HomeBrand Move !!กางแผน “เมกาซิตี้” 325 ไร่ มูลค่า 70,000 ล้าน เพิ่มตึกสูงโรงแรม-ออฟฟิศ-คอนโด ขยายเฟส2 “เมกาบางนา” เปิดปี 71

กางแผน “เมกาซิตี้” 325 ไร่ มูลค่า 70,000 ล้าน เพิ่มตึกสูงโรงแรม-ออฟฟิศ-คอนโด ขยายเฟส2 “เมกาบางนา” เปิดปี 71

กำลังซื้อย่านบางนาโตสูง

แชร์ :

โครงการมิกซ์ยูส “เมกาซิตี้” ย่านบางนา เปิดตัวเฟสแรกในปี 2555 ด้วยพื้นที่ศูนย์การค้า “เมกาบางนา” ที่มีร้านค้า แบรนด์ไลฟ์สไตล์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 900 ร้านค้า พร้อมด้วยรีเทลรายใหญ่ อย่าง IKEA สาขาแรกในประเทศไทย

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

หลัง “เมกาบางนา” เปิดมา 14 ปี “เซ็นทรัลพัฒนา” และ “อิคาโน เซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ซี IKEA สองพันธมิตรที่จับมือร่วมทุนพัฒนาโครงการ “เมกาซิตี้” ได้ฤกษ์ขยายพื้นที่รีเทลเฟส 2 ลงทุน 6,000 ล้านบาท

พร้อมแผนพัฒนา “เมกาซิตี้” ระยะยาว บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ จะทำให้มีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. มูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท เมื่อพัฒนาแล้วเสร็จในปี 2583

เฟส2 “เมกาบางนา” ลงทุน 6,000 ล้าน

คุณภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเฟสแรกปี 2555 บนพื้นที่ 630,000 ตร.ม. มีแบรนด์รีเทล 730 แบรนด์ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 176 ร้าน รวมกว่า 900 ร้านคา มีอัตราการเช่าพื้นที่ 100% เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีผลประกอบการดีที่สุดของเซ็นทรัลพัฒนา

ตั้งแต่เปิดให้บริการมา 14 ปี เมกาบางนามีผู้ใช้บริการรวมกว่า 670 ล้านครั้ง สร้างสถิติผู้ใช้บริการสูงสุด 60 ล้านครั้งในปี 2568 โดยมีผู้มาใช้บริการกว่า 165,000 คนต่อวัน ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการเฉลี่ย 4-5 ครั้งต่อเดือน

การขยายเฟส 2 “เมกาบางนา” จะเพิ่มพื้นที่รีเทลอีก 170,000 ตร.ม. ประกอบด้วย ศูนย์การค้าและที่จอดรถเพิ่มเติม 1,750 คัน ลงทุน 6,000 ล้านบาท จะเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปี 2571 มีแบรนด์เพิ่มขึ้นอีก 250 แบรนด์ พร้อมอัปเกรดแบรนด์เดิมที่อยู่ในศูนย์การค้า ทำให้ทั้งหมดจะมีร้านค้ารวมกว่า 1,200 ร้านค้า

ปัจจุบันมีคนมาใช้บริการ 60 ล้านคนต่อปี หลังเปิดเฟส 2 จะเพิ่มอีก 4 ล้านคนต่อปี รวมเป็น 65 ล้านคนต่อปี ถือเป็นตัวเลขที่ใหญ่มาก

ศูนย์การค้าเมกาบางนา เฟส 1 และเฟส 2 รวมพื้นที่กว่า 800,000 ตร.ม. มีขนาดใหญ่กว่า “เซ็นทรัลเวิลด์” เล็กน้อย


ไฮไลต์เฟส2 เมกาบางนา

สรุปไฮไลต์ศูนย์การค้าเมกาบางนาเฟส 2 พัฒนาแลนด์มาร์กใหม่ ได้แก่

– MEGA SKYLINE พื้นที่สีเขียวและคอมมูนิตี้สเปซ ขนาดกว่า 7 ไร่ (สวนสีเขียวคอนเซ็ปต์คล้ายกับโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค) พร้อมพื้นที่กิจกรรม การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟกว่า 3,000 ตร.ม.

– MEGA LOFT เดสติเนชันด้านอาหารและการพบปะสังสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตะวันออก บนพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม.

– แบรนด์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ที่เข้ามาเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นครั้งแรก รวมถึง Accessible Luxury อีกมากกว่า 20 แบรนด์

– แบรนด์ระดับโลกที่จะเข้ามาเพิ่ม เช่น Zara, Uniqlo, Muji, H&M, Pull&Bear, lululemon, Sephora, Tudor, TAG Heuer และ Victoria’s Secret.

– เมื่อส่วนต่อขยายเฟส 2 แล้วเสร็จ เมกาบางนาจะมีแบรนด์ชั้นนำรวมกว่า 1,200 แบรนด์ มากที่สุดในกรุงเทพฯ ตะวันออก (เพิ่มขึ้นจาก 900 แบรนด์ในปัจจุบัน)

เมกาซิตี้พื้นที่ 325 ไร่ มูลค่า 70,000 ล้าน

“เมกาบางนา” คือศูนย์การค้า ทั้งเฟส 1 และ เฟส 2 ใช้พื้นที่ไป 150 ไร่ หรือครึ่งหนึ่งของโครงการ “เมกาซิตี้” ซึ่งมีพื้นที่รวม 325 ไร่ คาดว่าจะพัฒนาแล้วเสร็จในปี 2583 หรืออีก 14 ปีจากนี้ รวมเงินลงทุนทั้งหมด 70,000 ล้านบาท

โดย “เมกาซิตี้” ที่เป็นเมืองสร้างอยู่รอบศูนย์การค้า เป็น “มิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลน” ระยะยาว เหลือพื้นที่พัฒนาอีก 140 ไร่ จะมีตึกสูงล้อมรอบศูนย์การค้า ทั้งออฟฟิศ โรงแรม และที่อยู่อาศัย รวมทั้ง สปอร์ต เวลเนส การศึกษา เข้ามาเพิ่มเติม รวมพื้นที่ทั้งหมด 1.3 ล้านตร.ม. ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสเกือบใหญ่ที่สุดในประเทศ

โครงการ “เมกาซิตี้” ที่มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต และเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน

กำลังซื้อย่านบางนาโตสูง

การลงทุนต่อเนื่องของ “เมกาบางนา” ตั้งแต่ 14 ปีก่อน และการขยายเฟส 2 ปีนี้ รวมทั้งแผนลงทุน “เมกาซิตี้” ระยะยาวอีก 14 ปีจากนี้ มาจากปัจจัยดังนี้

– “บางนา” เป็นย่านที่เติบโตสูงมาก มีคนอาศัยอยู่ในพื้นที่เกือบ 3 ล้านครัวเรือน ที่อยู่ใกล้เมกาบางนา หากเป็นระยะห่างออกไปอีกจะมีประชากรอาศัยอีก 1.3 ล้านครัวเรือน ดังนั้นศูนย์การค้ามีฐานลูกค้าที่จะเข้าถึงได้ 4.3 ล้านครัวเรือน

– ย่านบางนามีครัวเรือนโต 2.8% ต่อปี จากการขยายตัวของ EEC มีการขยายตัวของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง (Modern Affluent Family) รายได้ต่อครอบครัวเฉลี่ยที่ 91,000 บาทต่อเดือน สูงเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพฯและปริมณฑล มีตึกออฟฟิศ 30 อาคาร เริ่มเห็นโรงแรมย่านบางนาปัจจุบันมีจำนวนกว่า 800 ห้อง เติบโตทุกปี

– กลุ่มเป้าหมาย “เมกาบางนา” เป็นกลุ่มครอบครัวในย่านบางนา เป็นครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง กลุ่มที่ยังไม่มีลูกรายได้ 100,000 บาทต่อครัวเรือนเดือน กลุ่มที่มีลูกรายได้ 300,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน มีโรงเรียนนานาชาติ 15 แห่งที่อยู่ใกล้ศูนย์การค้า มีโครงการที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้า ลักชัวรี่ราคา 10-40 ล้านบาทต่อยูนิต

– กลุ่มครอบครัวมาใช้บริการเมกาบางนา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

คุณเอเดรียน มิเรีย Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า “ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสของย่านบางนาในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Ikano Group ในการสร้างโอกาสเพื่อชีวิตที่ดีกว่าให้กับผู้คน เราเชื่อว่าทำเลแห่งนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกใช้ Quality time ร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อน และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน”

คุณมาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้ กล่าวว่าอนาคตของธุรกิจรีเทลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกวัน

“เราจึงพัฒนาเมกาบางนาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน”

การขยายโครงการครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวของประเทศไทยและกรุงเทพฯ ตะวันออก โดยเฉพาะ “บางนา” ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่มีการเติบโตและการขยายตัวของเมืองมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร และถือเป็นหมุดหมายสำคัญเพื่อต่อยอดความสำเร็จตลอด 14 ปีที่ผ่านมา

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like