E-commerce ไทยเดือด LAZADA เทหมดหน้าตัก ลดค่าคอมมิชชันให้พ่อค้าแม่ค้าเหลือ 0%

ท่ามกลางการแข่งขันธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่รุนแรง “ลาซาด้า” (Lazada) เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซสำหรับผู้บริโภคในเอเชีย ปรับกลยุทธ์เดินเกมรุกหนัก เอาใจร้านค้าด้วยการปรับค่าคอมมิชชันเหลือ 0% พร้อมเสริมทัพด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ อีกมากมาย ค้าขายผ่านลาซาด้า มั่นใจขายได้อย่างมีความสุขและราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ

สมรภูมิอีคอมเมิร์ซไทยกำลังดุเดือด โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าในปี 2561 มีมูลค่ากว่า 4,101 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 136,685  ล้านบาท) และคาดว่าในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็น 5,572 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 185,674 ล้านบาท)  อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการขยายตัวของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง การรุกตลาดอย่างหนักของบรรดาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ ทั้งในแง่ของราคา ความหลากหลายของสินค้า และบริการ รวมถึงพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคชาวไทยที่หันมาช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากต้องการความสะดวกสบาย โดยล่าสุดข้อมูลจาก Statista ระบุว่ามีนักช้อปออนไลน์ชาวไทยกว่า 37.5  ล้านราย เพิ่มขึ้น 6.6%  จากปีที่ผ่านมา

ลาซาด้าในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกวันโดยชูหมัดเด็ดปรับค่าคอมมิชชันเหลือ 0% สำหรับ Local Marketplace Sellers หรือ ไม่มีค่าคอมมิชชันในการนำสินค้ามาขายที่ลาซาด้าอีกต่อไป นับเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถทำธุรกิจผ่านลาซาด้าได้คล่องตัวและมีความสุขมากขึ้น โดยผู้ค้าสามารถนำเสนอสินค้าด้วยราคาต่ำลง เพื่อดึงดูดนักช้อปทั้งหน้าใหม่และลูกค้าประจำ  ขณะเดียวกันก็เป็นการเชื้อเชิญให้ “ผู้ค้ารายใหม่” ที่ไม่เคยค้าขายบนโลกออนไลน์ ให้ความสนใจและหันมาเปิดร้านค้าบนลาซาด้าเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นการลดอุปสรรคในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ส่วนบรรดานักช้อปก็จะได้รับข้อเสนอด้านราคาที่ดีขึ้นกว่าเดิม จากตัวเลือกที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

โดยร้านค้าที่สนใจก็สามารถลงทะเบียนเป็นผู้ค้าของลาซาด้าได้ง่าย ๆ ภายในเวลา 1 นาที ด้วยการกรอกข้อมูลสั้น ๆ เพียงแค่ 1 หน้า เท่านั้น พร้อมกันนี้ยังมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือระดับเพิ่มเติมให้กับผู้ค้าลาซาด้า อาทิ กรณีสินค้าส่งไม่ถึงมือลูกค้า หรือสินค้าถูกตีกลับ ลาซาด้าจะช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น นับเป็นการสร้างความมั่นใจในการเปิดร้านค้ากับลาซาด้า

ที่สำคัญยังช่วยเพิ่มทักษะความรู้ให้กับบรรดาผู้ค้าเพื่อช่วยยกระดับการขายสินค้าออนไลน์ของผู้ประกอบการในประเทศไทย ด้วยโปรแกรมเทรนนิ่งที่ทาง Lazada University ร่วมกับ Taobao University จัดอบรมให้ผู้ค้าด้วยหลักสูตรที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาการขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการนำ Laz Star หรือผู้ขายที่ประสบความสำเร็จบนลาซาด้า มาเป็นวิทยากร แบ่งปันประสบการณ์และแชร์เทคนิคต่างๆ ที่ผู้ค้าควรให้ความสำคัญทำให้เกิดเป็นสังคมระหว่างผู้ค้าด้วยกันเอง นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ทางการตลาดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมและยอดขายให้แก่ผู้ค้า เช่น การใช้เครื่องมือเพื่อยกระดับธุรกิจ การทำการตลาดออนไลน์เช่น SEO/SEM การบริหารและจัดการร้านค้า การออกแบบกราฟฟิก การถ่ายภาพสินค้าที่สวยงามและสะดุดตามีความโดดเด่น การแจกแจงรายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจน ตลอดจนกลเม็ดเคล็ดลับต่าง ๆ โดยขณะนี้มีหลักสูตรให้เลือกสำหรับผู้ค้าใหม่ New Seller Workshop และผู้ค้าระดับกลาง Growth Seller Workshop

ภาพบรรยากาศการเทรนนิ่งของทางลาซาด้า

นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการค้าขาย ลาซาด้ายังให้อิสระกับผู้ค้าในการบริหารจัดการต่าง ๆ ดังนี้

1.Free shipping tool ให้ผู้ค้าสามารถกำหนดค่าจัดส่งได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถกำหนดจากยอดสั่งซื้อขั้นต่ำหรือจำนวนของสินค้าขั้นต่ำ ตัวอย่างเช่น จัดส่งฟรีเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าตั้งแต่ 199 บาทขึ้นไป

2.ลาซาด้าเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ให้บริการเครื่องมือการวิเคราะห์ธุรกิจ (Business Advisor) แบบเรียลไทม์ สามารถมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวของยอดขายสินค้าได้ตลอดเวลา เพื่อทราบว่าสินค้าไหนขายดี หรือขายไม่ดี ช่วยในการบริหารคลังสินค้า ทำให้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันท่วงที เพื่อให้ผู้ค้าสามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสทธิภาพมากที่สุด รวมถึงรับการแจ้งเตือนคำถามต่างๆ ของลูกค้าเกี่ยวกับสินค้าแบบไม่มีตกหล่น โดนใช้งานสะดวกสบายผ่านแอปพลิเคชั่น Lazada Seller Centre

3.ผู้ขายมีอิสระในการสร้างแบรนด์ ตกแต่งร้านค้า และเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ผ่านโปรแกรมแชท นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือ “แนะนำสินค้า” เพื่อให้ผู้ขายได้เพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นให้กับร้านค้าได้อีกด้วย

เนื่องด้วยความยืดหยุ่นต่างๆ นี้ ส่งผลให้ผู้ค้าจำนวนมากประสบความสำเร็จบนลาซาด้า ตัวอย่าง เช่น

ร้าน MPS Shop

ร้าน Called P

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของลาซาด้า จึงเป็นการเขย่าวงการอีคอมเมิร์ซที่กำลังรุ่งเรืองอยู่แล้วให้คึกคักขึ้นไปอีก เพราะเป็นการติดอาวุธเพิ่มเติมให้ผู้ค้า สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น รวมถึงช่วยทำให้การบริหารการขายและการตลาดตอบโจทย์และตรงใจนักช้อปออนไลน์มากขึ้นด้วย