Twitter เผยยูสเซอร์ชาวไทยทวีตคอนเทนท์ #K-pop มากสุด พบ #Got7 พุ่งสูงสุดอันดับแรก ตามมาด้วยแฮชแท็ก“เป๊ก ผลิตโชค”ของเหล่านุชes

 

กระแสคอนเทนท์ K-Pop ยังคงแรงดีไม่มีตก เมื่อ Twitter เปิดเผยข้อมูลแฮชแท็กที่คนไทยโพสต์กันมากที่สุด พบว่าความบันเทิงเกาหลียังครองใจสาวก K-pop ในไทยอย่างมาก ทั้งยังพบว่าไทยเป็นอีกตลาดที่เติบโตเร็วมากในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก

Arvinder Gujral กรรมการผู้จัดการ Twitter APAC เปิดเผยว่าในช่วง 7 ไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมานี้ภาพรวมผู้ใช้งานทวิตเตอร์ทั่วโลกที่แอคทีฟรายวัน หรือทวีตข้อความกันแบบรายวัน ยังคงมีอัตราเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย อยู่ที่ 7 -14% โดยหลายๆประเทศมีค่าเฉลี่ยเติบโตราว 11% แต่ในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกกลับพบว่าเติบโตเหนือค่าเฉลี่ยดังกล่าว และประเทศไทยก็ถือเป็น 1 ในตลาดของกลุ่มเอเชียแปซิฟิกที่เติบโตอย่างรวดเร็วมาก ทวิตเตอร์จึงมองเรื่องการลงทุนเพื่อขยายตลาดในไทย

ล่าสุด ทวิตเตอร์ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตคอนเทนท์ไทย ทั้ง One Championship ซึ่งจะได้รับชมคอนเทนท์กีฬา Martial Art ถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงเป็นพันธมิตรกับเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผ่าน 2 รายการ คือ The mask singer และรายการ I can see your voice เพื่อปล่อยวิดีโอถ่ายทอดสดและโฆษณา in-stream video ต่างๆ ตลอดจนยังมีอีกหลายรายในไทยที่ทวิตเตอร์จะเป็นพันธมิตรเพื่อขยายการเติบโตในตลาดนี้มากขึ้น

ขณะที่ 10 อันดับแฮชแท็กยอดนิยมของผู้ใช้งานทวิตเตอร์ในไทยในช่วง 12 เดือนนี้ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่ทวีตคอนเทนท์เกี่ยวกับ K-pop บันเทิงเกาหลีกันมากที่สุด เช่น #Got7 #워너원 (WannaOne) #bambam #EXO นอกจากนี้ ยังมีแฮชแท็กอื่นๆ เช่น #เป๊กผลิตโชค (Palitchoke Ayanaputra) #Missuniverse #iheartawards เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่า K-pop เป็นอีกคอนเทนท์ที่สำคัญอย่างมากในไทย ทั้งยังพบว่าผู้ใช้ทวิตเตอร์ในก็พูดถึงงานประกาศรางวัล Mama หรือ Mnet Asian Music Award กันอย่างมากรองจากที่ทวีตกันในเกาหลี ตลอดจน #Thaicaverescue ซึ่งเป็นเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง ก็ได้รับการทวีตมากถึง 3 ล้านทวีตภายในระยะเวลา 3 วัน

ในปัจจุบันการรับชมวิดีโอคอนเทนท์ผ่านทวิตเตอร์ทั่วโลกมียอดวิวสูงมากถึง 1.6 ล้านวิว โดยการรับชมคอนเทนท์ประเภทวิดีโอผ่านทวิตเตอร์ในไทยก็เติบโตมากขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อพิจารณากลุ่มผู้ชมในไทยพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัย 16 – 34 ปี เป็นกลุ่มคนที่สามารถสื่อสารข้อความต่างๆไปยังคนรอบข้างได้ดี โดยตอนนี้ทวิตเตอร์ก็มีฟีทเจอร์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Real Time Highlight, Interactive VDO Ads., Highlight from top show ต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจพบว่าคอนเทนท์วิดีโอในทวิตเตอร์มีผู้รับชมเป็นระยะเวลานานกว่าคอนเทนท์วิดีโอในโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์อื่นๆกว่า 3.5 เท่า โดยนอกเหนือจากการเพิ่มตัวอักษรให้พิมพ์ได้มากขึ้นแล้ว ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาทวิตเตอร์ได้เพิ่มฟีเจอร์วิดีโอใหม่ๆอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้อัตราการรับชมคอนเทนท์วิดีโอผ่านทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น

การคอนเน็คกับทวิตเตอร์ถือเป็นการคอนเน็คกับสิ่งที่มีความสนใจร่วมกัน หรือมีแพชชั่นร่วมกัน โดยพบว่า 69% ของผู้ใช้ทวิตเตอร์มักจะนำเรื่องราวออกไปพูดคุยกันต่อนอกทวิตเตอร์ ดังนั้นหากมีโฆษณาเกิดขึ้นในทวิตเตอร์ก็จะดึงความสนใจผู้คนให้เข้าไปดูได้ไม่ยาก (lean-in) โดยพบว่าหลายแบรนด์ชั้นนำก็ใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือทำการตลาดที่สร้างให้เกิดบทสนทนาเพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายให้นำเรื่องที่นักการตลาดต้องการสื่อสารออกไปมาพูดคุยกันต่อ

สำหรับความแตกต่างของผู้ใช้งานทวิตเตอร์กับแพลตฟอร์มอื่นๆพบว่า ในขณะที่แพลตฟอร์มส่วนใหญ่พูดคุยกันในเชิง #LookAtMe หรือให้สนใจแต่ตัวเอง หรือโพสต์เกี่ยวกับเรื่องราวส่วนตัว แต่บทสนทนาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในทวิตเตอร์นั้นกลับออกมาในเชิง #LookAtThis เพราะว่าไมนด์เซ็ทส่วนใหญ่ของผู้ที่เข้ามาใช้งานทวิตเตอร์ต้องการใช้เพื่อเรียนรู้ หรือเลือกดูในสิ่งที่ตนเองสนใจผ่านแฮชเท็กต่างๆที่จะพาผู้ใช้งานไปติดตามเรื่องนั้นๆ และสร้างบทสนทนากับทั่วโลกในสิ่งสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบันเทิง กีฬา การเมือง

ทั้งนี้ แนะนำนักการตลาดว่าอาจจะสามารถเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวแคมเปญหรือสิ่งใหม่ๆ บนทวิตเตอร์เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่มีอิทธิพลที่จะนำเรื่องราวไปพูดต่อ และอีกประการหนึ่งคือ แบรนด์ต้องทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ร่วม เช่น ร่วมพูดถึงสิ่งที่กำลังเป็นกระแส หรือกำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ เนื่องจากผู้ใช้งานทวิตเตอร์เป็นกลุ่มคนที่เปิดใจรับฟัง ติดตามสิ่งต่างๆ เรื่องใหม่ๆ โดยในปัจจุบันมีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ทั่วโลกรวมกว่า 335 ล้าน User