3 กลยุทธ์ CPN รับมือผู้บริโภคเปลี่ยน สู่ “Center of Life” เมื่อศูนย์การค้าต้องเป็นมากกว่าแค่ที่ช้อปปิ้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งสิ่งต่างๆ รอบตัว วิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คน หรือแม้แต่ตัวเราเองที่หากลองย้อนไปดูพฤติกรรมเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้วเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ก็จะพบว่าแตกต่างไปจากเดิมเช่นกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงธรรมชาติที่จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงและความจำเป็นที่จะต้องปรับตัว เพราะเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ต่างไปจากเดิม ผู้มีทักษะในการพัฒนาและปรับตัวได้ดีกว่าก็จะมีโอกาสอยู่รอดและเติบโตได้สูงกว่าคนที่ยึดติดอยู่กับความสำเร็จเดิมๆ

โดยเฉพาะในโลกธุรกิจ เมื่อสนามแข่งขันไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา ทั้งคู่แข่งรายใหม่ที่ไม่มีเส้นแบ่งอุตสาหกรรมมาเป็นตัวกำหนด ความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคเองทั้งในแง่การแบ่งกลุ่มเป้าหมายที่ซับซ้อนและแยกย่อยยิ่งขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมในการจับจ่ายแต่ละครั้งที่จะมีปัจจัยจากหลายๆ องค์ประกอบเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น ที่สำคัญยังมีปัจจัยจากการพัฒนาทางด้านดิจิทัลซึ่งกลายเป็นแกนกลางสำคัญที่ส่งผลกระทบไปสู่ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อย่างรอบด้านตามมา

ขณะที่ ซีพีเอ็น หรือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งตัวอย่างของผู้ที่ปรับตัวอยู่เสมอและยังสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้ธุรกิจรีเทลของไทยมาตลอดเกือบ 4 ทศวรรษ เริ่มจากการบุกเบิก เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ศูนย์การค้าแบบ One-Stop Shopping Center แห่งแรกของไทย ที่มอบความสะดวกให้ลูกค้าแบบครบทุกมิติ ด้วยการรวมสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามาไว้ในที่เดียวกัน และต่อมาได้เปิดตัว เซ็นทรัลเวิลด์ อย่างยิ่งใหญ่ ในคอนเซ็ปต์ Lifestyle Experience เพื่อเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อศูนย์การค้าในการมาเพื่อจับจ่ายซื้อของ มาเป็นสถานที่ในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับการใช้ชีวิตของผู้คน และทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ แม้ไม่มีความจำเป็นต้องเข้ามาซื้อสินค้าใดๆ ก็ตาม

ยุคนี้โตคนเดียวไม่ได้

แม้จะเห็นการปรับเปลี่ยนจากซีพีเอ็นอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยระดับความเข้มข้นที่มากขึ้นทั้งรูปแบบการแข่งขันและพฤติกรรมที่เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าเดิมของผู้บริโภคยุคนี้ รวมทั้งเป้าหมายในการมาใช้บริการศูนย์การค้าที่มีมากกว่าแค่การมาจับจ่ายช้อปปิ้ง บางคนเข้ามาในศูนย์การค้าโดยไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการช้อปปิ้งแม้แต่น้อย แต่เข้ามาเพื่อทำกิจกรรมบางอย่างที่ตัวเองสนใจเท่านั้น การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งในหลากหลายด้านมาเป็นคู่คิดและร่วมก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำพาให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่แค่การเติบโตของซีพีเอ็นเท่านั้น แต่ยังส่งต่อความแข็งแกร่งไปสู่คู่ค้าและพันธมิตรทุกรายอีกด้วย

นำมาสู่การประกาศวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของซีพีเอ็น สู่ยุคใหม่ของธุรกิจค้าปลีก ภายใน 5 ปีจากนี้ ภายใต้แนวคิด Co-Create Center of Life” ที่จะสะท้อนความเป็นผู้นำเทรนด์ในการปรับเปลี่ยนและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการต่อยอดความแข็งแกร่งรวมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจให้สามารถเติบโตได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

คุณปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา หัวเรือใหญ่ในการนำพาซีพีเอ็นฝ่าคลื่น Digital Disruption เพื่อสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้วงการค้าปลีกไทยอีกครั้ง กล่าวถึง Vision 2022 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Co-Create Center of Life” นับเป็นการต่อยอดจากการพัฒนาศูนย์การค้าไปสู่การเป็น Center of Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิต ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ทุกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครบทุกมิติ ซึ่งจะทำให้การมาเดินศูนย์การค้าของผู้คนในยุคนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยมีจิ๊กซอว์สำคัญทั้งพันธมิตรธุรกิจ คู่ค้า และพาร์ทเนอร์ผู้เช่าทุกราย ที่จะเข้ามาร่วมกันเติมเต็มความสมบูรณ์แบบ และเสริมแกร่งให้ธุรกิจของกันและกัน ผ่าน 3 กลยุทธ์ ที่จะทำให้ซีพีเอ็นและพันธมิตรก้าวเดินไปข้างหน้า สร้างเทรนด์ใหม่ให้ธุรกิจค้าปลีก และเติบโตไปด้วยกัน

โดยทั้ง  3 กลยุทธ์ ที่ซีพีเอ็นจะใช้ขับเคลื่อนธุรกิจตลอด 5 ปี นับจากนี้ ประกอบด้วย 1.Co-Creating Destination Concept, 2.Co-Creating Digital Platform และ 3.Co-Creating Partnership เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนและปรากฏการณ์ใหม่ต่อภาพรวมของธุรกิจรีเทลได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะในมิติของตัวศูนย์การค้าเอง การพัฒนาให้รับกับเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการยกระดับความสัมพันธ์กับพันธมิตรทุกรายให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

  1. Co-Creating Destination Concept เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ Physical Store สู่การเป็น Destination สำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่ว่าจะชื่นชอบเรื่องใดๆ ก็สามารถสร้าง Community หรือศูนย์รวมของคนที่ชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน ให้มีสถานที่ในการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องที่สนใจเหมือนๆ กัน ต่อยอดสู่การสร้างสังคมและขยายไปสู่เครือข่ายใหม่ๆ ได้มากขึ้น โดยเริ่มนำร่องด้วย 5 Destination Concepts ได้แก่

Family Destination ยกระดับศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่สำหรับเชื่อมโยง คนในครอบครัว เพื่อสร้าง moment ที่ดีร่วมกัน ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันมากขึ้น รวมทั้งมีพื้นที่ในการพักผ่อน หรือบริการพิเศษต่างๆ ที่รองรับคนทุกเจนเนอเรชั่นในครอบครัว ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงกลุ่มคนสูงอายุ

Food Destination สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการที่เกี่ยวกับอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่หลากหลาย มีให้บริการครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Die in, Take Home, ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ Cooking Studio เพื่อให้ตอบโจทย์ได้ครบถ้วนทั้งรับประทานให้อิ่ม สังสรรค์ ไปจนถึงการฝึกทักษะในการทำอาหาร

Fashion Destination ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่น ที่หลากหลาย รวมไปถึงกิจกรรม สร้างสีสัน ความสนุกสนานแห่งแฟชั่น และสร้างแรงบันดาลใจ นำเสนอเทรนด์ใหม่ๆ ที่ตรงใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า

Co-Working Space Destination พื้นที่สำหรับคนชื่นชอบความคิดสร้างสรรค์ และต้องการแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ พร้อมทั้งสามารถแชร์ความฝัน ความรัก ความชอบ กับกลุ่มคนที่มีความชอบและสไตล์คล้ายๆ กัน

Sport Destination เปิดพื้นที่ให้สำหรับคนรักสุขภาพ หรือชื่นชอบการออกกำลังกายและกีฬา รวมไปถึงสาวก Sport Fashion ด้วยสินค้าทั้งเสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬาจากหลากหลายแบรนด์ดัง ไปจนถึงบริการและกิจกรรมด้านกีฬา สร้าง Community ให้กับเหล่าคนรักสุขภาพได้มาเอ็นจอย ตามสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ

และเพื่อให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นอย่างจับต้องได้และเป็นรูปธรรม ในงานนี้ จึงมีการจำลองบรรยากาศ Destination Concept ในด้านต่างๆ ขึ้นภายในงาน เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่จะได้พบเมื่อไปใช้บริการศูนย์การค้าของซีพีเอ็น และเห็นภาพการเป็น Center of Life เดสติเนชั่นของผู้คนทุกกลุ่ม ที่ไม่ว่าจะมีความชอบ ความสนใจ หรือมีไลฟ์สไตล์เช่นใด ก็สามารถเข้ามาใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ พร้อมได้พบปะพูดคุยกับ คนที่ชื่นชอบและหลงใหลในสิ่งเดียวกัน เกิดเป็น Community ใหม่ๆ ขึ้นภายในพื้นที่ศูนย์การค้าของซีพีเอ็น

  1. Co-Creating Digital Platform เพื่อรองรับพฤติกรรมคนยุคดิจิทัลที่ไม่จำเป็นต้องช้อปปิ้งเฉพาะในศูนย์การค้าเท่านั้น แต่สามารถช้อปได้ทุกที่ ทุกเวลา ทำให้ซีพีเอ็นต้องขยับให้ทันความเปลี่ยนแปลงด้วยการเชื่อม Physical Store กับ Online Experience อย่างไร้รอยต่อ ทั้งการมอบ Real-Time Personalize Offer เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้ถึงระดับรายบุคคล จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของสมาชิก The 1 Card มากกว่า 12 ล้านคน และเตรียมพัฒนาแอพพลิเคชั่น The 1 Card เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาบริการ Integrated Market Platform เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ ทั้งในรูปแบบการมาเปิดร้านภายในศูนย์ และร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มใหม่ของ Central group ได้แก่ Central JD (www.jd.co.th) อีกด้วย

  1. Co-creating Partnership เน้นขยายการลงทุนร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตทั้งในและต่างประเทศ เช่น การร่วมทุนกับ I-Berhad พัฒนาโครงการ Central i-City ในมาเลเซีย ซึ่งเป็นโครงการศูนย์การค้าแห่งแรกในต่างประเทศของซีพีเอ็น, ร่วมกับดุสิตธานีพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสบนแยกสีลมทำเลทองใจกลางกรุงเทพฯ, ความร่วมมือกับ IKEA เปิด IKEA Store บางใหญ่ เพื่อเสริมความเป็น Super Regional Mall ให้เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต และร่วมลงทุนกับร้านค้าผู้เช่าในการเริ่มโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เช่น คาเฟ่ อเมซอน ในคอนเซ็ปต์โคเวิร์กกิ้งสเปซ, พื้นที่ Think Space B2S, ร้านสตาร์บัคส์คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และการเปิดพื้นที่ Pop-up Store เพื่อให้ผู้ขายรายใหม่ๆ ได้ทดลองตลาดก่อนเปิดร้านจริง รวมไปถึงการทำแคมเปญการตลาดต่างๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์

โดยซีพีเอ็นจะทยอยปรับโฉมแต่ละศูนย์ให้ตอบโจทย์การเป็น Destination ด้านต่างๆ ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาไปถึงกว่า 20 Destination Concept โดยจะปรับไปตามวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ละย่าน ที่แตกต่างกันไป โดยภายในปี 2562 จะได้เห็นคอนเซ็ปต์ Center of Life ในศูนย์การค้าของซีพีเอ็น เริ่มด้วย 5 ไฮไลท์โปรเจ็กต์ ได้แก่

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โฉมใหม่ในคอนเซ็ปต์ Central to your wOrld” ต้นแบบ Lifestyle Destination ระดับโลก ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว สะท้อนผ่านสัญลักษณ์ Big O ที่เปรียบเหมือนกับโลกใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม รองรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิต เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนให้สามารถเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่าแค่การมาช้อปปิ้ง โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในสิ้นปีนี้

เซ็นทรัล วิลเลจ อีกหนึ่งโมเดลใหม่จากซีพีเอ็น และเป็น International Luxury Outlet แห่งแรกของประเทศไทย ตอบรับกระแสการเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ซึ่งที่นี่จะเป็น must visit destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเยือนประเทศไทย และตอบโจทย์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้า แบรนด์เนม ทั้งกลุ่มคนไทย, Expat และนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจะมีสินค้าแบรนด์เนมคุณภาพดี ราคาพิเศษกับส่วนลด 35-70% ทุกวันตลอดปี พร้อมบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต และจุดบริการนักท่องเที่ยว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณ ไตรมาส 3 ปีหน้า

เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแห่งใหม่ของอยุธยา เพื่อสร้างสีสันให้เมืองมรดกโลก และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กด้านท่องเที่ยวของอยุธยา ผสมผสานเอกลักษณ์และความรุ่งเรืองในแบบฉบับอยุธยาเข้ากับประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน รวมทั้งเป็นหนึ่งจุดแวะพักสำหรับการเดินทางในฐานะประตูสู่ภาคเหนือ ที่เตรียมจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปีหน้า

ภาพต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปคือสิ่งที่ซีพีเอ็นจะสะท้อนถึงการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทุกๆ ช่วงเวลาสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ทำให้ศูนย์การค้าเป็นมากกว่าแค่ที่ช้อปปิ้งแบบเดิมๆ แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางในการใช้ชิวิตของผู้คนทุกเพศ ทุกวัย เป็นสถานที่สำหรับแบ่งปันประสบการณ์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มความสุข และตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้ชิวิตของผู้คนได้ดียิ่งขึ้น