Paul G. Allen ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ตั้งชื่อ Microsoft เสียชีวิตแล้ว

Paul Gardner Allen ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดยักษ์ Microsoft เสียชีวิตลงด้วยวัย 65 ปีจากโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แม้ว่าจะเคยรักษาจนหายไปในอดีตแต่โรคกลับมาอีกครั้งและได้คร่าชีวิตของเขาไป

Allen ถือเป็นบุคคลสำคัญของวงการคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจากการที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft กับ Bill Gates ผู้ที่ทำให้คอมพิวเตอร์เปลี่ยนจากของเล่นคนรวยมาเป็นของที่มีอยู่ทุกบ้านได้ และยังเป็นผู้ที่ตั้งชื่อ Microsoft อีกด้วย โดยชื่อนี้คือซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับคอมพิวเตอร์เครื่องเล็ก (เนื่องจากในอดีต คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่มาก อาจะมีขนาดเท่ากับห้องๆ หนึ่งได้)

อาการของโรค Non-Hodgkin’s Lymphoma ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกในช่วงต้นของปี 1980s ทำให้ Allen ต้องลาออกจาก Microsoft แม้ว่าจะเป็นหัวหอกในช่วง 7 ปีแรกของการก่อตั้งบริษัทขึ้นมา ซึ่งในตอนนั้นผลิตภัณฑ์ของ Microsoft คือระบบปฏิบัติการที่มาจากภาษาคอมพิวเตอร์พื้นฐานสำหรับ Personal Computer หรือที่เรียกกันติดปากว่า PC

Microsoft ถือกำเนิดขึ้นในปี 1975 แต่โปรเจ็กท์ที่แจ้งเกิดก็คือรายการสั่งซื้อจาก IBM ให้ทำระบบปฏิบัติการสำหรับ PC ที่ IBM ตอนแรกที่พวกเขาตกลงกับ IBM ตอนนั้นพวกเขายังไม่มีอะไรเลยก็ตาม แต่ Allen คือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสำคัญ ทั้ง Gates และ Allen ต่างล้วง แคะ แกะ เกา โค้ดโปรแกรมจนสามารถใช้งานได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมส่งมอบในปี 1981 ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนั้นชื่อว่า Microsoft Disk Operating System หรือที่คุ้นหูเด็กยุค 80s ว่า MS-DOS และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับ Microsoft และได้พัฒนาต่อมาเป็นระบบปฏิบัติการ Windows ที่โด่งดังได้จากการเปลี่ยนแนวคิดของการใช้คอมพิวเตอร์จากต้องจำโค้ดยาวเหยียดเป็นหางว่าว มาเป็นการใช้เม้าส์ชี้และคลิกแทนที่จะต้องพิมพ์ชุดคำสั่งในการใช้งาน และ Microsoft เองได้ออกผลิตภัณฑ์ในการใช้งานสำหรับสำนักงงานอย่าง Words, Excel และ PowerPoint อีกด้วย

“ในหนทางของเขา, Allen ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเวทย์มนต์ มีประสบการณ์ร่วม และกลายมาเป็นสิ่งที่นิยมและปฏิบัติกันต่อๆ มา และนั้น ทำให้เขาเป็นผู้เปลี่ยนโลก”  Satya Nadella ซีอีโอ คนปัจจุบันของ Microsoft กล่าวในประกาศแสดงความเสียใจต่อ Allen

จุดเริ่มต้นของการร่วมหุ้นกันกับ Gates และ Allen คือเมื่อพวกเขาเป็นวัยรุ่นที่กำลังเรียนอยู่ที่ Laeside School โรงเรียนเอกชนใน Seattle ด้วยการเริ่มต้นงานด้านคอมพิวเตอร์ผ่าน Teletype terminal ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ Mainframe ที่ห่างกันออกไป เรียกกันว่าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่แชร์กันหลายคนและผู้ให้บริการจะเก็บค่าใช้บริการตามเวลาใช้งาน ซึ่งแหล่งเงินทุนในตอนนั้นได้จากงานขายขนมอบในโรงเรียน

หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย Allen สอบ SAT ได้คะแนนเต็ม 1,600 คะแนน และเข้าเรียนที่ Washington State University แต่หลังจากเรียนไปได้ 2 ปีก็ลาออกมาทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับ Honeywell ใน Boston ซึ่งในตอนนั้นเอง Gates กำลังเรียนที่ Harvard ซึ่งห่างจาก Boston ไม่เกินครึ่งชั่วโมง

เมื่อมีการปรากฏตัวขึ้นของคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กบนปกนิตยสาร Popular Electronics ทำให้ Allen โน้มน้าวให้ Gates ลาออกจาก Harvard และย้ายมาที่ Albuquerque ที่มี Start-up ชื่อว่า MITS สร้าง PC เครื่องแรกขึ้นมา แต่ PC เครื่องนี้ ยังขาดสิ่งสำคัญไป และสิ่งนั่นด็คือ “ระบบปฏิบัติการ” ซึ่งทั้ง Allen และ Gates ได้แสดงเจตจำนงในการสร้างระบบปฏิบัติการให้ และได้ออกมาเป็น Microsoft Basic

ทั้ง 2 เป็นนักพัฒนาโค้ดที่เก่งมาก แต่บทบาทในการทำธุรกิจกลับต่างกันมหาศาล Gates จะเป็นคนที่เรียกเก็บเงินในราคาแพง ส่วน Allen จะเล่นบทเป็นผู้รักสันติสุขและเป็นนักต่อรองในช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัท

ไม่กี่ปีต่อมา Microsoft ได้ย้ายจาก New Mexico มาที่ Seattle พร้อมกันนี้ Allen ได้เริ่มวางมือจาก Microsoft ในช่วงปี 1980s เพราะปัญหาสุขภาพและการไม่ค่อยลงรอยกันกับ Gates และ Allen อยู่เป็นกรรมการบริษัทจนกระทั่งปี 2000 และความร้าวฉานระหว่าง Allen กับ Steve Ballmer ผู้ที่ขึ้นมาเป็น CEO แทน Gates ในสมุดบันทึกของ Allen เขาเล่าว่า ในปี 2011 Allen ได้ยิน Gates กับ Ballmer พูดคุยเกี่ยวกับการลดหุ้นของ Allen ลง โดยให้ราคามูลค่าหุ้นของ Allen ต่ำมาก แต่ Allen ก็ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ยังมีจุดยืนและหุ้นของเขา

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันที่จากไป อดีตเพื่อนซี้ และหุ้นส่วนธุรกิจ อย่าง Bill Gates ได้กล่าวถึง Paul Allen เอาไว้ว่า “จากวันแรกที่อยู่ด้วยกันที่ Lakeside School จนกระทั่งเป็นหุ้นส่วนด้วยกันที่ Microsoft จนมาถึงโปรแจคการกุศลต่างๆในหลายปีที่ผ่านมา Paul ถือว่าเป็นหุ้นส่วนและเพื่อนแท้ คอมพิวเตอร์ส่วนตัวจะไม่เกิดเลยหากไม่มีเขา” 

หลังจากลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ใน Microsoft แล้ว Allen ได้บริจาคเงินไปมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสาธารณกุศลตลอดช่วงชีวิตของเขาให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรที่เน้นด้านการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา สิ่งแวดล้อม และ ศิลปะ ตัวอย่างขององค์กรที่เขาสนับสนุนคือ Allen Institute for Brain Science ในปี 2003 และ Allen Institute for Artificial Intelligence ในปี 2014

งานการกุศลของ Allen มีหลายงานที่เป็นงานระดับโลก เช่น ความต้องการที่จะหยุดการล่าช้างเพื่องา และหลายงานของเขาก็มีศูนย์กลางอยู่ที่ Seattle ที่เขาเองก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสถาบันชั้นนำในเรื่องของวัฒนธรรม

Source