ถอดสูตรปั้น “เซ็นทรัล เวสต์เกต” Super Regional Mall ต้นแบบกลุ่มเซ็นทรัล ดึงคน 13 ล้าน

0

เป็นเวลาปีกว่าแล้วของการเปิด “เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต” ย่านบางใหญ่ ถือเป็นการพัฒนา Super Regional Mall ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ปัจจุบันมีคนมาเดินศูนย์การค้าแห่งนี้ ในวันจันทร์ – ศุกร์ 65,000 คน ขณะที่วันเสาร์ – อาทิตย์อยู่ที่ 75,000 – 80,000 คน และหลังจากได้ “IKEA” ซึ่งเป็น Big Bang Magnet มาเป็นพันธมิตรรายใหญ่ รวมกับการเติมแม่เหล็กอื่นๆ เพิ่มเข้ามา คาดหวังว่าจะขยายกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุมไม่ต่ำกว่า 13 ล้านคน ใน 8 จังหวัด !!!

เรามาเจาะลึกเบื้องหลังทำไม “ซีพีเอ็น” บริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ถึงได้ลงทุนปั้น “เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต” ให้เป็น Super Regional Mall มูลค่าโครงการ 14,000 ล้านบาท

1. เล็งเห็นศักยภาพของทำเลย่านนี้ เพราะต่อไปการขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) และการกระจายความเจริญจากใจกลางกรุงเทพฯ ไปสู่ชานเมืองรอบนอก เป็นผลมาจากการขยายของระบบคมนาคม ที่เชื่อมต่อระบบคมนาคมทุกทิศเข้าด้วยกัน ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง – ขนส่งมวลชน – ท่าเรือ – ถนนวงแหวน – ทางด่วน – มอเตอร์เวย์ ทำให้พลิกโฉมย่านบางใหญ่ จากที่เคยเป็นพื้นที่ชานเมืองห่างไกลจากโซนในเมืองกรุงเทพฯ ให้กลายเป็น “ศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ตะวันตก”

2. ย่านบางใหญ่ มีเส้นทางคมนาคมที่สามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดโดยรอบ และผลจากการขยายตัวของระบบคมนาคม ทำให้ “ที่อยู่อาศัย” ในโซนนี้ขยายตัว โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่อีกกว่า 150,000 ยูนิตใน 5 ปี

3. “ซีพีเอ็น” ได้ที่ดินผืนใหญ่ 100 ไร่ เพราะฉะนั้นการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับที่ดินผืนนี้ จึงต้องลงทุนสร้างโครงการขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับความอลังการของแม่เหล็กที่ใส่เข้าไปในตัวศูนย์ฯ บนพื้นที่โครงการ (GFA) 500,000 ตารางเมตร เป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเซ็นทรัลเวิล์ด ที่มีพื้นที่ 550,000 ตารางเมตร

ไม่ว่าจะเป็นศูนย์รวมร้านแบรนด์ชั้นนำกว่า 500 ร้านค้า, ศูนย์รวม Fashion Brand ระดับโลก บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร, ศูนย์รวมอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ Food Universe จากร้านอาหารกว่า 200 ร้าน บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร, การดึง Tops Super Store และ Tops Market มาไว้ที่นี่, ศูนย์รวมเทคโนโลยี, ห้างเซ็นทรัลดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์, เวอร์จิ้นแอคทีฟ คลับส์ และพื้นที่จัดกิจกรรม และ convention Hall

4. ใช้กลยุทธ์ “Big Bang Magnets” เพื่อดึงคนมา “ใช้ชีวิต” ในโครงการมากขึ้น ล่าสุดได้ “IKEA” ถือเป็น Big Bang Partner ที่จะช่วยเพิ่มจำนวนคนมาเดิน จากปัจจุบันมียอดคนเดิน (Traffic) ในวันจันทร์ – ศุกร์ 65,000 คนต่อวัน และวันเสาร์ – อาทิตย์ 100,000 คนต่อวัน คาดว่าหลังจาก IKEA เปิดให้บริการ จะมีคนมาเดินในวันจันทร์ – ศุกร์ เพิ่มขึ้นเป็น 75,000 – 80,000 คนต่อวัน และวันเสาร์ – อาทิตย์ เพิ่มขึ้นเป็น 130,000 – 140,000 คนต่อวัน

5. IKEA สาขานี้ มีขนาดใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมพื้นที่กว่า 50,000 ตารางเมตร และนับเป็นครั้งแรกของเชนร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านจากสวีเดนรายนี้ ได้ปรับโมเดลร้านใหม่ โดยออกแบบประสบการณ์การช้อปปิ้งให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากขึ้น โดยมีทางเข้า-ออก 8 ทาง, มีทางเชื่อมต่อกับตัวศูนย์การค้า และมีเคาน์เตอร์จ่ายเงินทุกๆ ชั้น รวม 29 จุด

6. เมื่อได้แม่เหล็กขนาดใหญ่อย่าง IKEA มาเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นเพื่อสร้าง Impact ให้มากขึ้น จึงต้องมีอีเว้นท์มาร่วมผลักดันให้เกิดการรับรู้ และดึงคนเข้ามาเดิน ด้วยการจัดงาน “Ninja Maze…The Big Adventure Presented by EST COLA” โดยนำใบเสร็จ IKEA มาแสดง ณ เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์หน้างานอีเว้นท์นี้ จะได้รับส่วนลดการซื้อบัตร

7. ผลจากการเป็นพันธมิตรกับ IKEA มาเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต คาดหวังว่าจะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนทำงาน และคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ จากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักที่มาใช้บริการที่เซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นกลุ่มครอบครัว ซึ่งโดยพฤติกรรมผู้บริโภคที่มาเดิน IKEA ไม่ได้มีวัตถุประสงค์มาเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งบ้านอย่างเดียว แต่ยังมาเพื่ออัพเดท “เทรนด์” และด้วยความที่ IKEA มีสินค้าหลากหลาย ถึงแม้จะเดินเล่น แต่หลายคนมักจะได้ซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปเสมอ

8. นอกจากนี้ยังใช้ “กลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ อีเว้นท์” ที่เน้นความแปลกใหม่ และเจาะเข้าแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อมาเสริมทัพกลยุทธ์ Big Bang Magnets เพราะมองว่าไลฟ์สไตล์ อีเว้นท์ จะทำให้ศูนย์การค้าเป็น Destination และเป็น Community สำหรับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม อีกทั้งอีเว้นท์ยังเป็นสิ่งที่ทำให้ศูนย์การค้ามีชีวิต และแตกต่างจากออนไลน์

9. การสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ ทั้งการเติมเต็ม Big Bang Magnets และมีไลฟ์สไตล์ อีเว้นท์ “ซีพีเอ็น” คาดหวังว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้แบบ Cross Catchment Area โดยครอบคลุมลูกค้า 13 ล้านคน ใน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, อยุธยา, นครปฐม, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี

10. ปัจจุบัน “เซ็นทรัล เวสต์เกต” มีรายได้ติดอันดับ 3 รองจากอันดับ 1 “เซ็นทรัลเวิล์ด” และอันดับ 2 “เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว” 

ในอนาคตหากกลุ่มเซ็นทรัล มีที่ดินขนาดใหญ่รอบนอกใจกลางเมืองเช่นนี้อีก เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะนำโมเดล “เซ็นทรัล เวสต์เกต” ไปประยุกต์ในการพัฒนา Mega Project บนทำเลนั้นๆ