HomeBrand Move !!“ใหญ่-คมชัด-ฟังก์ชั่นครบ” 3 โจทย์ความต้องการทีวีของคนยุคดิจิทัล Panasonic พร้อมแล้วจะลุยตลาด ขอ Market Share 15%

“ใหญ่-คมชัด-ฟังก์ชั่นครบ” 3 โจทย์ความต้องการทีวีของคนยุคดิจิทัล Panasonic พร้อมแล้วจะลุยตลาด ขอ Market Share 15%

แชร์ :

ตลาดทีวีเมืองไทยมูลค่าเกือบ 30,000 ล้านบาทแล้ว และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  จากหลายปัจจัยมาช่วยดันตลาดให้โต  ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี  ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีขึ้น  การแยกครอบครัวใหม่มากขึ้น  ทำให้เกือบทุกบ้านของคนไทยมีทีวี ไว้ดูรายการข่าวและความบันเทิงต่างๆ  แม้ปัจจุบันความบันเทิงหลากหลายถูกหยิบมาใส่ไว้ในโทรศัพท์มือถือ  ที่มีอยู่ติดตัวคนไทยกันทุกคน  แต่การดูผ่านทีวียังให้อรรถรสมากกว่า  โดยเฉพาะทีวีจอใหญ่  ภาพคมชัดระดับ4k  เสียงกระหึ่ม และฟังก์ชั่นครบ  แบบจบอยู่ในจอเดียว  สามารถเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตเป็น Smart TV ได้ด้วย  นี่ใช่เลย สเปคทีวีของคนไทยในยุคดิจิตอลต้องการ

BMW Class Of The Future

Santos Or Jaune

สอดคล้องกับมุมมองของ มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เห็นว่า ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อทีวีของคนไทยปัจจุบัน  จะมี 3 หลักเกณฑ์เป็นแนวทางเลือกทีวี คือ เลือกฟังก์ชั่นการใช้งาน หรือ ทีวีในรูปแบบ Smart Function เป็นปัจจัยแรก รองลงมาเป็นเรื่องคุณภาพของทีวี  ต้องสวยคมสมจริง  ส่วนเรื่องสุดท้ายก็วัดกันด้วยราคา ว่าสอดคล้องกับเงินในกระเป๋าหรือคุ้มค่าต่อการจ่ายเงินหรือไม่

ขณะที่เทรนด์ทีวีซึ่งเป็นตัวผลักดันตลาดให้เติบโต  จะเป็นทีวีใน 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มทีวีคุณภาพของภาพระดับ 4K ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 16,500 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วน 55% ของภาพรวมตลาด ซึ่งประเมินว่าภายในปี 2020 สัดส่วนจะไปถึง 70% ของภาพรวมตลาด  2.กลุ่มทีวีจอใหญ่ตั้งแต่ขนาด 55 นิ้วขึ้นไป  มีสัดส่วน 36% ของภาพรวมตลาด ทำให้ทีวีจอใหญ่กลายเป็นเซ็กเมนต์ใหญ่สุดในตลาดทีวีแล้ว เฉพาะปีนี้มีมูลค่าตลาดถึง 6,900 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีที่แล้วมีมูลค่า 5,700 ล้านบาท และ 3. กลุ่ม Smart TV ซึ่งตอนนี้มีสัดส่วน 70% ของภาพรวมตลาด ด้วยมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท  และคาดว่าในปี 2020 จะมีสัดส่วนถึง 80% ด้วย

สำหรับเทรนด์ตลาดทีวีเมืองไทย ในเรื่องความต้องการจอขนาดใหญ่ตั้งแต่ 55 นิ้ว และคุณภาพของภาพระดับ 4K ที่บูมเอามากๆ ในปีที่ผ่านมา  “พานาโซนิค” มองเห็นโอกาสและทิศทางไม่ต่างจากแบรนด์คู่แข่ง  แต่ที่ผ่านมายังไม่พร้อมในการเข้าแข่งชิงเค้กก้อนนี้  จึงไม่ได้มุ่งเน้นเข้าไปทำตลาดมากนัก  แต่ปีนี้พร้อมแล้วกับการลุยตลาดเพิ่มยอดขายและมาร์เก็ตแชร์  ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายภาพรวมว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 15% หรือมียอดขาย 4,500 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีส่วนแบ่งการตลาด 9% หรือยอดขาย 2,550 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มสินค้า Smart TV ตั้งเป้าหมายว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาด 15% หรือยอดขาย 3,100 ล้านบาท ขอเติบโตแบบเท่าตัว กลุ่มทีวีคุณภาพของภาพระดับ 4K ตั้งเป้าเติบโตเป็นพิเศษกว่า 3 เท่าตัว จากยอดขาย 700 ล้านบาท หรือส่วนแบ่งการตลาด 7% เพิ่มขึ้นเป็นยอดขาย 2,450 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 15% ขณะที่กลุ่มทีวีจอใหญ่ 55 นิ้วขึ้นไป ของเพิ่มยอดขายจาก 400 ล้านบาท หรือส่วนแบ่งการตลาด 7% เป็นยอดขาย 1,000 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 15% ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

ถือได้ว่า “พานาโซนิค” ตั้งเป้าหมายท้าทายพอสมควร  กับสงครามการตลาดซึ่งรุนแรง  เพราะเจ้าตลาดอยู่  2 แบรนด์ใหญ่  เป็นผู้นำตลาดและทำการตลาดไม่ได้น้อยไปกว่าพานาโซนิคเลย ได้แก่ แบรนด์ซัมซุง และแอลจี  คาดว่าสองรายนี้ครองส่วนแบ่งการตลาดรวมกันกว่า 50%  อย่างไรก็ตาม เกมนี้พานาโซนิคก็พร้อมลุยเต็มที่  ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง  เพื่อครองส่วนแบ่ง 15% ตามมาเป็นอันดับ 3 ของตลาด

1.ทุ่มงบสัดส่วน 10% ของยอดขาย เพื่อทำการตลาด ภายใต้คอนเซปต์การสื่อสาร Hollywood to Your Home ชูจุดเด่นของทีวี มีคุณภาพได้รับการปรับจูนสีสันโดยทีม Hollywood ให้ตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากี่สุด

2.ขนสินค้าทัพสินค้าใหม่ทำตลาดทั้งหมด 11  ซีรีย์ รวม 20 รุ่น แบ่งเป็นทีวี 4K  จำนวน 8 ซีรีย์ รวม 14 รุ่น โดยมีขนาด 55 นิ้วถึง 5 ซีรีย์ เรียกได้ว่ามีให้เลือกหลากหลายรุ่น  พร้อมกับเป็นทีวีมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็น Smart Feature หรือ บริการวิดีโอ ออน ดีมานด์​ (VOD)  และมีแอปพลิเคชั่นสำหรับการเลือกชมความบันเทิงต่างๆ ถึง 6 แอป ได้แก่ Youtube, Netflix, iflix, mono maxx, BUGABOO.TV และ DOONEE

3.การจัดแคมเปญโปรโมชั่น และกิจกรรมการตลาด ภายใต้แคมเปญ “4K Hollywood to your home” ด้วยการให้สิทธิ์ชมภาพยนตร์จากแอปพลิเคชั่น iflix เป็นระยะเวลา 6  เดือน สำหรับผู้ซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคมนี้  และสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้

เกมการตลาดที่เตรียมไว้นี้ “พานาโซนิค” ก็หวังอย่างยิ่งว่าจะดำเนินธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมาย  แต่สงครามการตลาดนี้ก็ไม่ง่าย  เพราะมียังมีแบรนด์โซนี่ทำตลาดไล่หลังมาติดๆ บางเดือนก็แซงหน้าขึ้นมานั่งที่ 3 แทนด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าต้องแข่งขันกับคู่แข่งรอบด้านกันทีเดียว


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม