4 บทเรียนจาก Coca-Cola ในวันที่ต้องก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation

ตอนนี้ Coca-Cola หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า Coke กำลังอยู่ในจุดสำคัญของการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล(Digital Transformation) เพื่อทำให้แน่ใจว่าแบรนด์จะมีความผูกพันกับคนรุ่นใหม่ โดยปราศจากเส้นแบ่งของ “โลกออนไลน์และโลกออฟไลน์ หรือ โลกแห่งความเป็นจริงหรือโลกเสมือนที่ถูกต่อเติมเสริมแต่งด้วย AR ไปแล้ว”

Mariano Bosaz รองกรรมการฝ่ายการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลในภูมิภาคประเทศจีนและเกาหลีของบริษัท Coca-Cola ขึ้นเวทีในงาน Adobe Symposium ที่สิงคโปร์ในสัปดาห์นี้ โดยหยิบเอา tagline ที่ว่า “It’s the real thing” มาเล่น เพื่ออธิบายว่า Coke จะสามารถเอาชนะใจลูกค้าในโลกแห่งความเป็นจริง ได้อย่างไร ด้วยเทคโนโลยี AR

Bosaz ชี้ให้เห็นข้อดีของเทคโนโลยีและยุคสมัยนี้ว่า “การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลสามารถทำให้เราเพิ่มประสบการณ์ที่ไปเหนือการตัวผลิตภัณฑ์ เราสามารถเอาชนะผู้บริโภคในชีวิตจริงด้วยการใช้ AR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริง” และกล่าวเสริมว่า “เพราะผู้คนเปิดรับที่จะแชร์ข้อมูลในการแลกเปลี่ยนเพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้น”

และเพื่อทำให้องค์กรก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation โค้ก ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงวิธีคิด 4 ด้าน

การเปลี่ยนผ่านประสบการณ์

Bosaz เล่าว่า “การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของเรานั้นโฟกัสไปที่ 4 ด้าน อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือ ประสบการณ์ เราจะเพิ่มสีสันให้ประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างไรเมื่อพวกเขาสัมผัสผลิตภัณฑ์ของเราและแบรนด์ของเรา เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรที่ทำให้เราได้ส่งต่อประสบการณ์ได้ดีขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้ขายของของเรา”

การเปลี่ยนผ่านการปฏิบัติการ

“ส่วนที่ 2 คือ การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติการ และมันเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีและการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานภายในเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วออกสู่ตลาด”

การเปลี่ยนผ่านธุรกิจ

“ส่วนที่ 3 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและการที่เราจะ disrupt ตัวเองก่อนที่คนอื่นจะมาทำได้”

การเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรม

“และสุดท้าย การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร และนี่คือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับทุกบริษัท พวกเราถามทีมงานและผู้เชี่ยวชาญที่เข้าถึงจิตใจและรักในแบรนด์ของเรา พวกเรากำลังคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ในหนทางต่างๆ และ กำลังไปไกลกว่าการเล่าเรื่อง (Storytelling) ไปไกลกว่า 30 วินาทีหรือโฆษณา 3 วินาที เพื่อที่ให้บริการในการเชื่อมต่อกับผู้บริโภคของพวกเรา”

ตัวอย่างของส่วนประกอบเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจริง Bosaz เล่าเกี่ยวกับความเร็วของคอนเทนท์ในช่วงการพบกันของ Trump-Kim ที่สิงคโปร์ในต้นปีที่ผ่านมา “ในวันนั้น เราทำคอนเทนท์ที่ใช้แบรนด์เชื่อมต่อข้อความสำคัญทางวัฒนธรรม แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ทำนองนี้แต่เราก็มีตัวตนขึ้นในพื้นที่ของผู้บริโภคได้”

 

นอกจากนี้ ที่เกาหลี บนกระป๋องโค้กมีคำพูดที่เป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลีของคำว่า Coca-Cola เพื่ออธิบายว่า Coke ยืนอยู่ข้างสันติสุขของผู้คนมาอย่างยาวนานผ่านเพลง “Buy the World a Coke”

แต่ในอนาคต Coke จะไปไกลกว่าผลิตภัณฑ์และกระป๋อง หรือ จะนำกลับมาของคำพูดที่ว่า ‘Beyond the real thing’ ดิจิทัลทำให้เราสามารถขยายประสบการณ์ที่ไปไกลกว่าผลิตภัณฑ์ และสามารถเอาชนะสิ่งที่จริงได้ด้วยการใช้ AR

ตัวอย่างเช่นงานของเขาในประเทศจีน ที่มีกระป๋องลายพิเศษ(ชื่อเมือง) และเพิ่มการใช้งานผ่าน AR ในแต่ละกระป๋องจะแสดงถึงชื่อจังหวัดของประเทศจีนและเมื่อมีการ activate ผ่านบริการของ Baidu, Alibaba หรือ Tencent (WeChat) เรื่องราวต่างๆ จะมีชีวิตขึ้น

และในบิ๊กอีเว้นท์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างโอลิมปิค Tokyo 2020 ซึ่ง Coca-Cola เป็นสปอนเซอร์หลัก แทนที่ Coke จะให้เอเจนซี่เป็นคนคิดแผนการสื่อสารต่างๆ แต่ Coke กลับเลือกที่จะให้ใครก็ได้สร้างคอนเทนท์เกี่ยวกับงานโอลิมปิกนี้ผ่านแพลทฟอร์มดิจิทัลของตัวเอง

Source