มาสเตอร์การ์ด เปิดรายงานล่าสุด พบการท่องเที่ยวมุสลิมขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมซึ่งอยู่ที่ 186 ล้านคนในปี 2568 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 245 ล้านคนภายในปี 2573 นอกจากนี้ยังชี้ว่า สตรีมุสลิมเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจด้านการท่องเที่ยวของครอบครัว ส่วนแพลตฟอร์มหลักที่ใช้ในการหาข้อมูลก็คือ IG, YouTube, TikTok รวมถึง AI ด้วย
การเติบโตดังกล่าวปรากฏอยู่ในรายงาน “Halal Travel Trends 2026” และ “Muslim Women in Travel 2026” ซึ่งศึกษาแนวโน้มการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวมุสลิม ภายใต้ความร่วมมือของมาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง โดยนอกจากจะพบว่า นักท่องเที่ยวมุสลิมมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 245 ล้านคนในปี 2573 แล้ว นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เป็นสตรีก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน (จาก 63 ล้านคนในปี 2562 เป็น 90 ล้านคนในปี 2568 หรือคิดเป็นสัดส่วน 48% ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก)
นอกจากนั้น รายงานยังระบุด้วยว่า ภูมิภาคเอเชียมีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก โดยในปี 2567 ภูมิภาคเอเชียดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเกือบ 120 ล้านคน คิดเป็น 65% ของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมทั่วโลกจำนวน 176 ล้านคน โดยจุดแข็งของเอเชียมาจากความสะดวกในการเชื่อมต่อทางการเดินทาง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐานด้านฮาลาลที่แข็งแกร่ง รวมถึงระยะทางที่ใกล้กันระหว่างประเทศต้นทางและปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม โดยมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบรูไน เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิม อีกทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นภูมิภาคต้นทางของนักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิมจำนวน 5.8 ล้านคนด้วย
ทั้งนี้ สตรีชาวมุสลิมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุดในตลาดท่องเที่ยวมุสลิม และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจเกี่ยวกับจุดหมายปลายทาง รูปแบบ และเหตุผลของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวกับครอบครัว การท่องเที่ยวคนเดียว การเดินทางเพื่อศาสนา การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือการเดินทางแบบกลุ่มสำหรับผู้หญิง
จากรายงานยังพบว่าความปลอดภัยและความไว้วางใจเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้น ๆ โดย 60% ของนักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสบายใจโดยรวมของจุดหมายปลายทาง รองลงมาคือความเป็นมิตรต่อชาวมุสลิมที่ 30% นักเดินทางต้องการความมั่นใจในการเข้าถึงอาหารฮาลาล การหาสถานที่ละหมาด การแต่งกายอย่างสุภาพ การเดินทางที่ปลอดภัย และการปฏิบัติศาสนกิจโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือการตัดสินจากผู้อื่น
IG-YouTube-TikTok-AI แหล่งหาข้อมูลยอดนิยม
การค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัลเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยรายงานพบว่า 68% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางของพวกเขา ซึ่ง Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกใช้งานมากที่สุด รองลงมาคือ YouTube และ TikTok ขณะเดียวกัน เครื่องมือ AI ก็กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการเดินทาง ทั้งในการค้นหาข้อมูลจุดหมาย เปรียบเทียบตัวเลือก วางแผนการเดินทาง ค้นหาร้านอาหารฮาลาล สถานที่ละหมาด และพิจารณาประเด็นด้านความปลอดภัยต่าง ๆ
“การท่องเที่ยวของชาวมุสลิมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยความเชื่อมั่น การเปิดกว้าง และเป้าหมายของการเดินทาง กลายเป็นสิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับการเข้าถึงและความสะดวกสบาย” ไอชา อิสลาม รองประธานอาวุโสฝ่าย Customer Solutions Center ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของมาสเตอร์การ์ด กล่าว “ด้วยกรอบแนวคิดอย่าง RIDA* จุดหมายปลายทางและภาคธุรกิจจะมีแนวทางที่เป็นรูปธรรมเข้ามาช่วยมองภาพรวมของประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ข้อมูลดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ไปจนถึงประสบการณ์ที่เคารพต่อศรัทธา วัฒนธรรม ความปลอดภัย และค่านิยมส่วนบุคคล”
//////////////////////
หมายเหตุ – กรอบแนวคิด RIDA ประกอบด้วย
- มีความรับผิดชอบ (Responsible): สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และแนวทางการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู
- สร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง (Immersive): สร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรม มรดก ท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่ลึกซึ้ง มากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ทั่วไป
- ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital): ใช้เทคโนโลยี AI และระบบชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย เพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มความมั่นใจ
- น่าเชื่อถือ (Assured): สร้างความเชื่อมั่นผ่านบริการฮาลาลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม และคุณภาพบริการที่สม่ำเสมอในทุกจุดของการเดินทาง




