฆ่าคนเพื่อเป็นกีฬา เธออำมหิต เธอโหดเหี้ยม เธอชอบดื่มไวน์ในเวลากลางวัน เธอไม่สนใจสิ่งที่คุณคิด เธอไม่สนใจสิ่งที่คุณต้องการ สิ่งที่เธอใส่ใจมีแค่เป้าหมายของเธอ และเธอจะทำทุกทางเพื่อจะไปยังจุดนั้น

เมื่อกองทหารของ Stannis Baratheon ใกล้จะเจาะเข้ากำแพงของ King’s Landing เซอซี่กำลังหมิ่นเหม่ที่จะวางยาพิษตัวเองและลูกชายคนเล็ก Tommen และอีกครั้งเมื่อคนในเมืองและกลุ่มศาสนาที่ต่อต้านเธอมีจำนวนมากเกินไปและเข้ามาขวางเธอ เธอก็ระเบิดพวกเขาทั้งหมดด้วยการวางเพลิงสีเขียวครั้งใหญ่

The Outliers

นอกจากผู้นำตัวหลักทั้งสี่แห่ง Westerosi แล้ว ยังมีคนอื่นที่มีโอกาสจะขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำที่ในด้านใดด้านหนึ่ง เราลองมาดูตัวเลือกอื่นๆ ดูบ้าง

TYRION LANNISTER

The Imp, The Halfman, หัตถ์ของราชินี ไม่ว่าคนจะรู้จักเขาในชื่อไหน แต่ Tyrion มี Resume ที่น่าประทับใจในฐานะผู้นำด้านการปฏิบัติงานซึ่งพิสูจน์จากการที่เขารักษาผลกำไรและผลงานของ King’s Landing ไว้ได้ดีในรัชสมัยของจอฟฟรีย์ และยังรักษาเมืองไว้ได้ในศึก Blackwater Bay แม้กระทั่งก่อนหน้านั้นที่เค้าได้รับคำสั่งให้ดูแลรับผิดชอบระบบน้ำเสียของ Casterly Rock ท่อระบายน้ำก็ไม่เคยมีปัญหาอีกเลย แต่เมื่อเร็วๆ นี้นอกจากการเป็นนักดื่มและผู้รู้สิ่งต่างๆ น้องนุชสุดท้องของ Lannister ก็ได้รับตำแหน่ง Ls ในแผนกการตัดสินใจของ Queen Daenerys, Inc.

เริ่มจากการสู้รบกับนายทาสแห่ง Slaver’s Bay ที่เขาเริ่มมีบทบาทในการช่วยเหลือราชินี จากนั้นเขาก็คิดแผนการส่งกองทัพเรือ Greyjoy ไปที่ Dorn ในขณะที่ Unsullied โจมตี Casterly Rock และจอนขึ้นเหนือเพื่อจับไวท์วอล์เกอร์มาโชว์เซอร์ซี่ ทั้งหมดลงไปทางใต้ กองทัพเรือ Greyjoy แตก Unsullied พบแค่ปราสาทที่ว่างเปล่า และจอนแอนด์เดอะแก๊งค์เกือบจะถูกฆ่า ถึงกระนั้น Tyrion ก็เพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าและพยายามโน้มน้าวให้ Dany ไม่กระโดดขึ้นมังกรของเธอเพื่อไปช่วยพวกเขา และหลังจากนั้นเขาก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าพี่สาวของเขาจะส่งกองทัพขึ้นเหนือเพื่อช่วยต่อสู้กับกองทัพคนตาย ถ้านับแต้มสะสม หลังจากความผิดพลาดมากมายคะแนนก็อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

แต่! ถ้าคุณได้เจอซานซ่าล่ะก็ เธอจะเที่ยวบอกทุกคนที่ยอมฟังว่าเขาเป็นคนดี ในเวลาที่สงบสุขกว่านี้ Tyrion จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและเอาใจใส่สูงสุด ปัญหาคือคุณภาพเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่จะปูทางไปสู่บัลลังก์เหล็ก

ARYA STARK

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่อารย่ามักจะชอบใส่เดี่ยว ถ้าไม่นับช่วงสั้นๆ ที่รวมแก๊งกับ Gendry และ Hot Pie แต่นั่นก็ไม่ถือว่ามีความเป็นผู้นำ นอกจากนี้เธอยังเป็นเหมือนอายุ 12 ปีตลอดเวลา โดยรวมแล้วชุดทักษะเฉพาะที่อารย่ารวบรวมมาตลอด 7 ฤดูกาลไม่ได้มีประโยชน์เท่าไหร่เมื่ออยู่ในห้องประชุม แต่เธอเป็นสตาร์ค และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอมีเส้นทางไปสู่ Westerosi C-suite

อย่างไรก็ตามเธอมีทักษะการต่อสู้พิเศษที่เชื่อว่าหลายคนคงชอบและมอบความหวังไว้กับเธอ จนนำมาสู่การยุติการคุกคามครั้งใหญ่ในที่สุด เธอเป็นตัวจริงในแง่ของวีรบุรุษสงคราม ผู้ที่รู้ว่าจะต้องฆ่าเมื่อไรและอย่างไร และจะไม่อยู่ในตำแหน่งที่แย่ที่สุด อาร์ย่าจะอยู่ข้างๆ ซานซ่าเสมอ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพี่สาวของเธอขึ้นมา ก็ต้องมีหน้าของคนบางคนที่หายไป…อู๊ยยยย เสียวสันหลังวูบบบบ

EURON GREYJOY

ชาว Iron-born จอมเสเพลคนนี้คือสิ่งที่คุณจะได้รับ หากคุณยอมมอบหุ้นใน Wall Street กองเรือรบและกระเป๋าหนังให้เขา แผนการหักมุมสองชั้นของเขากับเซอร์ซี่เพื่อดึง Golden Company มาช่วยเสริมทัพ แทนที่จะขึ้นเหนือเพื่อช่วยรบ ไปจนถึงการฆาตกรรมพี่ชายบนสะพานแขวน แสดงให้เห็นพฤติกรรมการจารกรรมทางธรรมชาติและการทรยศทางการเมืองในตัวเขา

เขาอาจจะเป็นไอ้เฮงซวยที่สนุกที่สุดและน่ารังเกียจที่สุดในเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง แต่ในฐานะนายจ้างเขาเป็นบอสประเภท Horrible Bosses ในเจ็ดอาณาจักร และนั่นก็อาจจะเป็นความลุ่มหลงที่ทำให้เขาเสียเวลาไปกับการดวลเพื่อพิสูจน์ตัวเองล้วนๆ จนนำไปสู่จุดจบในที่สุด 

เอาละ…มาถึงจุดนี้ หลายคนคงทราบแล้วว่า ใครกันแน่ที่ได้ตำแหน่ง King of seven(six) kingdoms ไปครอง ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่พลิกความคาดหมาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า นอกเหนือจากความสามารถแล้ว สำหรับองค์กรที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง และคราบนำ้ตาแห่งความสูญเสีย ผู้นำที่เปี่ยมด้วย “คุณธรรม” และความหลุดพ้นไม่ยึดติดกับอำนาจอาจจะเป็นตัวเลือกที่หลายคนมองหา… (มั้ง???)

Source