“ยูนิ อาร์ค” (UNI ARC) จับมือพันธมิตร 5 สถาบันการเงิน จัดสินเชื่อหุ่นยนต์แขนกล-ระบบอัตโนมัติ ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเอสเอ็มอี [PR]

“ยูนิ อาร์ค” (UNI ARC) ผู้นำและตัวแทนจำหน่ายหุ่นยนต์อุตสาหกรรม จับมือพันธมิตร 5 สถาบันการเงิน จัดสินเชื่อหุ่นยนต์แขนกล-ระบบอัตโนมัติ ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเทคโนโลยียุค 4.0 เสริมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมพร้อมลดปัญหาด้านแรงงาน

นายธิติ วงศ์ธนาศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิ อาร์ค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผนึกกำลัง 5 สถาบันทางการเงิน ได้แก่ บริษัท บีโอที ลีส (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัท บีเอสแอล ลีสซิ่ง จำกัด บริษัท กรุงเทพแกรนด์แปซิฟิคลีส จำกัด(มหาชน) บริษัท  ไทยโอริกซ์ ลีสซิ่ง จำกัด บริษัท เอสเอ็มเอฟแอล ลีสซิ่ง(ประเทศไทย) จำกัด ออกสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้ชื่อโครงการ “UNI ARC 5 YEARS ROBOTPAYLITE FOR SMART FACTORIES & SMEs” เพื่อช่วยเหลือ ผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี ทุกภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ ที่เน้นดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาการผ่อนชำระยาว เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาสายการผลิต ผ่านการทำงานด้วย ระบบ [Application] และหุ่นยนต์อัตโนมัติ [Robot] เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพในไลน์การผลิต ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน สู่การลดต้นทุนระยะยาว เพื่อการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย มาเป็นตัวช่วยหลักในการเดินหน้าไลน์การผลิต นอกจากปัญหาด้านการแข่งขันในความชำนาญของการผลิตแล้ว ยังมี ปัญหาด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตได้เต็มที่  ยูนิอาร์ค มีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ที่มอบสินเชื่อระยะยาวเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  จะได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยลดปัญหาการผลิตต่างๆ ทั้งด้านขาดแคลนแรงงาน การจ้างงานต่อยอดการผลิต ลดต้นทุนในระยะยาวได้

โครงการ “UNI ARC 5 YEARS ROBOTPAYLITE FOR SMART FACTORIES & SMEs” มอบระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี ในอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 2-4% ซึ่งต่ำกว่าอัตราโดยทั่วไป

โครงการ “UNI ARC 5 YEARS ROBOTPAYLITE FOR SMART FACTORIES & SMEs” พร้อมที่จะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุนในการซื้อหุ่นยนต์แขนกลและระบบอัตโนมัติเพื่อเป็นการติดอาวุธให้มีศักยภาพการแข่งขันที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย ไปสู่การผลิตสินค้าที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งยูนิอาร์คและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ มองเห็นโอกาสในการจัดโครงการนี้จะสามารถส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี ได้ยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตของไทยในภาพรวมให้เพิ่มขีดการแข่งขันและช่วยส่งเสริมยอดขายของบริษัทให้เติบโตตามไปด้วย

นายธิติกล่าวเสริมว่า โครงการ “UNI ARC 5 YEARS ROBOTPAYLITE FOR SMART FACTORIES & SMEs” นอกจากจะเป็นประโยชน์ด้านการลงทุนแล้ว ช่วยลดปัญหาด้านแรงงาน และเป็นการเสริมศักยภาพการผลิตในระยะยาว เช่น หุ่นยนต์แขนกล 1 ระบบ ทดแทนแรงงานได้ 5 คน หากต้องจ่ายค่าจ้างแรงงานรวม 5 หมื่นบาทต่อเดือน ดังนั้นการผ่อนจ่ายจะต้องไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำแรงงาน 5 คนนี้ไปใช้ในส่วนอื่นที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิตได้มากขึ้น ส่วนระยะการผ่อนจ่ายยาวถึง 5 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากอายุการใช้งานของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจะมีอายุใช้งานประมาณ 10-12 ปี หากผ่อนหมดภายใน 5 ปี เวลาที่เหลืออีก 5-7 ปี ก็จะใช้ฟรีไม่มีต้นทุนแรงงานในส่วนนี้ มีเพียงค่าบำรุงรักษาตามระยะเวลาเท่านั้น

“จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ลูกค้าที่นำหุ่นยนต์ไปใช้จะสามารถเพิ่มผลการผลิตสู่การคืนทุนได้ภายใน 5  ปีบางโรงงานที่ทดแทนแรงงานได้จำนวนมากก็สามารถคืนทุนได้ภายในหลักเดือนเท่านั้น จึงมองว่าหากผู้ประกอบการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไปใช้ ในระยะยาวจะคุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของบริษัทฯ ที่มีเป้าหมายช่วยให้ผู้ประกอบการและเอสเอ็มอี ก้าวข้ามอุปสรรค  ยกระดับการผลิต  ลดต้นทุนแรงงาน และเป็นเจ้าของหุ่นยนต์แขนกลได้ง่ายขึ้น”

โครงการ “UNI ARC 5 YEARS ROBOTPAYLITE FOR SMART FACTORIES & SMEs” จะมีผู้ประกอบการ ขนาดกลางและรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี  เข้าร่วมในโครงการไม่น้อยกว่า 300 ราย และ คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทอย่างแน่นอน นายธิติ กล่าวทิ้งท้าย